14 กรกฏาคม 2569 ‘มูลวัว’ แหล่งพลังงานใหม่ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ แก้ปัญหาเอไอใช้ไฟฟ้าเปลือง แถมยังยืนดีต่อโลก
ในขณะที่ “เอไอ” กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความต้องการพลังงานไฟฟ้าสำหรับ “ดาต้าเซ็นเตอร์” เพื่อประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ ก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน สถานการณ์นี้บีบให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ต้องมองหาแหล่งพลังงานทางเลือกที่มีความเสถียรและยั่งยืน จนนำมาสู่แนวคิดสุดล้ำอย่างการนำ “มูลวัว” มาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงเพื่อขับเคลื่อนโลกดิจิทัล
กระบวนการนี้เริ่มต้นจาก การนำมูลวัวและของเสียจากอาหารมาผ่าน “ระบบการย่อยแบบไม่ใช้อากาศ” (Anaerobic..Digesters)..ที่ดักจับก๊าซมีเทนไว้ภายในถังปิดผนึก ซึ่งจุลินทรีย์จะย่อยสลายของเสียอินทรีย์โดยปราศจากออกซิเจน จากนั้นก๊าซดังกล่าวจะถูกนำไปปรับปรุงคุณภาพจนกลายเป็น “ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน” หรือ “ก๊าซ RNG” (Renewable Natural Gas) หรือในอีกชื่อหนึ่ง “ไบโอมีเทน” ที่มีคุณสมบัติทางเคมีใกล้เคียงกับก๊าซธรรมชาติทั่วไป แต่มีความยั่งยืนมากกว่า
สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐ (EPA)..อธิบายว่า ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียนที่ผ่านการปรับปรุงแล้วนั้น มีองค์ประกอบทางเคมีเกือบจะเหมือนกับก๊าซธรรมชาติทั่วไป ซึ่งหมายความว่าสามารถส่งผ่านท่อส่งก๊าซที่มีอยู่แล้วและเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซมาตรฐานได้โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ความเข้ากันได้นี้ทำให้ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียนเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูล
พลังงานจากมูลวัวจะมีความเสถียร ใช้งานได้ต่อเนื่อง ต่างจากพลังงานลมหรือแสงอาทิตย์ที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยก๊าซ RNG สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์การใช้เป็นเชื้อเพลิงให้แก่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องการพลังงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด เพื่อให้ระบบเอไอทำงานได้อย่างราบรื่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Lent Hill Dairy Farm ในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นฟาร์มโคนมแห่งแรกในสหรัฐ ที่ใช้ก๊าซชีวภาพจากมูลวัวมาผลิตไฟฟ้าสำหรับขุดคริปโตเคอร์เรนซีในพื้นที่ฟาร์ม โครงการนี้ดำเนินการโดยบริษัท Ag-Grid..Energy..ซึ่งเชื่อว่าโมเดลนี้สามารถขยายไปสู่การรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กได้ทั่วประเทศ
ราชิ อักกิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Ag-Grid Energy กล่าวอย่างภูมิใจว่า “ท้ายที่สุดแล้ว โมเดลของเราคือการมอบคุณค่าคืนสู่พื้นที่ชนบทที่เราอยู่” เธอยังคาดหวังว่าหากมี “เครดิตภาษี “(Tax Credits) สำหรับการผลิตไฟฟ้าเพื่อเอไอโดยเฉพาะ จะช่วยให้โครงการเหล่านี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้าน แพทริค เซอร์ฟาสส์ ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมก๊าซชีวภาพแห่งอเมริกา ให้ความเห็นว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์จะมีความหิวโหยพลังงานมากจนสามารถกินทรัพยากรทั้งหมด ที่อุตสาหกรรมก๊าซชีวภาพจะสร้างขึ้นได้” เขามองว่าก๊าซชีวภาพคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ตอบโจทย์เรื่องความน่าเชื่อถือของแหล่งพลังงาน แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft..ก็ได้เริ่มจับมือกับพันธมิตรเพื่อใช้ก๊าซ RNG..เป็นพลังงานสำรองสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในแคลิฟอร์เนีย ขณะที่บริษัท Vanguard Renewables ซึ่งเป็นบริษัทจัดการของเสียและบริษัทในเครือ Black Rock ยกให้ก๊าซจากมูลวัวเป็น “เชื้อเพลิงแห่งยุคเอไอ” เลยทีเดียว นอกจากนี้ ฟาร์มโคนมยังสามารถนำความร้อนที่ดาต้าเซ็นเตอร์ปล่อยออกมาจำนวนมหาศาล ไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยเอริน คอร์ตัส ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา อธิบายว่าความร้อนนี้สามารถนำมาใช้ช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายมูลวัวในถังย่อยได้ เป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกันที่ลงตัว อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ไม่ได้อาจจะเป็นดาบสองคมได้ ซาราห์ โดโนฟริโอ นักวิชาการและนักรณรงค์ เตือนว่า ความต้องการพลังงานจะไปกระตุ้นให้เกิด “ฟาร์มปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม” (Factory Farms) มากขึ้น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1242208)