16 ตุลาคม 2569 ล้ำไปอีกขั้น! นวัตกรวัยใส XCL ASB ดึงเทคโนโลยี Synthetic Biology อัปไซเคิลขยะพลาสติกสู่ ‘เมลานิน’ สอดรับโมเดลเศรษฐกิจ BCG
จากขยะขวดพลาสติกที่สร้างมลพิษ สู่สารตั้งต้นครีมกันแดดแห่งอนาคต
เปิดมุมมองงานวิจัยโดย “ริโอ (Ryo)” กัปตันทีม และ “นิโก้ (Nico)” สมาชิกทีม Wet Lab สองตัวแทนนักเรียนผู้ถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนี้ จากทีม iGEM แห่ง XCL American School of Bangkok (XCL ASB) ซึ่งทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ในทีม ได้แก่ Phone Myat Min Shein, Khant Nyan Htet, Varong Montriwat, Zin Mi Mi Zaw, Hayun Ko, Thu Ta Than Lwin, Yin Myat Hein, Htet Lun Wati Win และ Vichaya Hira รวมทั้งหมด 11 คน ผู้พัฒนานวัตกรรมด้านชีววิทยาประดิษฐ์ (Synthetic Biology) มุ่งเปลี่ยนขยะพลาสติก PET ให้กลายเป็น เมลานิน (Melanin) ซึ่งมีศักยภาพต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเตรียมนำเสนอผลงานบนเวทีนวัตกรรมระดับโลก iGEM Grand Jamboree 2026 ระหว่างวันที่ 13–16 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นสารมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ สอดรับโมเดล BCG
โครงการนี้เกิดจากความตระหนักถึงวิกฤตขยะพลาสติกและมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ทีม iGEM ของ XCL ASB จึงมุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการนำพลาสติก PET ซึ่งพบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับกระบวนการทางชีวภาพ แทนการรีไซเคิลแบบดั้งเดิม โดยอาศัยองค์ความรู้ด้าน Synthetic Biology ออกแบบระบบชีวภาพเพื่อเปลี่ยน PET ไปสู่สารตั้งต้นและกระบวนการผลิต Melanin
การวิจัยนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำแนวคิดการเพิ่มมูลค่า (Upcycling) แต่ยังตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนระดับโลก และสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่า Melanin ที่ได้ จะสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ปลอดภัยต่อผิวและเป็นมิตรต่อแนวปะการัง (Reef-safe Sunscreen) นอกจากนี้ ทีมยังศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้สารประกอบขั้นกลาง (Intermediate Compounds) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างครบวงจร
ตลอดเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาได้ลงมือปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการ Wet Lab ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การดูแลและให้คำปรึกษาของ ศาสตราจารย์ ดร.กุลยา สมบูรณ์วิวัฒน์ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยร่วมกันออกแบบ Biological Pathways และ Genetic Constructs รวมถึงการทดสอบและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาคุณสมบัติของเอนไซม์ PETase ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายพลาสติก PET โดยทีมต้องศึกษาความทนทานต่ออุณหภูมิ (Thermostability) เพื่อให้เอนไซม์ทำงานได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพที่สุด
โดย ศาสตราจารย์ ดร.กุลยา สมบูรณ์วิวัฒน์ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “สิ่งที่น่าประทับใจคือ เด็ก ๆ มีความกระตือรือร้นและตั้งใจทำโครงงานในห้องปฏิบัติการวิจัยเป็นอย่างมาก การได้ลงมือทำจริง ไม่เพียงช่วยให้พวกเขาเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แต่ยังได้ฝึกความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดอย่างเป็นระบบ และการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด เราอยากให้เด็ก ๆ สนุกกับการเรียนรู้ กล้าคิด กล้าตั้งคำถาม และกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ เพราะประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นคนที่พร้อมเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในอนาคต”
ที่มา : MGR online (https://mgronline.com/qol/detail/9690000098780)