1 สิงหาคม 2569 เปลี่ยนวิกฤติขยะพลาสติกทะลัก 19 ล้านตัน เป็นทางรอดมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลล่าห์ สหรัฐ
โลกเรากำลังจมอยู่ใต้กองพลาสติก(ขยะพลาสติก)กว่า 460 ล้านตันในทุกๆ ปี ตัวเลขนี้คงไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความจริงที่ว่า ราว 19 ล้านตันของจำนวนดังกล่าว เล็ดลอดออกไปสร้างหายนะในสิ่งแวดล้อม ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ ซ้ำเติมวิกฤติเรือนกระจก และย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพของพวกเราเอง และหากยังปล่อยให้เทรนด์นี้ดำเนินต่อไป ภายในปี พ.ศ. 2603 การใช้พลาสติกทั่วโลกอาจพุ่งทะยานขึ้นถึง 3 เท่าตัว
เสียงสะท้อนจากเวทีระดับโลก ตั้งแต่การประชุม London Climate Action Week ไปจนถึงความพยายามผลักดันสนธิสัญญาพลาสติกโลก (Global Plastics Treaty) ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า การรับมือกับเรื่องนี้จะใช้แค่มาตรการ “ค่อยเป็นค่อยไป” อีกต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ต้องเป็นการ “พลิกโฉมหน้าโครงสร้างครั้งใหญ่”
มากกว่าแค่เรื่องขยะ แต่มันคือ “ความล้มเหลวเชิงระบบ“ ถ้าเรายังมองปัญหาพลาสติกเป็นแค่เรื่อง “ขยะปลายทาง” เราจะแก้ไม่แก้ไม่ถูกจุด ปัญหาที่แท้จริงคือความไร้ประสิทธิภาพตลอดทั้งวงจรวัสดุ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงกระบวนการเก็บกลับมาใช้ใหม่ การมองข้ามมิติทางเศรษฐกิจเหล่านี้ทำให้เราสูญเสียมูลค่าทางวัสดุ เกิดต้นทุนระบบที่สูงลิ่ว และสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งตัวเลขความเสียหายจากโอกาสทางเศรษฐกิจที่หลุดลอยไปนี้ สูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐ เลยทีเดียว
แม้การเจรจาในสนธิสัญญาพลาสติกโลกจะยังยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2668 แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นโอกาสให้เราหันมาพิจารณา “สิ่งที่ทำได้จริงและเวิร์กแล้วในปัจจุบัน” หลายภูมิภาคทั่วโลกกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การลงมือทำจริงในระดับชาตินั้นสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกับเวทีโลกได้นวัตกรรมไม่ใช่ปัญหา แต่ “ความร่วมมือ” ต่างหากคือกุญแจ
ข่าวดีคือ เราไม่ได้ขาดแคลนเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม หลายประเทศลุกขึ้นมาปรับปรุงระบบจัดเก็บ ขยายโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิล และดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความยั่งยืน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือทวีปแอฟริกา ที่เคยติดล็อกปัญหาการไม่มีมาตรฐานกลางรีไซเคิลพลาสติกสัมผัสอาหาร (rPET) จนทุนไม่กล้าเข้า แต่ปัจจุบันหน่วยงานหลักอย่าง ARSO, ACEA และ UNEP ได้ร่วมมือกันคลอด “มาตรฐาน rPET องศาใหม่สำหรับแอฟริกา” สำเร็จ ช่วยปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนและการค้าภายในภูมิภาคได้สำเร็จ
ขณะที่ฟิลิปปินส์ ประเทศที่ต้องเผชิญกับขยะซองพลาสติกยืดหยุ่นกว่า 163 ล้านชิ้นต่อวัน และสูญเสียมูลค่ารีไซเคิลถึง 890 ล้านดอลล่าห์ สหรัฐ ต่อปี ก็ได้ตั้งกลุ่มทำงานพลาสติกขึ้นมาบูรณาการร่วมกันทั้งภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคม เพื่อผลักดันเทคโนโลยีรีไซเคิลครบวงจร
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1244566)