1 พฤศจิกายน 2569 สวนนานาชาติในงานพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ผสานวัฒนธรรมและนวัตกรรมสีเขียว
งานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 จัดแสดงสวนนานาชาติ 9 ประเทศ ภายใต้แนวคิด Green Future & Balance of Life ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 ถึง 14 มี.ค. 2570 มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จะจัดแสดง สวนนานาชาติ ภายใต้แนวคิด Green Future & Balance of Life โดยรวบรวมสวนจากหลากหลายประเทศที่ผสานศิลปะการจัดสวนดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสีเขียว เพื่อสื่อถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำ หนองแด จังหวัดอุดรธานี
เกาหลีใต้กับปรัชญาสวน K-Garden สวนจากเกาหลีใต้ภายใต้แนวคิด Green Future & Balance of Life ถ่ายทอดปรัชญา K-Garden ที่ผสานศิลปะการจัดสวนแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสีเขียว ไฮไลต์คือ Traditional Pavilion ศาลาเกาหลีที่เรียกว่า จองจา (Jeongja) ท่ามกลางบ่อน้ำและสวนหิน พร้อม Smart Garden ที่ประยุกต์ใช้ระบบรดน้ำและควบคุมสภาพแวดล้อมอัจฉริยะสำหรับพรรณไม้พื้นที่ชุ่มน้ำ
มอนเตเนโกรกับภูมิประเทศคาร์สต์ มอนเตเนโกรนำเสนอแนวคิด Wild Beauty: From Black Mountains to Blue Waters ซึ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์ของประเทศตั้งแต่เทือกเขาหินปูนไปจนถึงชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไฮไลต์คือการจำลองภูมิประเทศแบบคาร์สต์ (Karst Landscape) ด้วยหินธรรมชาติ ผสานทางน้ำที่สื่อถึงอ่าวโคตอร์ (Bay of Kotor)
ปากีสถานและเนปาลกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ปากีสถานเสนอแนวคิด The Cradle of Civilization & Green Resilience เชื่อมโยงอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุกับแนวคิดการปรับตัวของพืชต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จุดเด่นคือ Mughal Garden Heritage สวนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกโลกเมืองลาฮอร์ โดดเด่นด้วยการจัดวางองค์ประกอบอย่างสมมาตร ทางน้ำไหล และน้ำพุ สะท้อนศิลปะการจัดสวนแบบโมกุล
เนปาลนำเสนอแนวคิด จากยอดเขาหิมาลัยสู่พื้นที่ชุ่มน้ำ: สายสัมพันธ์แห่งจิตวิญญาณ ธรรมชาติ และสายน้ำที่ยั่งยืน ถ่ายทอดความเชื่อมโยงระหว่างภูมิประเทศ ภูมิปัญญา และระบบนิเวศ พร้อมสื่อถึงสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตและพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ไฮไลต์คือบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความสงบของเทือกเขาหิมาลัย
ตุรกี บรูไน และภูฏานกับแนวคิดเฉพาะตัว ตุรกีภายใต้แนวคิด Anatolia: The Gateway to Biodiversity ถ่ายทอดความหลากหลายทางชีวภาพของดินแดนอานาโตเลีย พร้อมเอกลักษณ์ของสวนสไตล์ออตโตมัน (Ottoman Garden) ไฮไลต์คือ The Tulip Legacy สวนดอกทิวลิปหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงทิวลิปรูปทรงเข็ม (Needle-shaped) ที่มีรูปทรงโดดเด่นและหาชมได้ยาก
บรูไนนำเสนอแนวคิด Innovation for a Greener Tomorrow มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) เพื่อบริหารจัดการพืชสวนและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไฮไลต์คือ The Urban Oasis ซึ่งจำลองแนวคิดสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) และสวนดาดฟ้าในมหานครอย่างนิวยอร์กและชิคาโก แสดงให้เห็นแนวทางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
ภูฏานภายใต้แนวคิด Happiness in Harmony with Nature สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness: GNH) และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไฮไลต์คือ Traditional Dzong Style ศาลาไม้แกะสลักตามสถาปัตยกรรมภูฏาน ประดับลวดลายมงคล 8 ประการ (Ashtamangala) ซึ่งตามข้อมูลต้นฉบับระบุว่าเป็นผลงานของช่างฝีมือชาวภูฏาน
ลาวกับสายน้ำโขงและสถาปัตยกรรมล้านช้าง ลาวนำเสนอแนวคิด Mekong The River of Life and Spiritual Bonds ถ่ายทอดความผูกพันทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และระบบนิเวศของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง ไฮไลต์คือ Lan Xang Pavilion ศาลาสถาปัตยกรรมล้านช้าง ที่มีหลังคาแอ่นโค้ง ประดับงานไม้แกะสลักและลวดลายสีทอง สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับนครหลวงเวียงจันทน์และเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง
สวนนานาชาติทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงความงามของพืชพรรณและภูมิสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สีเขียวของแต่ละประเทศ ตั้งแต่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ ไปจนถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ทุกสวนจึงเป็นเสมือนพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความงามของธรรมชาติเข้ากับแนวคิดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ที่มา : https://th.headtopics.com (https://th.headtopics.com/news/362636233609360119694-89391252)