17 สิงหาคม 2564 รู้หรือไม่ เราสามารถเปลี่ยนขยะจากกากกาแฟให้เป็นไบโอดีเซลเติมรถยนต์ได้

ที่มา: https://www.pptvhd36.com/news/ไลฟ์สไตล์/154202

สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่ คือ กลิ่นหอมของกาแฟที่โชยมาปลุกให้พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ ขณะที่หลายคนนิยมดื่มกาแฟเพื่อสร้างความสดชื่นในยามบ่าย กระตุ้นให้ตื่นตัวทำงานต่ออย่างราบรื่น ด้วยความนิยมดื่มกาแฟของผู้คนทั่วโลก ทำให้แต่ละปีเรามีขยะจากกากกาแฟมากกว่า 7 พันตันต่อปี และกากกาแฟเหล่านี้หากเราไปทำลายแบบไม่ถูกวิธีจะกลายเป็นการเพิ่มมลภาวะในอากาศให้แก่โลกของเรา วิธีการกำจัดกากกาแฟอย่างสร้างสรร คือ การนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล และทำเป็นถ่านสำหรับใช้ในครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลจากกลุ่มปตท.ระบุว่า ปริมาณกาแฟที่คนทั่วโลกดื่มเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 ล้านแก้วต่อปี ทำให้เกิดขยะจากกากกาแ มากกว่า 6 ล้านตันต่อปี เพื่อกำจัดกากกาแฟจึงต้องฝังกลบให้ย่อยสลาย แต่กลายเป็นการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจำนวนมาก สตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Bio-Bean จึงคิดวิธีเปลี่ยนกากกาแฟกว่า 7,000 ตันต่อปี มาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้ในด้านขนส่งสาธารณะ และนำขยะจากกากกาแฟไปผลิตเป็นถ่านสำหรับใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม ซึ่งหากนำมาเผาไหม้จะให้ความร้อนได้นานกว่าถ่านไม้Bio-Bean เป็นสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษ นำเศษขยะกากเมล็ดกาแฟหลังจากชงกาแฟแล้ว นำไปผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B20 นำกลับมาเติมให้รถเมล์ในกรุงลอนดอนที่ผู้คนดื่มกาแฟในแต่ละวันเป็นจำนวนมากถึง 2 แสนตันต่อปี B20 Coffee-Bio-Diesel บริษัท Bio-Bean ได้รับความร่วมมือจากบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างเชลล์ โดยปี ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา ยังได้รับเงินทุนสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ ผลวิจัยพบว่า กากกาแฟเหลือทิ้ง 10 กก. สามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง 2 ลิตร โดยนำเอากากกาแฟเหลือทิ้งมาทำให้แห้ง จากนั้นนำมาปรับสภาพ เพื่อลดกรดไขมันอิสระ แต่หากไม่นำเอากรดไขมันอิสระออกไปจะทำให้เกิดสบู่ทันที เมื่อปรับสภาพกากกาแฟเรียบร้อยแล้วจึงนำมาผ่านกระบวนการการสกัดทางเคมีจนได้ออกมาเป็นน้ำมันไบโอดีเซลดิบ แต่เรายังไม่สามารถนำมาใช้ได้จึงต้องทำให้น้ำมันไบโอดีเซลดิบที่ได้มาบริสุทธิ์ไร้สารปนเปื้อนเสียก่อน จนได้ออกมาเป็นน้ำมันไบโอดีเซลบริสุทธิ์จากกากกาแฟ เพียงเท่านี้ก็สามารถนำมาใช้เติมเครื่องยนต์ได้แล้ว แต่ในกระบวนการผลิตพบว่า มีต้นทุนสูงและต้องใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพราคาค่อนข้างแพง ทำให้ต้องศึกษาหาวิธีการสกัดเพื่อลดต้นทุนของสารเคมีที่ใช้ เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด ปัจจุบันได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสามารถนำมาใช้ได้จริง เช่น ประเทศอังกฤษเริ่มใช้น้ำมันไบโอดีเซลจากกากกาแฟเหลือทิ้งสำหรับเติมในรถขนส่งซึ่งสามารถใช้การได้เป็นอย่างดี

รถเมล์ที่เติมด้วยไบโอดีเซลจากกากกาแฟในประเทศอังกฤษให้บริการจริงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยบริษัท Bio-Bean คาดว่า กากกาแฟประมาณ 2.6 ล้านถ้วย จะสามารถสกัดเป็นเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการใช้งานของรถบัส 1 คันได้นานถึง 1 ปี นับเป็นวิธีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแนวใหม่ โดยการเปลี่ยนกากกาแฟที่เคยถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ให้เป็นพลังงานทดแทน ส่วนกากกาแฟที่นำมาผลิตเป็นถ่าน ช่วยในการเผาไหม้ได้ดี สามารถให้ความร้อนได้มากกว่าถ่านไม้ถึงร้อยละ 20 สามารถนำมาใช้ได้ในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม แม้ว่าการเผาไหม้ขยะจากกากกาแฟยังเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ แต่ก็น้อยกว่าพลังงานเชื้อเพลิงอื่นถึงร้อยละ 80

LinksLinks2