15 ตุลาคม 2564 ลอบทิ้งซากสุกรกว่า 60 ตัว ผวาอหิวาต์ระบาด

ที่มา:

https://news.ch7.com/detail/522195

ซากสุกรขนาดใหญ่กว่า 60 ตัว ถูกนำใส่รถบรรทุกหกล้อ และรถกระบะลอบนำมาทิ้งไว้ใต้สะพานกลับรถสาย 357 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี จนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรี และนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์นำรถแบ็กโฮมาขุดหลุมลึก 5 ม. ฝังกลบซากสุกรทั้งหมด และฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์กล่าวว่า ซากสุกรทั้งหมดถูกผ่าชำแหละส่วนที่เป็นอวัยวะทิ้ง แยกส่วนกับลำตัว ขณะที่บริเวณลำตัวมีผื่นสีม่วงคล้ำขึ้นทั่วลำตัว และบางจุดเป็นเหมือนตุ่มอักเสบ มีร่องรอยเน่าคล้ายแผลเปื่อย แต่ยืนยันว่า สุกรทั้งหมดไม่ใช่สุกรในพื้นที่ เนื่องจากทั้งตำบลไม่มีการขึ้นทะเบียนฟาร์มสุกร จึงเชื่อได้ว่า ซากสุกรทั้งหมดน่าจะถูกนำมาจากพื้นที่อื่น เพื่อลอบทิ้งในบริเวณดังกล่าว เพราะเป็นจุดที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไม่มีกล้องวงจรปิด โดยที่ผ่านมาเคยมีคนลักลอบนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งบ่อยครั้ง รวมถึงขยะชุมชนด้วย เพื่อป้องกันปัญหานี้ จึงสั่งการให้อาสาสมัครคอยเฝ้าระวัง หวั่นจะมีการลักลอบทิ้งซ้ำ ก่อนหน้านี้ เคยมีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร ทำให้หลายพื้นที่มีสุกรล้มตายจำนวนมาก ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกภาคเหนือ และภาคใต้ แต่ที่ดูหนักหนาคือพื้นที่ปริมณฑลอย่าง จ.นครปฐม และราชบุรี ทำให้เกษตรกรต้องหยุดเลี้ยง เพื่อล้างฟาร์ม ตัดวงจรการระบาด แม้สภาพของซากสุกรที่นำมาลอบทิ้งจะมีลักษณะคล้ายกับโรคระบาดที่เกิดก่อนหน้านี้ แต่ปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรียังไม่ฟันธงว่า เป็นอหิวาต์ในสุกร แต่ประกาศเตือนให้ฟาร์มสุกรในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเฝ้าระวัง หากพบการตายผิดปกติไม่แนะนำให้นำไปลอบทิ้ง แต่ให้กำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเผาหรือฝังกลบ

สำหรับซากสุกรที่พบในครั้งนี้น่าจะตายมาแล้วมากกว่า 24 ชม. โดยพบว่า ส่วนใหญ่ท้องจะแตก และส่งกลิ่นเหม็น จึงไม่สามารถเก็บตัวอย่างเชื้อไปตรวจในห้องปฏิบัติการได้ กรมปศุสัตว์ยืนยันโรค PRRS หรือเพิร์ส ไม่แพร่กระจายจากสัตว์สู่คน แนะนำหากบริโภคเนื้อสุกรต้องปรุงให้สุกเท่านั้น ย้ำเกษตรกรต้องให้ความสำคัญกับการจัดการฟาร์ม ป้องกันการแพร่เชื้อโรคในสุกร เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

 

LinksLinks2