19 มิถุนายน 2563 สัญญาณดี! ลูกช้างป่า – โขลงช้างส่งเสียงหากัน

ที่มา:

https://news.thaipbs.or.th/content/293787

เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานความคืบหน้าภารกิจส่งลูกช้างป่าพลัดหลงแม่กลับคืนโขลงที่ห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่นำลูกช้างป่าเข้าคอกชั่วคราวในป่าบริเวณห้วยน้ำขุ่น จ. อุทัยธานี เพื่อรอให้โขลงแม่ช้างมารับ ซึ่งตลอดทั้งคืนยังไม่มีโขลงช้างเข้ามาที่คอก แต่เริ่มมีสัญญาณดี เพราะมีเสียงเรียกหากันเป็นระยะระหว่างลูกช้างป่ากับโขลงช้าง

ดร. ศุภกิจ​ พินิจพรสวรรค์ ผอ. ส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้ที่ติดตั้งวิทยุติดตามระบบ VHF ที่ขาลูกช้างป่าเปิดเผยว่า ภารกิจส่งลูกช้างป่ากลับโขลงครั้งนี้ใช้วิธีธรรมชาติให้ลูกช้างส่งเสียงร้องหาแม่ โดยไม่ได้ใช้วัตถุเทียม เช่น อาหาร เพื่อล่อให้โขลงช้างเข้ามาใกล้คอกคืนแรก ยังไม่มีโขลงช้างเข้ามาในจุดตั้งคอก เพราะมีเสียงรบกวนในพื้นที่ เช่น เสียงรถเจ้าหน้าที่ หรือเสียงจากการเตรียมการของเจ้าหน้าที่ รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทำให้โขลงช้างจะเดินเข้ามามีน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตาม ทีมคชสารของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้เฝ้าระวังความปลอดภัยให้แก่ลูกช้างตลอดทั้งคืน และห่างจากจุดตั้งคอกชั่วคราวออกไปอีกประมาณครึ่งกิโลเมตร จะมีชุดกองอำนวยการและทีมสัตวแพทย์เตรียมพร้อมอยู่ด้วย

การส่งลูกช้างป่ากลับโขลงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากในพื้นที่และต้องเป็นข้อมูลที่แม่นยำ ทั้งเรื่องจุดพักนอนของกลุ่มช้าง เส้นทางการเคลื่อนที่ รวมถึงตำแหน่งหากินของกลุ่มช้างในแต่ละวัน ทั้งนี้มีการวางแผนไว้หลายแนวทาง โดยหากไม่มีสัญญาณของโขลงช้างมารับ ก็อาจจะย้ายลูกช้างไปตั้งคอกที่จุดใหม่ หรือกรณีแม่ช้างมารับลูกกลับไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะติดตามสัญญาณจากวิทยุติดตามตัวที่ติดไว้บริเวณขาหลังด้านขวาของลูกช้าง ขณะเดียวกันชุดลาดตระเวนจะติดตามลูกช้างอย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่ง แต่หากกลับไปแล้วลูกช้างเดินไม่ทันโขลง หรือพลัดหลงแม่อีกครั้ง ทำให้การปล่อยคืนป่าในครั้งต่อไปมีความยากลำบากขึ้น เนื่องจากต้องพิจารณาเงื่อนไขของตัวลูกช้าง และลูกช้างเองควรจะต้องได้กินนมจากช้างแม่รับ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะคล้ายกับกรณีของ ชบาแก้วที่เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวกลับมาดูแล