10 ตุลาคม 2569 เปลี่ยน ‘กังหันลมเก่า’ เป็น ‘บ้านรักษ์โลก’ แก้ปัญหาชิ้นส่วนขยะรีไซเคิลยาก

“กังหันลม” ขนาดใหญ่สำหรับการผลิตพลังงานลม เมื่อปลดประจำการแล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลได้เกือบ
ทุกส่วน แต่บริษัทในเนเธอร์แลนด์ได้นำห้องเครื่องกังหันลมมาดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยรักษ์โลก ที่เรียกว่า “Nestle” โดยโครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Vattenfall บริษัทพลังงานรายใหญ่จากประเทศสวีเดน ร่วมกับ Superuse Studios และ Blade-Made สตูดิโอออกแบบจากเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนด้านวิศวกรรมโครงสร้างจาก IMd Consulting Engineers

Nestle เปิดตัวและจัดแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในงานสัปดาห์การออกแบบดัตช์ ประจำปี 2567 ณ เมืองไอนด์โฮเวน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยภายนอกของบ้านจิ๋ว ยังคงเค้าโครงเดิมของห้องเครื่องกังหันลมที่มีลักษณะเป็นกล่องโลหะทรงยาวสีครีมคล้ายรถบ้าน ตัวโครงสร้างมีความกว้าง 4 เมตร ยาว 10 เมตร และสูง 3 เมตร ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยภายในประมาณ 35 ตร.ม. ส่วนหลังคาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 4 แผงพร้อมช่องรับแสง ขณะที่บริเวณปลายทั้งสองด้านมีการติดประตูกระจกและหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งสบายและได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ สำหรับภายในบ้านประกอบด้วยห้องครัว ห้องน้ำ และพื้นที่นั่งเล่นครบครัน ตัวบ้านยังได้รับการติดตั้งระบบปั๊มความร้อนและระบบทำน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังเป็นของมือสองหรือผลิตจากวัสดุรีไซเคิล โดยมีโต๊ะตัวหนึ่งที่ทำมาจากวัสดุที่กู้คืนได้จากใบพัดกังหันลมที่ไม่ใช้แล้วอีกด้วย

สำหรับห้องเครื่องกังหันลมที่นำมาทำเป็นบ้านนี้ เดิมเคยเป็นส่วนประกอบของกังหันลม รุ่น Vestas V80 ขนาด 2 เมกะวัตต์ ในฟาร์มกังหันลมโกลส์ ของออสเตรีย กังหันลมต้นนี้เริ่มติดตั้งและเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2548 โดยทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้ามานานถึง 20 ปี และสร้างพลังงานไฟฟ้ารวมกันมากกว่า 73 กิกะวัตต์ชั่วโมง ก่อนจะถูกปลดระวางบ้านจิ๋ว Nestle ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และเป็นไปตามกฎหมายการก่อสร้างของเนเธอร์แลนด์ ปลอดภัยต่อการพักอาศัยจริง และได้กระแสตอบรับอย่างดีจากผู้ที่สนใจ โดย Blade-Made กำลังเตรียมการผลิตบ้านจิ๋วรุ่นแรกจำนวนประมาณ 10 หลัง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับการทำการค้าในตลาดจริง โครงการนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า โครงสร้างห้องเครื่องกังหันลมสามารถคงสภาพเดิมไว้และเปลี่ยนหน้าที่การใช้งานใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งทำให้เจ้าของธุรกิจฟาร์มกังหันลมทั่วโลกมองเห็นทางเลือกใหม่ ในการจัดการโครงสร้างหลังหมดอายุการใช้งาน แม้ว่าวัสดุส่วนใหญ่ของกังหันลมประมาณ 85-90% เช่น เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม และคอนกรีต จะสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลทั่วไปได้ง่าย แต่ชิ้นส่วนคอมโพสิตหรือพลาสติกเสริมใยแก้วที่ใช้ทำห้องเครื่องและใบพัดกลับเป็นปัญหาใหญ่ในการรีไซเคิล เนื่องจากกระบวนการแยกเรซินออกจากเส้นใยต้องใช้ความร้อนสูงหรือพลังงานมหาศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพและมูลค่าของวัสดุที่กู้คืนมาได้

ขณะเดียวกัน ในภูมิภาคยุโรป ประเทศออสเตรีย ฟินแลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ออกกฎหมายห้ามฝังกลบขยะกังหันลมแล้ว นอกจากนี้ WindEurope กำลังผลักดันให้สหภาพยุโรปออกข้อบังคับทางกฎหมายครอบคลุมทุกประเทศสมาชิก ส่วน Vattenfall มีนโยบายห้ามนำใบพัดและฝาครอบห้องเครื่องไปฝังกลบ โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2564 ทำให้บริษัทต้องค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ในการหมุนเวียนทรัพยากร

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1255356)

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy