11 กุมภาพันธ์ 2565 เร่งสกัดน้ำมันรั่วซ้ำจุดเดิมอีก 5,000 ลิตร จ.ระยอง

ที่มา:

https://news.ch7.com/detail/549568

ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองแถลงว่า มีน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลซ้ำจุดเดิมอีก โดยสาเหตุเกิดจากทางบริษัท SPRC ยกท่อขนถ่ายน้ำมันบริเวณทุ่นขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลมาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง จุดที่พบการรั่วไหลครั้งที่ผ่านมา ขึ้นมาตรวจสอบแต่พบว่า มีน้ำมันค้างท่ออยู่ จึงเกิดการรั่วไหลลงทะเลซ้ำอีก แต่ครั้งนี้เป็นน้ำมันที่ไม่หนาแน่นเหมือนครั้งที่ผ่านมา โดยจุดที่พบคราบน้ำมันอยู่ห่างทุ่นขนถ่ายน้ำมันประมาณ 3 ไมล์ทะเล และอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 20 กม. เบื้องต้นระดมเรือจำนวน 9 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ เข้าควบคุมสถานการณ์ โปรยสารเคมีสลายคราบน้ำมัน

พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำมันรั่วไหลเทียร์ 1 คือ ภาวะน้ำมันรั่วไหลขนาดเล็กไม่เกิน 20 ตัน เนื่องจากพบฟิล์มน้ำมันดิบสีเงินบริเวณทิศเหนือ ห่างจากทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเลประมาณ 3 ไมล์ นายจิระศักดิ์ มหาสุคนธ์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล บริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่เกาะเสม็ด ไปพบกับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านบนเกาะเสม็ด เพื่อเจรจาเรื่องการเยียวยา หลังเกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเล เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มชาวประมงที่เกาะเสม็ดยื่นข้อเสนอให้ชดเชยเงินเยียวยา ซึ่งทางบริษัทได้รับในหลักการ และจะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาจ่ายเงินเยียวยา หลังจากนั้นประชุมหารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร บนเกาะเสม็ด เพื่อหามาตรการเยียวยาด้วย โดยการจ่ายเงินเยียวยา ต้องเป็นคนที่ยื่นข้อร้องเรียนไป มีหลักฐานเอกสารชัดเจน มีผู้รับรอง หรือจดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของความเสียหาย ก็ข้อยืนยันพิสูจน์ได้ว่าเสียหายเท่าไหร่ อย่างไร ให้กรรมการพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสได้ และจากการพูดคุยมาทุกกลุ่มก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การใช้กระบวนการทางศาลใช้เวลานาน แล้วก็ได้เงินมาก็ไปจ่ายค่าทนาย ค่าดำเนินการ เสียเวลาเปล่า ๆ ถ้าสามารถตกลงกันนอกศาลได้ก็จะดีที่สุด