การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) คือ กระบวนการศึกษาและประเมินผลที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการหรือกิจการหรือการดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้มีการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบ  ต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือ  ส่วนได้เสียอื่นใดของประชาชนหรือชุมชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบดังกล่าว ผลการศึกษา เรียกว่า รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน  สร้างกลไกที่ทำให้สามารถพัฒนาทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืน เป็นบรรทัดฐานของมาตรการในการป้องกันผลกระทบจากโครงการพัฒนาต่างๆ

ปัจจุบันประเทศไทยได้กำหนดประเภทและขนาดของ โครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จำนวน 35 ประเภทโครงการ และโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) จำนวน 12 ประเภทโครงการ

สผ. ได้เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดทำและการพิจารณารายงาน EIA มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จำนวน 9 คณะ โดยมีเลขาธิการ สผ. เป็นประธาน เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามกฎหมาย หน่วยงานเจ้าของโครงการ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งไม่เกิน 9 คน เป็นกรรมการ และเจ้าหน้าที่ สผ. เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ สผ. ได้มอบหมายให้กองวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กวผ.) ดำเนินการเพื่อการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและการพิจารณารายงาน EIA สำหรับโครงการประเภทต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการประสานงานกับ คชก. และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละสาขา เพื่อแสวงหาองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อยู่เสมอ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างความร่วมมือต่อกัน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง  ขณะเดียวกัน ก็ได้เร่งพัฒนาแนวทางการจัดทำและการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้ครบถ้วนทุกประเภทโครงการ รวมถึงปรับปรุงแนวทางฯ ให้ทันสมัย ครบถ้วนทั้งโครงการประเภท EIA และ EHIA  รวมถึงดำเนินการสำรวจความเชื่อมั่นในการพิจารณารายงาน EIA เพื่อนำผลการศึกษามาพัฒนากระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และได้รับการยอมรับจากประชาชนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สผ. ยังมีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตให้ผู้มีสิทธิจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมและกำกับดูแลการทำงานของนิติบุคคลผู้มีสิทธิจัดทำรายงานซึ่งได้รับใบอนุญาตอีกด้วย  โดยกระบวนการออกใบอนุญาตในปัจจุบัน ได้มีการทดลองให้ยื่นลงทะเบียน การชำระเงินค่าคำขอรับใบอนุญาตฯ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามนโยบายระบบราชการ 4.0 และสังคม “New Normal” หรือ ฐานวิถีชีวิตใหม่ ให้สอดคล้องกับช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) 

อีกทั้งยังได้มีแนวทางในการกำหนดเงื่อนไขการในจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามในแนบท้ายใบอนุญาตดำเนินโครงการ  แนวทางการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายหลังการดำเนินโครงการ และบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผังการดำเนินงานในการตรวจสอบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต

การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของผู้ดำเนินโครงการ หน่วยงานอนุญาต และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบว่า การพัฒนาโครงการที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ทำให้สามารถกำหนดวิธีการเพื่อการป้องกันและแก้ไขได้อย่างเหมาะสม จัดเตรียมแผนงานหรือแนวทางในแก้ปัญหาให้โครงการได้ สามารถเกิดโครงการพัฒนาควบคู่ไปกับการดำรงอยู่ที่ดีของชุมชนและประชาชน โดยดำเนินไปในทิศทางที่จะไม่ก่อผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมหรือส่งผลเสียน้อยที่สุด และสร้างความตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน

<อ่านบทความได้ที่ https://www.facebook.com/onep.gov.th/photos/a.431585870612139/1239451746492210

จัดทำและเผยแพร่โดย : กลุ่มงานอำนวยการและประชาสัมพันธ์ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

LinksLinks2