1 เมษายน 2564 มัมมี่นกแก้วชี้การค้าในแถบทะเลทรายอาตาคามายุคโบราณ

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2060979

นกแก้วและนกมาคอว์ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคแถบทะเลทรายอาตาคามา ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศชิลี และยังเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก แต่เมื่อเร็วๆ นี้นักโบราณคดีค้นพบขนนกที่แสดงให้เห็นถึงการฝังศพ และเก็บรักษาไว้ในกล่องหนัง หรือวัสดุป้องกันอื่นๆ รวมถึงยังพบซากนกที่ระบุว่า เป็นนกแก้ว และนกมาคอว์ ทีมวิจัยนำโดยนักมานุษยวิทยาจากเพนน์ สเตต จากมหาวิทยาลัยตาราปากาในประเทศชิลี ศึกษาซากนกมาคอว์สีแดงสด และซากนกแก้วอะเมซอนจำนวน ๒๗ ชิ้นจากแหล่งโอเอซิส ๕ แห่งในทะเลทรายอาตาคามา ทีมวิจัยเผยว่า มัมมี่นกแก้วที่พบในทะเลทรายอาตาคามามีอายุช่วง ๑,๑๐๐ – ๑,๔๕๐ ปีตามปฏิทินคริสต์ศักราช เชื่อว่านกเหล่านี้น่าจะเป็นสินค้าจากพ่อค้าในยุคนั้นนำนกแก้วและนกมาคอว์มาสู่ชุมชนโอเอซิสในทะเลทราย อีกทั้งขนนกเป็นของมีมูลค่าในทวีปอเมริกาใต้ ดังนั้นการเก็บและฝังศพจึงมีสถานะสูง เพียงแต่สิ่งที่ยังมืดมนก็คือ นักวิจัยยังไม่รู้ว่าขนนกไปที่นั่นได้อย่างไร และเส้นทางที่พวกเขาใช้คือที่ไหน นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบนกกินอาหารแบบเดียวกับผู้เลี้ยงพวกมัน และสันนิษฐานว่านกบางตัวอาจไม่ได้มีความสุขนัก ถูกเลี้ยงไว้เพื่อผลิตขนเมื่อโตขึ้นขนก็จะถูกดึงออกทันที อย่างไรก็ตาม หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นความจริงว่า นกพวกนี้บินข้ามเทือกเขาแอนดีสที่มีความสูงมากกว่า ๓,๐๐๐ ม. นับว่าน่าทึ่งมาก เพราะพวกมันต้องข้ามผ่านสภาพอากาศหนาวเย็น และภูมิประเทศที่ยากลำบากไปยังทะเลทรายอาตาคามาจนมีชีวิตอยู่ต่อไป

LinksLinks2