12 พฤษภาคม 2565 พิษโลกร้อน วิจัยชี้ปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟส่วนใหญ่ถูกฟอกขาว

ที่มา: https://www.matichon.co.th/foreign/news_3339292

นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า กว่าร้อยละ 90 ของเกรตแบร์ริเออร์รีฟ แนวหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลกที่มีการสำรวจในปีนี้ถูกฟอกขาว ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 7 ปีที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก การฟอกขาวก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2016 2017 และ 2020 ทำให้แนวปะการังที่มีชื่อเสียงนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของออสเตรเลีย ซึ่งมีความยาวกว่า 2,000 กม. และครอบคลุมพื้นที่ถึง 348,000 ตารางกิโลเมตรได้รับความเสียหายถึง 2 ใน 3

เดวิด วาเชนเฟลด์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของหน่วยงานที่ดูแลระบบนิเวศของแนวปะการังกล่าวว่า ปะการังฟอกขาวเพื่อตอบสนองต่อความเครียดจากความร้อน อย่างไรก็ดีนักวิทยาศาสตร์หวังว่า ปะการังส่วนใหญ่จะฟื้นตัวจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สิ่งบ่งชี้ในระยะแรกคือ อัตราการเสียชีวิตของปะการังจะไม่สูงมากนัก วาเชนเฟลด์กล่าวว่า การฟอกขาวที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2016 และ 2017 ปะการังตายของค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดีในปี ค.ศ. 2020 ที่มีการฟอกขาวของปะการังเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากแต่มีอัตราการตายต่ำ ซึ่งเราหวังว่าในครั้งนี้ปะการังส่วนใหญ่ที่ฟอกขาวจะฟื้นคืนกลับมาได้

ไซมอน แบรดชอว์ นักวิจัยจาก Climate Council ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในออสเตรเลียที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชี้ว่า รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การอยู่รอดของแนวปะการังขึ้นอยู่กับการลดการปล่อยมลพิษทั่วโลกในทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง เพราะแนวปะการังของออสเตรเลียกำลังประสบปัญหาร้ายแรง เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นไม่ให้มีการนำแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟไปบรรจุอยู่ในบัญชีของมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากความเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ดีประเด็นดังกล่าวจะกลับมาอยู่ในวาระการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมประจำปีครั้งต่อไป โดยเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาคณะผู้แทนของสหประชาชาติเยี่ยมชมแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟเพื่อประเมินว่า มรดกโลกแห่งนี้ควรถูกปรับลดระดับเนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ การฟอกขาวของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟกลายเป็นหนึ่งในประเด็นการเมืองที่มีการพูดถึงกันในการเลือกตั้งของออสเตรเลียที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 21 พ.ค. นี้ โดยรัฐบาลพรรคเสรีนิยมภายใต้การนำของนายสกอตต์ มอริสัน ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของออสเตรเลียจากร้อยละ 26 เป็นร้อยละ 28 จากระดับที่เคยทำในปี ค.ศ. 2005 ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสัญญาว่า จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 43 ภายในสิ้นทศวรรษนี้ กลุ่มกรีนพีซออสเตรเลียแปซิฟิกระบุในแถลงการณ์ว่า ขอบเขตของการฟอกขาวครั้งล่าสุดเป็นข้อกล่าวหาที่น่ากลัวอีกประการหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของนายมอริสันล้มเหลวในการปกป้องแนวปะการัง และยังทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นด้วยการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล