2 พฤศจิกายน 2564 ควีนอังกฤษชี้แก้ปัญหาโลกร้อนต้องลงมือทำ

ที่มา;

https://www.nationtv.tv/news/378849905

สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ แห่งสหราชอาณาจักรตรัสกับที่ประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ หรือ COP26 “เวลาสำหรับคำพูดตอนนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นเวลาสำหรับการดำเนินการแล้ว” ขณะที่พระองค์เรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลกนึกถึงคนรุ่นต่อไป เมื่อต้องเจรจาข้อตกลงเพื่อจำกัดปัญหาภาวะโลกร้อน องค์พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักรซึ่งมีพระชนมายุ 95 พรรษาแล้ว มีกำหนดจะเข้าร่วมงานที่กลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ด้วยพระองค์เอง แต่ส่งวิดีโอมาร่วมในงานแทน หลังจากที่แพทย์แนะนำให้พระองค์พักผ่อนเป็นเวลา 2 สัปดาห์จากปัญหาพระพลานามัย

สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นองค์พระประมุขที่มีพระชนมายุมากที่สุด และครองราชย์มายาวนานที่สุดในโลกตรัสว่า ” เป็นความหวังของหลาย ๆ คนว่ามรดกของการประชุมสุดยอดนี้ ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้พิมพ์ จะพรรณนาถึงพวกคุณในฐานะผู้นำที่ไม่ทิ้งโอกาส และคุณจะตอบรับคำเรียกร้องของคนรุ่นอนาคตเหล่านั้นว่า คุณจะออกจากการประชุมครั้งนี้ในฐานะผู้นำชุมชนของประเทศต่าง ๆ ด้วยความมุ่งมั่น ความปรารถนา และแผน เพื่อจัดการกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อให้ตระหนักว่า เวลาสำหรับคำพูดตอนนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นเวลาสำหรับการ กระทำแล้ว” สมเด็จพระราชินีตรัสว่าพระองค์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้นำเข้าสู่การประชุมสุดยอดเพราะผลกระทบของสิ่งแวดล้อมต่อความก้าวหน้าของมนุษย์เป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับหัวใจของเจ้าชายฟิลิป พระสวามีผู้ล่วงลับของพระองค์ ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปเมื่อต้นปีนี้ พระองค์จำได้ว่าเจ้าชายฟิลิปเตือนการชุมนุมทางวิชาการในปี 2512 เกี่ยวกับความจำเป็นในการจัดการกับภัยคุกคามจากมลพิษ และทรงอ้างคำพูดของเจ้าชายที่บอกว่า  “หากสถานการณ์มลพิษของโลกยังไม่วิกฤตในตอนนี้ ก็แน่นอนว่าสถานการณ์จะถึงระดับที่ทนไม่ได้มากขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น” “ไม่สามารถภาคภูมิใจได้มากไปกว่านี้แล้ว” ที่งานของเจ้าชายฟิลิปยังคงดำเนินต่อไปโดยทายาทที่ใกล้ชิดที่สุด 2 พระองค์คือ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งทั้งคู่ก็เข้าร่วมในการประชุมสุดยอด หลังจากพระราชสาส์นของพระสมเด็จราชินี ที่พระราชทานแก่บรรดาผู้นำในช่วงงานเลี้ยงรับรองตอนเย็น นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสันกล่าวว่า ผู้คนทั่วโลกต่างจับตาดูพวกเขาให้พลิกฟื้นสิ่งต่าง ๆ

บรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ  ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม และนักเคลื่อนไหวต่างวิงวอนให้มีดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อหยุดภาวะโลกร้อนที่คุกคามโลก ในวันจันทร์ (1 พฤศจิกายน) ในขณะที่การประชุมสุดยอด COP26  เป็นเวลา 2 สัปดาห์ได้เปิดฉากขึ้น ภารกิจนี้ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีกจากความล้มเหลวของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก 20 ชาติ หรือ G20 ในการยอมรับข้อผูกพันใหม่ ๆ ที่มีความทะเยอทะยานมากขึ้นในการประชุมสุดยอดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี กลุ่ม G20 นั้นรับผิดชอบต่อประมาณร้อยละ 80 ของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาทั่วโลก และในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันของคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของคลื่นความร้อน ความแห้งแล้ง น้ำท่วม และพายุ การประชุม COP26 ครั้งนี้ล่าช้าไป 1 ปี เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19COP26 ตั้งเป้าที่จะรักษาเป้าหมายของภาวะโลกร้อนไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

LinksLinks2