20 กรกฎาคม 2564 “มหิงสา” ควายป่าฝูงสุดท้ายที่ห้วยขาแข้ง เฝ้าระวังลัมปี สกินเข้ม

ที่มา:

https://www.dailynews.co.th/news/72845/

เพจเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ภาพควายป่าพร้อมระบุ #รู้จากข่าว…มหิงสา ควายป่าฝูงสุดท้ายที่ห้วยขาแข้ง กับการเฝ้าระวังโรคระบาด “ลัมปี สกิน” อย่างเข้มข้น ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นอกจากจะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างหลากหลายแล้ว หนึ่งในนั้นก็มีสัตว์ป่าสำคัญอาศัยอยู่ด้วย นั่นคือ “ควายป่า” ซึ่งจากรายงานพบที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จึงต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังโรคลัมปี สกินเป็นพิเศษนอกจากนี้พื้นที่ยังคาบเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้งผาง จ.ตาก ควรเฝ้าระวังโรค สร้างแนวกันชน และประสานหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ให้ฉีดวัคซีน กำจัดแมลงพาหะ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน อย่างเข้มงวด นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เปิดเผยถึงสถานการณ์และการเฝ้าระวังว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เฝ้าระวังมาตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรค โดยให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือราษฎรในพื้นที่ ไม่นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใกล้แนวเขตอย่างเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลาดตระเวนเฝ้าระวังจำนวน 20 นาย เฝ้าระวังเป็นจุด ๆ เพื่อป้องกันการลักลอบนำสัตว์มาเลี้ยงในพื้นที่ และผลักดันไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง ก่อสร้างห้างนั่งดูสัตว์ชั่วคราว บริเวณแนวเขตของพื้นที่รับผิดชอบ หอสูง 9 ม. กว้าง 1.20 ม. ยาว 1.20 ม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้นั่งเฝ้าสัตว์ ไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกป่าอนุรักษ์ และไม่ให้สัตว์เลี้ยงของราษฎรเข้าไปในป่า ที่ผ่านมา จับกุมผู้ฝ่าฝืนนำสัตว์มาเลี้ยง 1 ราย จุดที่พบสัตว์เลี้ยงใน จ.อุทัยธานีที่ตาย อยู่ห่างจากแนวเขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ประมาณ 15–20 กม. ซึ่งโรคนี้สาเหตุหลักติดต่อทางแมลงดูดเลือด ดังนั้นในทางปฎิบัติการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยเฉพาะกับสัตว์ป่า เป็นเรื่องที่ยาก แต่จากนี้ไปจะให้เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำส้มควันไม้ที่ได้รับมาจากวัดท่าซุงรอบบริเวณ และปฎิบัติตามแนวทางป้องกันโรคที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้แนวทางปฎิบัติไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป

ควายป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าเผยแพร่ใน BIG 7 หรือ 7 สัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งป่าห้วยขาแข้ง ในตอนควายป่า ผู้ดุดันแห่งพงไพร ไว้ว่า ควายป่า หรือมหิงสา (wild buffalo) ชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก เห็นจะคุ้นแต่ชื่อ “ควายบ้าน” เสียมากกว่า อันที่จริง ควายบ้านก็สืบเชื้อสายมากจากควายป่า เนื่องจากคนรู้จักนำควายป่ามาเลี้ยงเพื่อประโยชน์ใช้งานมานานนมแล้ว ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายคลึงกันอย่างมาก เพราะสืบมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียดก็พบว่า ทั้งคู่ช่างต่างกันเหลือเกิน ทั้งลักษณะ พฤติกรรม และนิสัย ลำตัวของควายป่าบึกบึน แข็งแรง ใหญ่โตกว่าควายบ้านอยู่หลายขุม น้ำหนักควายป่า จะอยู่ที่ 800–1,200 กก. ควายบ้านมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 500 กก. ควายป่ามีเขาโค้งเป็นวงเสี้ยวพระจันทร์ยาวได้ถึง 150-180 ซม. ซึ่งควายจะมีเขาที่สั้นกว่า สีผิวของควายป่ามีสีเทาหรือน้ำตาลดำ ช่วงอกมีขนสีขาวรูปตัว V ใส่ถุงเท้าขาวหม่น ๆ ทั้ง 4 ข้าง ส่วนควายบ้านมีผิวสีเทาจนถึงดำ ควายป่ามีนิสัยดุร้ายกว่าควายบ้าน ไม่กลัวคน แม้จะตัวใหญ่แต่กลับปราดเปรียว ว่องไว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ตัวผู้ชอบฉายเดี่ยวแต่ก็กลับมารวมฝูงในช่วงผสมพันธุ์

ควายป่าในผืนป่าประเทศไทย มีรายงานพบเพียงแห่งเดียว คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แถบริมลำห้วยขาแข้ง ทางตอนใต้ของผืนป่าเหลืออยู่ราว ๆ 50 ตัว ควายป่า ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นปลักโคลน ดินเลน ชายน้ำ กีบเท้าของพวกเขาจึงมีลักษณะกลมและแป้น ช่วยในการย่ำปลักได้ดี ในขณะที่ควายป่า และกระทิง กีบเท้าจะเรียวแหลมกว่า อาหารส่วนใหญ่เป็นยอดไม้ ใบไม้อ่อน หญ้า ไปจนถึงหน่อไม้ ชอบนอนจมปลัก สถานภาพปัจจุบันของควายป่า เป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 19 ชนิดของประเทศไทยตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ไอยูซีเอ็น (IUCN) จัดให้อยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ (EN)