2 ตุลาคม 2569 ขยะพลาสติกกลายเป็นวัตถุดิบได้อย่างไร

ปัจจุบันมีเวลาเหลือไม่ถึง 3 ปีครึ่ง ก่อนที่โควตาจะเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยนับตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกในสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีผลผูกพันเกี่ยวกับการใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นครั้งแรก ซึ่งกฎระเบียบดังกล่าวระบุไว้ในข้อบังคับด้านบรรจุภัณฑ์ใหม่ของสหภาพยุโรป (PPWR) โดยการใช้พลาสติกรีไซเคิลขึ้นอยู่กับประเภทของบรรจุภัณฑ์แตกต่างกันไป สัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลสูงสุด 35% จะเป็นข้อบังคับเริ่มต้น และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2040 ในปัจจุบันผู้ผลิตจำนวนมากก็สมัครใจที่จะใช้พลาสติกรีไซเคิลอยู่แล้ว ซึ่งการรีไซเคิลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการรักษาสภาพภูมิอากาศ โดยเพื่อที่จะสามารถอนุรักษ์ทรัพยากร และลดการปล่อยมลพิษ จำเป็นต้องนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ปัญหาก็คือ ปัจจุบันยังไม่มีระบบรีไซเคิลพลาสติกที่ใช้งานได้จริง โดยในแต่ละปี กว่า 66% จากขยะพลาสติกประมาณหกล้านตันที่เกิดขึ้นในเยอรมนียังคงถูกเผาทำลายอยู่ แม้ว่าขยะพลาสติกในเยอรมนีจะถูกเก็บรวบรวม คัดแยก และแปรรูป  แต่คำถามสำคัญคือ สามารถนำขยะเหล่านั้นไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หรือไม่ นี่คือจุดที่วัสดุรีไซเคิลเข้ามามีบทบาท
เม็ดพลาสติกที่ทำจากขยะรีไซเคิลนั้นจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งการตลาดของเม็ดพลาสติกที่ทำจากขยะรีไซเคิลในปัจจุบันยังน้อยมาก  จากปริมาณพลาสติก 12.8 ล้านตันที่แปรรูปในเยอรมนีต่อปี มีเพียง 18.9% เท่านั้นที่มาจากวัสดุรีไซเคิล (ตามรายงานของสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน หรือ Instituts für Klima, Umwelt und Energie ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเมือง Wuppertal)

นาย Felix Arnold ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของสมาพันธ์ธุรกิจยั่งยืนแห่งเยอรมนี (BNW -Bundesverband Nachhaltige Wirtschaft) กล่าวว่า ในปัจจุบันยังขาดภาพรวมเกี่ยวกับปริมาณ คุณภาพ และราคาของวัสดุรีไซเคิล  ปัจจุบันการจัดซื้อจัดหาอาศัยข้อตกลงโดยตรงระหว่างบริษัทผู้ผลิต บริษัทรีไซเคิล และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์  นาย Arnold..กล่าวว่า“ส่วนใหญ่เป็นการทำงานแบบคนต่อคน ไม่มีระบบอัตโนมัติ” แต่หากแม้จะสามารถหา
ซัพพลายเออร์ที่เหมาะสมได้แล้ว การวางแผนจัดหาวัสดุรีไซเคิลก็ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ดี  นาย Andreas..Bastian กรรมการผู้จัดการของ Plastship บริษัทที่ปรึกษา ซึ่งให้การสนับสนุนบริษัทต่างๆ    ในการจัดหาวัสดุรีไซเคิล กล่าวว่า
“มีช่องว่างพื้นฐานในตลาดระหว่างการสนับสนุนการใช้ ปริมาณความต้องการคุณภาพที่มี และต้นทุนการผลิตวัสดุรีไซเคิล”  พลาสติกรีไซเคิล    ไม่สามารถซื้อขายได้เหมือนวัตถุดิบแบบดั้งเดิม ผู้ซื้อต้องตรวจสอบแหล่งที่มา กระบวนการผลิต คุณภาพ และความพร้อมจำหน่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน นาย Bastian กล่าวว่า ปัจจุบัน Plastship กำลังสร้างฐานข้อมูลเพื่อจุดประสงค์นี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอุปสรรคเหล่านี้ บริษัทต่างๆ ก็ได้พยายามทำให้ได้เกินมาตรฐานขั้นต่ำที่จะต้องปฏิบัติตามในอนาคตแล้ว  ตัวอย่างเช่น  dm เครือร้านเพื่อสุขภาพและความงาม (drugstore) ยักษ์ใหญ่ในเยอรมนีรายงานว่า สามารถใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิลสูงถึง 46% ในบรรจุภัณฑ์ของสินค้า private label กลุ่มสินค้า Non-Food ตามที่นาง Dagmar Glatz ผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืนในระบบนิเวศฯ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของ dm กล่าวว่า การที่ dm สามารถทำให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่มาจากการทำงานร่วมกับผู้ผลิตสินค้าและผู้รีไซเคิลอย่างใกล้ชิดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม dm ก็ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดจำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น อย่างเช่น ถุงเติมสำหรับแชมพูและเจลอาบน้ำ วัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพ และปริมาณเพียงพอสำหรับบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นยังคงขาดแคลนอยู่ เพื่อรวบรวมประสบการณ์ และแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม dm จึงก่อตั้ง Recyclate Forum ขึ้นในปี 2018 ปัจจุบันเครือข่ายอุตสาหกรรมนี้ประกอบด้วยพันธมิตรมากกว่า 80 รายจากภาคค้าปลีก อุตสาหกรรม การรีไซเคิล วิทยาศาสตร์ (ค้นคว้าและวิจัย) และการเมือง  นาง Glatz กล่าวว่า “เรากำลังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ปรับปรุงคุณภาพ และความพร้อมของวัสดุรีไซเคิล รวมถึงการขยายเทคโนโลยีรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ที่มา : www.ditp.go.th (https://www.ditp.go.th/post/v5ouug05c43b9vjsh6jrg11d)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy