2 กันยายน 2565 คลื่นความร้อนไม่จบง่าย! งานวิจัยเผย จะอันตรายเพิ่ม “เกิดถี่กว่านี้อีก 3 เท่า ภายในปี 2100”

ที่มา : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9650000083522

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เปิดเผยว่า ประเทศที่อยู่ในเขตละติจูดกลางส่วนใหญ่ รวมถึงสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และประเทศในแถบยุโรปตะวันตก จะได้รับผลกระทบจากปัญหาคลื่นความร้อนรุนแรง หรือการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 39.4 องศาเซลเซียสขึ้นไป โดยภายในปี 2050 ระยะเวลาที่คลื่นความร้อนรุนแรงจะคงอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว จะยาวนานกว่าปัจจุบันมากกว่า 2 เท่า

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Communications Earth & Environment ระบุว่า ปกติแล้วคลื่นความร้อนรุนแรงไม่ค่อยเกิดขึ้นในเขตละติจูดกลาง แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าคลื่นความร้อนดังกล่าวจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในภูมิภาคนี้ ยกตัวอย่างเช่น เมืองชิคาโกในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งคาดว่าจะมีคลื่นความร้อนเกิดถี่ขึ้นกว่าเดิม 16 เท่าภายในปี 2100

ส่วนสถานการณ์ในประเทศเขตร้อนนั้นย่ำแย่ยิ่งกว่า เพราะประชาชนจะต้องเจอกับคลื่นความร้อนรุนแรงแทบจะทั้งปี โดยระยะเวลาที่คลื่นความร้อนรุนแรงสูง (Extremely Dangerous Heat) หรือมีอุณหภูมิสูงกว่า 51 องศาเซลเซียส จะเกิดขึ้นนั้นสูงกว่าเดิมถึง 2 เท่า ตัวเลขคาดการณ์นี้ถูกประเมินขึ้นภายใต้สมมติฐานที่ว่า อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นค่าสูงสุดที่กำหนดไว้ในความตกลงปารีส

ที่น่ากังวลคืองานวิจัยยังระบุด้วยว่า มีโอกาสเพียง 0.1% ที่เราจะสามารถจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี 2100 อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบแตะที่ระดับ 2 องศาเซลเซียส ภายในปี 2050 ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่าวิตก ซึ่งเราทุกคนควรร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีกในอนาคต