14 มิถุนายน 2569 จากเศษวัสดุเหลือทิ้งสู่ ‘Vela Pallet’ นวัตกรรมโลจิสติกส์สีเขียว ที่เปลี่ยนขยะให้เป็นมูลค่า

ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย และกระแสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก การจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งหาทางออกในขณะที่เศษซากพืชทางการเกษตรจำนวนมากยังคงถูกเผาทิ้งหรือปล่อยให้กลายเป็นของเสียไร้มูลค่า สตาร์ทอัพไทยรุ่นใหม่อย่าง “Vela..Enterprise” กลับมองเห็นโอกาสซ่อนอยู่ในสิ่งที่หลายคนมองข้าม ด้วยแนวคิด “Waste to Value” ที่มุ่งเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและภาคธุรกิจ
ไปพร้อมกัน

         ล่าสุด เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมคนรุ่นใหม่จาก บริษัท เวฬา เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด นำโดย คุณฉันท์ธิดา วรรณภิระ Executive General Manager พร้อมด้วย คุณจุลพักตร์ ทนนวงค์ และคุณบัณฑิฌา ธิโนชัย ในตำแหน่ง Brand & Growth Manager ผู้ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจนี้ไปด้วยกัน จากเศษวัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ขยะ” วันนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และอาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

         จุดเริ่มต้นจาก “หัวใจ” ที่อยากแก้ปัญหาควันพิษ จุดเริ่มต้นของ Vela Enterprise ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องประชุมหรือห้องทดลอง แต่เริ่มต้นจากการลงพื้นที่จริงในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรก ทีมงานได้เข้าไปสนับสนุนเกษตรกรด้วยการนำเครื่องจักรเข้าช่วยเก็บเกี่ยวและจัดการตอซังข้าวโพด เพื่อลดการเผาในพื้นที่การเกษตร แต่เมื่อได้พูดคุยกับชาวไร่อย่างใกล้ชิด จึงพบว่าเบื้องหลังปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ยังมีภาระด้านต้นทุนที่เกษตรกรต้องแบกรับอยู่ไม่น้อย หลังการเก็บเกี่ยว เกษตรกรจำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมปลูกพืชในรอบถัดไป หากเลือกไม่เผา ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานหรือเครื่องจักรมาไถกลบซากพืช ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มเติมที่หลายคนหลีกเลี่ยงได้ยาก

ด้วยความตั้งใจที่จะหาทางออกที่ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม ทีมงานจึงเริ่มมองหาแนวทางในการนำวัสดุเหลือใช้เหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ในระยะแรก ตอซังข้าวโพดที่เก็บรวบรวมได้ถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) แต่เมื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนอย่างละเอียด กลับพบว่า มูลค่าที่ได้รับยังไม่สูงเพียงพอที่จะทำให้โมเดลธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืนตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถช่วยลดการเผาในพื้นที่การเกษตรได้มากกว่า 200 ไร่ พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศได้มากกว่า 200 ตัน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการแก้ปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศ
ในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมงาน แต่ยังจุดประกายคำถามสำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้เศษวัสดุทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าการเป็นเชื้อเพลิง” คำตอบของคำถามนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท เมื่อทีมงานเริ่มจับมือกับสถาบันการศึกษาและนักวิจัย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จนนำไปสู่การวิจัยและพัฒนา “VELA..Pallets” พาเลทนวัตกรรมจากวัสดุธรรมชาติ ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษเหลือทางการเกษตร แต่ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนในอนาคต จากเป้าหมายในการ “ลดการเผา” จึงค่อยๆ พัฒนาไปสู่การสร้างระบบจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรม VELA Pallets ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้าน Online  (https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_338594)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy