10 มิถุนายน 2565 ‘เพนกวิน’ ตัวบ่งชี้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9650000055108

นกเพนกวิน (Penguin)กลายเป็นมากกว่าสัญลักษณ์ของความหนาวเย็นในแถบขั้วโลกใต้ เมื่อนักวิจัยใช้เป็นตัวบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใกล้กับขั้วโลกใต้ ภูมิภาคตะวันตกบางแห่ง เช่น คาบสมุทรแอนตาร์กติก ประสบกับภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว ขณะที่แอนตาร์กติกาตะวันออกยังคงหนาวเย็นและปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง

ไม่มีอะไรง่ายเลยในพื้นที่ห่างไกลและเย็นยะเยือกของทวีปแอนตาร์กติกา แต่นกเพนกวินสามารถติดตามได้ง่ายกว่าสัตว์สายพันธุ์อื่นเพราะพวกมันทำรังบนบกและสามารถสังเกตเห็นขนสีดำและขยะของพวกมันกับน้ำแข็งสีขาว

“เรากำลังนับรังนกเพนกวินเพื่อทำความเข้าใจว่ามีนกเพนกวินกี่ตัวในอาณานิคม ให้กำเนิดลูกทุกปี และจำนวนนั้นจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสภาพแวดล้อม” นักวิจัยด้านนิเวศวิทยาขั้วโลกจากมหาวิทยาลัยสโตนี บรู๊ค (Stony Brook) ในนิวยอร์ก กล่าว

การนับเพนกวินแต่ละตัวพร้อมกับวิธีการอื่นๆ เช่น ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ทำให้เราเห็นภาพที่ละเอียดครบถ้วน แสดงให้เห็นว่าเพนกวินบางตัวที่ขนานนามว่า ‘ผู้ชนะ’ ยังเจริญเติบโตได้ โดยที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศต้องทำให้มันไปเปิดแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ ในขณะที่ตัวอื่นๆ ถูกบังคับให้อพยพไปยังสภาพอากาศที่เย็นกว่า

เมื่อใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ทีมงานจาก British Antarctic Survey ได้ค้นพบอาณานิคมเพนกวินจักรพรรดิใหม่ 11 แห่งในปี 2020 ซึ่งเพิ่มจำนวนอาณานิคมที่รู้จักขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ อาณานิคม Halley Bay ทางฝั่งตะวันออกสุดของทะเล Weddell เป็นที่ตั้งของเพนกวินจักรพรรดิที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยมีคู่ผสมพันธุ์ประมาณ 25,000 คู่ในแต่ละปี

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2016 ลูกเพนกวินทุกตัวในอาณานิคมแห่งนี้ได้เสียชีวิตลง ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเหตุการณ์เอลนีโญในปี ดังกล่าว ได้เปลี่ยนแปลงพลวัตของน้ำแข็งในทะเลในพื้นที่ และนกเพนกวินจึงมีความเสี่ยงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ความถี่และความรุนแรงของเอลนีโญเพิ่มขึ้น แม้ว่าการตายของลูกนกเพนกวินจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่นักวิทยาศาสตร์จาก British Antarctic Survey ตั้งข้อสังเกตว่าการสูญเสียนั้นมีองค์ประกอบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ