14 มิถุนายน 2569 สำรวจ 7 อาคารอัจฉริยะไทย เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน “ตึก” เป็นระบบนิเวศแห่งอนาคต

หากโพสต์ทูเดย์ Smart..City จะเล่าถึง “อาคารอัจฉริยะที่ล้ำที่สุดในประเทศไทย” สิ่งสำคัญที่สุด อาจต้องมองให้ลึกเกินกว่าคำว่า Smart Building ที่หมายถึงเพียงการติดตั้งระบบอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาถึงการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการพลังงาน ความยั่งยืน สุขภาวะของผู้ใช้งาน และความสามารถในการรองรับอนาคต (Future Readiness) ด้วย จากมุมมองดังกล่าว เราสามารถบอกได้ว่าอาคารและโครงการที่โดดเด่นที่สุดของไทยในปัจจุบันมีอยู่ประมาณนี้ เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อาคารถูกออกแบบให้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ทำงาน หรือให้บริการ แต่ในยุคดิจิทัล อาคารกำลังเปลี่ยนสถานะจากโครงสร้างคอนกรีตสู่ “แพลตฟอร์มอัจฉริยะ” ที่สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ เรียนรู้ และตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้แบบเรียลไทม์

ประเทศไทยเองกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดังกล่าวอย่างเต็มตัว โดยมีหลายโครงการที่นำเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะระดับโลกเข้ามาประยุกต์ใช้ ตั้งแต่ระบบบริหารพลังงานอัตโนมัติ เครือข่าย IoT การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ไปจนถึงแนวคิด Smart..City..ที่เชื่อมโยงทั้งเมืองเข้าด้วยกัน หากมีโครงการใดที่สะท้อนภาพของ “เมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต” ได้ชัดเจนที่สุดในประเทศไทย คงหนีไม่พ้น One Bangkok

ความพิเศษของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาดการลงทุนระดับกว่าแสนล้านบาทเท่านั้น แต่คือ การออกแบบให้ทั้งพื้นที่ทำงานเป็นระบบดิจิทัลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ด้านการสื่อสาร ระบบบริหารจัดการอาคาร พลังงาน ความปลอดภัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

One Bangkok เป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองทั้ง WiredScore Platinum และ SmartScore Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความพร้อมทางดิจิทัลและความเป็นอาคารอัจฉริยะระดับสูงสุด โดย SmartScore Platinum จัดอยู่ในกลุ่มอาคารอัจฉริยะชั้นนำของโลกเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ภายในอาคารมีระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงาน คุณภาพอากาศ การใช้งานพื้นที่ และตัวชี้วัด ESG แบบเรียลไทม์ รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cybersecurity และระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ออกแบบให้มีความเสถียรสูง รองรับการทำงานยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่หลายโครงการมุ่งเน้นเรื่องเทคโนโลยี The PARQ เลือกวางตำแหน่งตนเองในฐานะ “อาคารอัจฉริยะเพื่อสุขภาวะ”

แนวคิดหลักของโครงการคือการทำให้อาคารเรียนรู้และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน ผ่านระบบ Smart Office ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทั่วอาคาร ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ ระบบจัดการพลังงาน ระบบบริหารที่จอดรถ ระบบ Smart Meter และระบบบริหารผู้มาติดต่อแบบดิจิทัล

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการนำ IoT เข้ามาช่วยลดการใช้พลังงาน โดยระบบสามารถปรับแสงสว่างอัตโนมัติตามปริมาณแสงธรรมชาติและการใช้งานพื้นที่จริง ขณะที่กระจกอาคารประสิทธิภาพสูงช่วยลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ถึง 75% ส่งผลให้การใช้พลังงานของอาคารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศและเซ็นเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ทั่วอาคาร ทำให้อาคารสามารถจ่ายอากาศบริสุทธิ์ได้มากกว่ามาตรฐานสากลประมาณ 30% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้อาคาร

ที่มา : www.posttoday.com (https://www.posttoday.com/smart-city/743702)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy