15 พฤศจิกายน 2564 สังคมโลก : ลดแต่ไม่เลิก

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/article/472416/

นางซิติ นูร์บายา บาการ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย กล่าวเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจาการ์ตาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุติการตัดไม้ทำลายป่า และการเพิ่มมาตรการปกป้องทรัพยากรดิน ภายในสิ้นทศวรรษนี้ หรือภายในปี 2573 ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 26 หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ “เป็นการข่มขู่ที่ไม่ยุติธรรมและไม่เหมาะสม” อินโดนีเซียกำลังเร่งโครงการพัฒนาหลายระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายด้าน ซึ่งไม่สามารถหยุดชะงักได้ เพียงเพราะเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือการยุติการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศ ให้คำนิยามแตกต่างกัน ดังนั้น อินโดนีเซียไม่สามารถให้คำมั่นกับสิ่งที่ทำไม่ได้ และตะวันตกไม่ควรใช้มาตรฐานของตัวเองกับอินโดนีเซีย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียพยายามคลี่คลายสถานการณ์ ด้วยการออกแถลงการณ์ว่า คำประกาศเรื่องการยุติการตัดไม้ทำลายป่าไม่ได้หมายความว่า ต้องสิ้นสุดภายในปี 2573 แต่เป็นการที่มากกว่า 100 ประเทศซึ่งลงนามนั้น ให้หลักประกันร่วมกันอย่างจริงจังว่า จะไม่มีการสร้างความเสียหาย และทำลายผืนป่าอีก อย่างไรก็ตาม ท่าทีของรัฐมนตรีถือเป็นการส่งสัญญาณท้าทายให้แก่เป้าหมายนี้ตั้งแต่ต้น จากการที่อินโดนีเซียเป็นประเทศซึ่งมีพื้นที่ป่าเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3 ของโลก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรวมกับบราซิล และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DR Congo) แล้ว พื้นที่ป่าของทั้ง 3 ประเทศมีอาณาบริเวณครอบคลุมมากถึงร้อยละ 85 ของผืนป่าทั้งโลก นอกจากนั้น ปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และเฉพาะเมื่อปี 2562 มีการแผ้วถางป่าเป็นพื้นที่เทียบเท่ากับประเทศเบลเยียม เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกปาล์ม

ทั้งนี้ ประเทศอินโดนีเซียไม่ได้นำเสนอเป้าหมายเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าต่อคณะกรรมการของ UNFCCC ปีนี้แต่ระบุว่า การขยายอาณาเขตของพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 จาก 51.8 ล้านเฮกเตอร์ เป็น 65.3 ล้านเฮกเตอร์ ระหว่างปี 2563-2567 นับตั้งแต่ปี 2561 ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ใช้คำสั่งพักการออกใบอนุญาตปลูกปาล์มน้ำมัน เนื่องจากเป็นต้นเหตุของการเกิดไฟป่าครั้งใหญ่หลายครั้ง ซึ่งนับจากนั้น อัตราการตัดไม้ทำลายป่าในประเทศอินโดนีเซียลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีเมื่อปีที่แล้ว โดยเหลือเพียง 115,500 เฮกเตอร์ แต่รัฐบาลอินโดนีเซียไม่ได้ขยายระยะเวลาบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว เป็นสัญญาณว่า ต่อให้สามารถลดปริมาณคาร์บอนได้ตามเป้าหมายภายในปี 2573 การตัดไม้ทำลายป่าในประเทศอินโดนีเซียยังคงเดินหน้าต่อไป

LinksLinks2