20 มกราคม 2565 สุสานขุนศึกราชวงศ์ถังฝังกัญชาแทนข้าวสำหรับกินในปรโลก

ที่มา:

https://mgronline.com/china/detail/9650000006091

การค้นพบสุสานของทหารผู้กรำศึกในสมัยราชวงศ์ถัง ( ค.ศ. 618-907) โดยบังเอิญ ทำให้นักโบราณคดีจีนมีหลักฐานยืนยันว่า กัญชาเป็นอาหารสำคัญอย่างหนึ่งของคนในยุคนั้นถึงขนาดใส่ไว้ในสุสาน เพื่อให้ผู้ตายได้กินในปรโลกกันเลยทีเดียว การปลูกกัญชาและการกินเมล็ดกัญชาในลักษณะของข้าวต้มแบบหนึ่งของคนจีนยุคโบราณ เป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้ว อีกทั้งเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนหลายชิ้นก็พูดถึงเรื่องที่กัญชาเป็นแหล่งอาหารสำคัญ โดยเป็นพืชอาหารหลักชนิดหนึ่งในทั้งหมด 5 ชนิด ทว่ายังขาดแคลนหลักฐานทางโบราณคดีมาสนับสนุน กระทั่งวันหนึ่งในปี พ.ศ. 2562 ขณะมีงานก่อสร้างที่บริเวณสนามเด็กเล่นของโรงเรียนประถมศึกษาในเมือง ไท่หยวน มณฑลซานซี คนงานขุดไปเจอสุสานของกั๋ว ซิง (Guo Xing) นายกองทหารม้าผู้ร่วมรบกับหลี่ ซือหมิน หรือจักรพรรดิถังไท่จงมาอย่างโชกโชนหลายสมรภูมิบนคาบสมุทรเกาหลี การค้นพบสุสานครั้งนี้เป็นสิ่งยืนยันว่า ในยุคที่อารยธรรมจีนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด นอกจากกัญชาจะถูกนำมาเสพ เพื่อกระตุ้นจิตใจให้กระปรี้กระเปร่า นำเส้นใยมาทอผ้า และมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคแล้ว กัญชายังเป็นอาหารอีกด้วย สุสานโบราณเงียบงัน ไร้วี่แววผู้ย่างกรายเข้ามา ภาพวาดฝาผนังและข้าวของเครื่องใช้ถูกเก็บไว้ภายในห้องที่ปราศจากความอับชื้นผิดธรรมดามานานถึง 1,320 ปี จึงมีสภาพเกือบสมบูรณ์เหมือนเดิมทุกอย่างในโถบรรจุอาหารหลักสำหรับบริโภคใบหนึ่ง นักโบราณคดีพบเศษร่องรอยของกัญชา ซึ่งบางเมล็ดยังคงสีสันดั้งเดิมไว้ได้ บนหีบศพวางโถหลายใบบรรจุธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารหลัก และใบหนึ่งมีกัญชาเก็บอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ทายาทของกั๋ว ซิง ฝังกัญชาในฐานะเป็นธัญพืชอาหารสำคัญอย่างหนึ่ง อาจารย์ จิน กุ้ยอวิ๋น ประจำโรงเรียนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยซานตงระบุในรายงาน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Agricultural Archaeology เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น เมล็ดกัญชาโบราณยังมีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดกัญชาทั่วไปเกือบ 2 เท่า ซึ่งแสดงว่า ไม่ใช่กัญชาพันธุ์เดียวกับที่ปลูกกันในปัจจุบัน นักวิจัยเชื่อว่า เป็นสายพันธุ์ซาติวา (Cannabis sativa) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียกลาง และมีสาร THC ซึ่งเสพแล้วทำให้เคลิบเคลิ้ม เข้มข้นต่ำกว่ากัญชาสมัยใหม่ ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ซาติวา กับอินดิกา และมีฤทธิ์มากกว่า กั๋ว ซิง เสียชีวิตเมื่ออายุ 90 ปี อาจารย์จินและคณะผู้ร่วมวิจัยจากสถาบันโบราณคดีเทศบาลไท่หยวนตั้งข้อสังเกตว่า ครอบครัวมิได้ฝังข้าวไว้ในสุสาน เพื่อเป็นอาหารและเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับผู้วายชนม์ในโลกหลังความตาย คณะนักวิจัยระบุว่า นี่อาจสะท้อนให้เห็นว่า กัญชามีความสำคัญยิ่งกว่าข้าวด้วยซ้ำไป นอกจากนั้น ยังสังเกตว่า เมล็ดกัญชาไม่ปอกเปลือก ซึ่งแม้เปลือกกัญชารสชาติไม่อร่อย แต่ก็ช่วยรักษาฤทธิ์ของกัญชา และเปลือกช่วยให้เก็บได้ทนนาน การค้นพบร่องรอยของกัญชาในสุสานทั่วประเทศจีนที่ผ่านมา ซึ่งย้อนไปไกลถึงเมื่อ 6,600 ปีก่อน มักอธิบายกัญชาในแง่เป็นพืช ที่ใช้เพื่อสร้างภาพหลอนในพิธีกรรมทางศาสนาเสียเป็นส่วนใหญ่ การค้นพบสุสานครั้งนี้จึงเท่ากับเปิดมิติใหม่ของการใช้ประโยชน์จากกัญชาในหมู่ผู้คนเมื่อครั้งอดีตกาล