“รมว.สุชาติ“ ลงเพชรบุรี ปิดประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ เติมความมั่นคงน้ำ – แก้น้ำท่วม – ภัยแล้ง พร้อมเร่งแก้ กระซ้า ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ สผ. ร่วมลงพื้นที่สนับสนุน
วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ ณ บริเวณประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรี เพื่อเปิดใช้งานประตูระบายน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ก่อนลงพื้นที่บริเวณชายฝั่งคลองปากทะเล ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและรับฟังปัญหาการทับถมของ “กระช้า”ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ของประชาชนและชาวประมงพื้นบ้าน
โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายชัยยะ อังกินันทน์
นายก อบจ. เพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1 นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 2 จ.อ. อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 3 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและหารือแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เข้าร่วมสนับสนุนภายใต้ “ทส.หนึ่งเดียว”
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและเชิงรุก โดยมุ่งแก้ไขปัญหา ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ทั้งการป้องกันน้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนการป้องกันปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนพึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งจำเป็นต้องมีน้ำต้นทุนที่เพียงพอและระบบควบคุมการระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำต้องดูแลทั้งช่วงน้ำมากและช่วงน้ำแล้ง รวมถึงต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โครงการประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ เป็นโครงการ ที่ท่าน สส. ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เป็นผู้ผลักดันมาตั้งแต่ปี 2567 เป็นโครงการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โดยสามารถเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก รวมทั้งช่วยเก็บกักและควบคุมปริมาณน้ำ ให้เหมาะสมในช่วงฤดูแล้ง และควบคุมการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ โครงการยังช่วยสนับสนุนพื้นที่การเกษตรและการประกอบอาชีพของประชาชน ลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม และสร้างความมั่นคง ด้านน้ำให้แก่ชุมชน โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ในฤดูฝนกว่า 4,000 ไร่ และในฤดูแล้งประมาณ 700 ไร่ ครอบคลุมประชาชนประมาณ 625 ครัวเรือน
จัดทำและเผยแพร่โดย กลุ่มงานอำนวยการและประชาสัมพันธ์
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)


