18 มกราคม 2569 ค้นพบวาฬเขี้ยวลองแมนในไทยครั้งแรก! เจ้าวาฬจะงอยที่หาตัวยากในโลก
ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น่านน้ำทะเลไทยได้พบกับข่าวดีและข่าวร้ายในเวลาเดียวกัน เมื่อ 13 มกราคม 2569 มีรายงานว่าพบซากวาฬมีจะงอยปาก เพศผู้ ขนาดความยาว 5 เมตร 88 เซนติเมตร เกยตื้นบริเวณปากแม่น้ำพังราด ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยในความสูญเสียนั้นตามมาด้วยการค้นพบครั้งใหญ่ เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่มีการปรากฏตัวของวาฬปากจะงอยชนิด Longman’s beaked whale (Indopacetus pacificus) ในประเทศไทย
หากจะบอกว่าวาฬชนิดนี้เป็นวาฬซีเคร็ทก็คงจะไม่ผิด เพราะแม้แต่สถานะประชากรของพวกมันเองก็ยังไม่สามารถถูกประเมินได้ เนื่องจากพบเห็นในท้องทะเลได้ยากและมีข้อมูลไม่เพียงพอ รวมถึงพฤติกรรมการกินอาหารและเหยื่อยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
ในอดีต วาฬชนิดนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากกะโหลกเพียงสองชิ้นที่พบบนชายหาด ชิ้นแรกพบในออสเตรเลียในปี 1882 และได้รับการอธิบายในเวลาต่อมาโดย เอช.เอ. ลองแมน ผู้เป็นที่มาของชื่อวาฬชนิดนี้ และชิ้นที่สองพบในแอฟริกาในปี 1955 จนกระทั่งในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่ข้อมูลทางพันธุกรรมและสัณฐานวิทยาถูกนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงกับตัวอย่างอื่นๆ ที่ถูกพบเห็นในทะเลและถูกคลื่นซัดมากขึ้นจนทำให้เกิดคำอธิบายที่สมบูรณ์เกี่ยวกับวาฬปากจะงอยลองแมนมากขึ้น
ทั้งนี้ วาฬจะงอยชนิดนี้เป็นสัตว์ทะเลหายากที่อยู่ในทะเลลึกนอกชายฝั่ง และไม่เคยถูกค้นพบในประเทศไทย แม้โดยทั่วไป จะมีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก อาทิ ประเทศใกล้เคียงไทยอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย มัลดีฟส์ ศรีลังกา ไต้หวัน
การพบร่างวาฬปากจะงอยเกยตื้นเกยตื้นครั้งแรกในประเทศไทยนี้จึงถือเป็นการค้นพบวาฬชนิดที่ 29 ในประเทศไทย และจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในน่านน้ำไทย รวมถึงเป็นการเปิดประตูสู่การทำความเข้าใจวาฬปากจะงอยลองแมนให้มากขึ้น ทำให้เห็นว่าดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลไทยยังคงมีอะไรให้มนุษย์เราได้ทำความเข้าใจอีกมาก
ที่มา : Environman(environman.co.th/longmans-beak-whale-thailand/)