22 กันยายน 2564 ชี้ไฟป่าใน 3 ภูมิภาค ต้นตอปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลกพุ่งเป็นประวัติการณ์

ที่มา: https://www.matichon.co.th/foreign/news_2952457

หน่วยบริการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส (CAMS) ของทวีปยุโรปรายงานว่า เหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นในไซบีเรีย ทวีปอเมริกาเหนือ และรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้ลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ เฉพาะในเดือน ก.ค. และ ส.ค.ที่ผ่านมา เหตุไฟป่าทั่วโลกทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 2,500 ล้านตัน หรือเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ประเทศอินเดียปล่อยออกมาตลอดทั้งปี ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากเหตุไฟป่าในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และไซบีเรียในช่วงเดือน ก.ค. แม้กระทั่งบริเวณอาร์กติกเซอร์เคิล ยังเกิดไฟป่าที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาราว 66 ล้านตันจากเดือน มิ.ย.-ส.ค. และอีกเกือบพันล้านตันถูกปล่อยมาจากประเทศรัสเซียในช่วงเวลาเดียวกัน คลื่นร้อน ความแห้งแล้ง และ ความชื้นดินที่ลดลง ยังเป็นผลจากภาวะโลกร้อนที่มาจากเหตุไฟป่าที่เกิดเพิ่มขึ้นมากอย่างไม่เคยมีมาก่อนใน 3 ทวีปนี้

มาร์ค แพร์ริงตัน นักวิทยาศาสตร์อาวุโส และผู้เชี่ยวชาญด้านไฟป่าของ CAMS ชี้ว่า สิ่งผิดปกติที่เด่นชัดคือ จำนวนการเกิดไฟป่า ขนาดพื้นที่ที่ถูกเผาผลาญ ความรุนแรง และการคงอยู่ต่อเนื่อง รายงานของ CAMS ระบุ ไฟป่าเริ่มลุกไหม้เผาผลาญทั่วพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงของไซบีเรียในเดือน มิ.ย. แต่เพิ่งเริ่มลดเบาบางลงช่วงปลายเดือน ส.ค.-ต้นเดือน ก.ย.เท่านั้น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภูมิภาคนี้จากเดือน มิ.ย.-ส.ค. ยังเพิ่มขึ้นเป็นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทสสหรัฐอเมริกา และในบริติชโคลัมเบียของประเทศแคนาดา ที่เห็นอุณหภูมิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 50 องศาเซลเซียสนั้น เกิดไฟป่าเผาผลาญเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกัน กลุ่มควันไฟจากไซบีเรียและอเมริกาเหนือเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาปกคลุมถึงอังกฤษและพื้นที่ส่วนหนึ่งของทวีปยุโรปในช่วงเดือน ส.ค. และหลายชาติในแถบริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยังเห็นเหตุไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้ในประเทศตัวเอง ที่ยังทำให้ต้องเผชิญภาวะคลื่นร้อนเลวร้ายต่อเนื่องอีกด้วย

LinksLinks2