15 กรกฎาคม 2563 สัตว์ตายเพราะพลาสติก ตอกย้ำวิกฤติมลพิษขยะในไทย

ที่มา:

https://www.dailynews.co.th/article/784546

แม้ประเทศไทยจะมีการรณรงค์และแบนการใช้ถุงพลาสติกที่ทำให้ปริมาณขยะลดลงมหาศาล แต่ดูเหมือนว่าปัญหาขยะพลาสติกที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมยังไม่หายไปไหน และยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ และสิ่งแวดล้อมอยู่ล่าสุดในเดือน ก.ค. เกิดเรื่องน่าเศร้าใจในการพบเต่าทะเลเกยตื้นที่บางแสน และช้างป่าตาย ที่แม้จะต่างที่กัน แต่จากการผ่าพิสูจน์ทำให้เห็นว่า สาเหตุที่ทำให้มันตายเหมือนกันนั้นคือ ขยะพลาสติก วันที่ ๓ ก.ค. ๖๓ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแสนสุข พบเต่าลอยมาเกยตื้นตายที่ชายหาดบางแสน ซึ่งลอยมากับขยะทะเล ที่ถูกพัดเข้ามาหาฝั่งในช่วงฤดูมรสุม โดยภายหลังในวันที่ ๔ ก.ค. ๖๓ นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม เปิดเผยผลการการผ่าพิสูจน์เต่าที่ตาย ระบุว่า เป็นเต่ากระเพศเมีย ตายมาแล้วประมาณ ๓ วัน เมื่อผ่าเปิดพบไข่ในท้องประมาณ ๒๐๐ ฟอง เส้นผ่านศูนย์กลางของไข่โดยเฉลี่ยประมาณ ๒ ซม. พบเบ็ดตกปลาขนาด ๒ ซม. ปักอยู่ลำคอ พบเศษพลาสติกใส ปะปนอยู่กับอาหารจำพวกปะการังอ่อน และพบเศษถุงพลาสติกและเชือกพันเป็นก้อนอุดตันในลำไส้ ถัดมาเพียงไม่กี่วันก็เจอเรื่องน่าเศร้าใจอีกในวันที่ ๘ ก.ค. ๖๓ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่หลังมหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ ท้องที่หมู่ ๑๐ ต. พลวง อ. เขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี หลังได้รับแจ้งพบซากช้างป่าจำนวน ๑ ตัว

จากผลการตรวจสอบชันสูตร พบซากช้างป่าสีดอ เพศผู้ จำนวน ๑ ตัว น้ำหนักประมาณ ๓,๐๐๐ –​ ๓,๕๐๐ กก. อายุประมาณ ๑๘ –​ ๒๐ ปี โดยเจ้าหน้าที่ติดตามช้างป่าตัวดังกล่าวระบุว่า​ ช้างป่าตัวดังกล่าวไม่ขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระมาประมาณ ๒ วันแล้ว​ ตรวจภายนอกไม่พบร่องรอยผิดปกติ หรือบาดแผลใดๆ

สัตวแพทย์ผ่าชันสูตรพบความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ลำไส้เกิดการอักเสบ มีแผลที่ผนังลำไส้ พบลิ่มเลือด พบปื้นเลือดและเนื้อตายในบางส่วน​ นอกจากนี้ยังพบถุงพลาสติกที่มีลักษณะเปื่อยภายในลำไส้ตลอดจนปะปนอยู่กับอุจจาระภายในลำไส้ใหญ่ และภายในช่องปาก พบอุจจาระอยู่เต็มลำไส้ พบพยาธิตัวกลมปะปนกับอุจจาระ​ พบน้ำภายในลำไส้และช่องท้องปริมาณมาก และเก็บตัวอย่างอวัยวะภายใน เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์​ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สัตวแพทย์สรุปสาเหตุการตายเบื้องต้นว่า เกิดจากระบบทางเดินอาหารในส่วนของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่มีความผิดปกติ เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ส่งผลต่อการเคลื่อนตัวของลำไส้ เกิดอาการท้องอืด ไม่มีการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ​ โดยต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง

การตายของทั้งสัตว์สองตัวเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่เกิดขึ้น เพราะผลกระทบของขยะพลาสติกของเราที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า ปัญหาของพลาสติกเหล่านี้ยังคงอยู่ แม้เราจะมีการแบนการใช้ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ หรือมีการรณรงค์กันอย่างมากมายก็ตาม ขยะพลาสติกปัจจุบันเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ด้วยจากพฤติกรรมการใช้แล้วทิ้ง ทำให้ขยะจำนวนมากถูกกำจัดไม่ถูกวิธีอย่างการเผา กองรวมกัน หรือทิ้งให้ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ทะเล ป่า เขา ใช้เวลาย่อยสลายนานเป็นอันตรายต่อสัตว์นับไม่ถ้วน รวมถึงส่งผลกระทบต่อมนุษย์เอง โดยประเด็นขยะพลาสติกในไทยได้ถูกจุดขึ้นเมื่อมาเรียม พะยูนตัวน้อยต้องตาย เพราะขยะพลาสติก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดการขยะให้ขึ้น โดยเต่า และช้างที่ตายในเดือนนี้ยังตอกย้ำว่าวิกฤตินี้ยังคงอยู่ และนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆจากสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน ทุกวินาที

อย่างไรก็ตามเรามาถูกทางในการตั้งใจแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจัง แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมาขยะพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหารเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้อาจเกิดปัญหาเพิ่มขึ้น คงถึงเวลาที่เราจะช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังทั้งจากภาคประชาชนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเอง เอกชนในการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการให้เป็นมิตรรวมถึงรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และภาครัฐที่ต้องเคร่งครัดในการทำให้กระบวนการแก้ปัญหาขยะเกิดขึ้น เราทุกคนควรช่วยกันในการลดสร้างขยะ (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) ช่วยกันเก็บขยะ แยก ทิ้งให้ถูกที่ และจัดการให้ถูกทาง (Recycle) ร่วมกันทุกภาคส่วน