18 มิถุนายน 2564 ชมฝูงวัวแดงอวดโฉมเต็มทุ่ง 1 ใน 7 สัตว์ป่าที่ยิ่งใหญ่แห่งห้วยขาแข้ง และผู้มีอุปการะคุณแห่งพงไพร

ที่มา:

https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9640000058921

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ลงพื้นที่หอนกยูง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เมื่อเดินทางถึง ภาพข้างหน้าในระยะทั้งใกล้และไกล พบฝูงวัวแดง 2 ฝูง นับได้รวม 33 ตัว เป็นตัวเต็มวัย 26 ตัว ตัวน้อย ๆ อีก 7 ตัว ผอ.สบอ.12 (นครสวรรค์) เล่าความประทับใจให้ฟังว่า ทันทีที่เดินทางมาถึง ก็พบฝูงวัวแดงกำลังแทะเล็มหญ้าอยู่อย่างเอร็ดอร่อย บางตัวก็นอน บางตัวกินผลมะเดื่อซึ่งกำลังสุก บางตัวกินดินโป่ง ให้นมลูกบ้าง ใช้เขาขวิดเล่นกันบ้าง เล่นกับฝูงนกยูงก็มี ตัวไหนชอบความเงียบสงบก็เดินแยกตัวไปอยู่ลำพัง ถือเป็นอิริยาบถที่เรียบง่าย ดูพวกเขาช่างสุขใจยิ่งนัก สังเกตุเห็นฝูงวัวแดงแทะเล็มหญ้าไปได้ซักประมาณ 1 ชม. แล้วก็นอนพักผ่อนประมาณ 30 นาที แล้วลุกขึ้นมาแทะเล็มหญ้าต่อแบบนี้วนไปเกือบทั้งวัน เป็นภาพตื่นตา หากใครได้มาเห็นจริง ๆ แต่เพียงแค่ชมภาพก็สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื่น เบิกบาน เมื่อเห็นฝูงวัวแดงโชว์ตัวกลางทุ่งหญ้าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งอย่างต่อเนื่อง

ภาพที่บันทึกบนหอส่องสัตว์ “หอนกยูง” ซึ่งเป็นระยะปลอดภัยของทั้งผู้ชมและสัตว์ป่า ที่ทางเขตฯ จัดไว้ให้ แต่ตอนนี้เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 จึงปิดให้บริการ ไว้สถานการณ์เป็นปกติ ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าไปเที่ยวชม และเรียนรู้ในห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้ จุดชมที่หอนกยูง ถ้าสถานการณ์กลับมาเป็นปกติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมธรรมชาติของสัตว์ป่า ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่ปลอดภัยทั้งสัตว์ป่าและผู้เข้าชมต่างไม่รบกวนซึ่งกันและกัน แต่ช่วงนี้โควิดยังไม่น่าไว้วางใจ ชื่นชมภาพนิ่ง ภาพในคลิปกันไปก่อน

1 ใน 7 สัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ แห่งป่าห้วยขาแข้ง

วัวแดง หรือวัวเพลาะ (Banteng) เป็นสัตว์ป่าที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง แต่ก็ยังมีความสับสนในเรื่องการแยกแยะระหว่างวัวแดงกับกระทิงออกจากกัน แต่แท้จริงแล้ว วัวแดง เป็นสัตว์ในวงศ์วัวและควายเช่นเดียวกับกระทิง เท้ากีบเหมือนกัน เขาไม่แตกกิ่งเหมือนกัน กินพืชเหมือนกัน เคี้ยวเอื้องเหมือนกัน ส่วนรูปร่างยังคล้ายคลึงกัน แถมใส่ถุงเท้าขาวเหมือนกันอีกต่างหาก เป็นปัญหาของชาวสัตว์ป่ามือใหม่พอสมควร อย่างไรก็ตาม หากสังเกตให้ดีจะพบว่า วัวแดงมีขนาดตัวเล็กกว่ากระทิงเพียงเล็กน้อย การสังเกตด้วยลักษณะภายนอกจึงเป็นเรื่องยากสำหรับมือใหม่ แนะนำให้ดูที่ก้น หรือบั้นท้าย ถ้าลองเดินวนไปดูข้างหลัง วัวแดงจะมีวงสีข้าวที่ก้นทั้งเพศผู้และเพศเมีย ซึ่งจุดนี้กระทิงไม่มี เรามักพบเห็นวัวแดงได้ตามป่าโปร่ง เพื่อหากินแทะเล็กใบหญ้า ผลไม้ หรือยอดอ่อนของไม้พุ่ม และมักจะหลบภัยหรือพักผ่อนในป่าทึบ เห็นรูปร่างแบบนี้ กลับเคลื่อนไหวหลบหนีภัยได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่อืดอาดเหมือนวัวบ้าน ทั้งยังขึ้นชื่อว่ามีประสาทการดมกลิ่นขั้นดีเลิศ
มีประสาทหูและตาในระดับดี ใช่ว่าจะตกเป็นเหยื่อของผู้ล่าได้ง่ายดายนัก ในประเทศไทย พบวัวแดงกระจายอยู่ในพื้นที่หลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และที่สำคัญคือ เป็น 7 สัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ผู้มีอุปการะคุณแห่งพงไพร

ความเป็นอยู่ของวัวแดงในระบบนิเวศ คือ เหยื่ออันโอชะของเสือโคร่ง ตามกฎของธรรมชาติที่เสือโคร่ง กลายเป็นผู้ล่าเอามาเป็นอาหาร จึงเป็นศัตรูตัวฉกาจในธรรมชาติของวัวแดง และด้วยสรีระของวัวแดง หากเสือโคร่งล่าวัวแดงได้ เราอนุมานได้ว่า เสือโคร่งตัวนั้นต้องมีความแข็งแรงอย่างมาก คือ ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้อย่างดี และนั่นคือ เหตุผลที่เรายกให้วัวแดง เป็นผู้มีอุปการะคุณแห่งพงไพร เพราะวัวแดงเป็นเหยื่อหลักของเสือโคร่ง ความเป็นอยู่อันสุขสบายของเสือโคร่ง ย่อมมีปัจจัยขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของเหยื่อด้วย  การที่มีวัวแดงชุกชุม จึงเท่ากับบอกถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง  สถานภาพในปัจจุบันของวัวแดง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ไอยูซีเอ็น (IUCN) จัดให้อยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ (EN) แต่เรื่องที่น่ายินดีอย่างหนึ่งสำหรับประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการเพาะพันธุ์วัวแดงเพื่อปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี พื้นที่ซึ่งวัวแดงเคยสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับมาฟื้นฟูจำนวนประชากรใหม่ได้อีกครั้ง

LinksLinks2