ONEP Learning #42 สานต่อแนวพระดำริ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างกล้าไม้เยาวชนดูแลผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรให้ยั่งยืน

ONEP Learning #42 สานต่อแนวพระดำริ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างกล้าไม้เยาวชนดูแลผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรให้ยั่งยืน

📢𝙊𝙉𝙀𝙋 𝙇𝙚𝙖𝙧𝙣𝙞𝙣𝙜 #42 📚

🌳 สานต่อแนวพระดำริ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างกล้าไม้เยาวชนดูแลผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรให้ยั่งยืน 🌿

สวัสดีครับ FC ONEP Learning ทุกคน 👋 วันนี้แอดมีเรื่องราวดี ๆ มาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ 😊 ใครที่ชอบทั้งเรื่อง “ผืนป่า ชุมชน และพลังของเยาวชน” 🌳👨‍👩‍👧‍👦 บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะครั้งนี้เราจะพาทุกคนเดินทางไปยัง “บ้านไล่โว่” และ “บ้านสาละวะ” อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ชุมชนที่อยู่เคียงข้างผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วมาดูกันว่า แนวพระดำริและพระกรุณาธิคุณ ได้ถูกน้อมนำมาสานต่ออย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างโอกาสทางการศึกษา การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และการปลูกฝังเยาวชนให้เติบโตเป็น “กล้าไม้แห่งอนาคต” 🌱 ที่พร้อมดูแลผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไป เรื่องราวนี้ไม่ได้มีแค่ต้นไม้หรือผืนป่าเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความหวัง ความร่วมมือ และบทพิสูจน์ว่า “คนกับป่า” สามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน 💚

“ถ้าพร้อมแล้ว…เราไปเริ่มต้นการเดินทางสู่ชุมชนต้นแบบ ที่คนกับป่าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนกันเลยครับ 🚶‍♂️🌳

บ้านไล่โว่ และบ้านสาละวะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ชุมชนติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จุดเริ่มต้นแห่งพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยในปี 2567 – 2569 กองทุนสิ่งแวดล้อม ได้สนับสนุนงบประมาณ ให้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาป่าไม้และชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการน้อมนำและสานต่อแนวพระดำริ และพระกรุณาธิคุณ ด้วยการพัฒนาที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนพื้นที่ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินโครงการ ทำให้ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงคงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ หากยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ความหวัง และการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบัน และนักเรียนเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะการอนุรักษ์ที่ดีที่สุดคือการทำให้คนและป่าสามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน 🌿

🌱 การอนุรักษ์ป่าที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการพัฒนาคน

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เป็นพื้นที่มรดกโลกที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของประเทศ ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และการเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายากจำนวนมาก 🐘🦜 ส่วนในพื้นที่มีชุมชน มีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอาศัยอยู่ในหลายหมู่บ้าน โดยมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติและผืนป่ามาอย่างยาวนาน

การอนุรักษ์ป่าในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องพื้นที่สีเขียวจากการใช้ประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม แต่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาทรัพยากรธรรมชาติกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะเมื่อชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง และมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน 🤝

จากแนวคิดดังกล่าว โครงการพัฒนาป่าไม้และชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จึงมุ่งเน้นการบูรณาการงานอนุรักษ์และงานพัฒนาชุมชนเข้าด้วยกัน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย และกลุ่มเป้าหมาย 7 หมู่บ้านในตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี คือ (1) บ้านสะเน่พ่อง (2) บ้านกองม่องทะ (3) บ้านเกาะสะเดิ่ง (4) บ้านไล่โว่ (5) บ้านสาละวะ (6) บ้านทิไล่ป้า และ (7) บ้านจะแก รวมทั้ง 3 โรงเรียน คือ (1) กลุ่มโรงเรียนบ้านกองม่องทะ (2) กลุ่มโรงเรียนบ้านลิไล่ป้า และ (3) กลุ่มโรงเรียนบ้านจะแก โดยมีกิจกรรมสำคัญของโครงการ คือ การพัฒนาพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ดิน และน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม ผลวิจัย ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การสร้างป่าสร้างรายได้ และการประเมินสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว 🌳

นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับการเพาะชำกล้าไม้ 🌱 การฟื้นฟูพื้นที่ป่า การจัดการไฟป่า การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม ตลอดจนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน และประชาชน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม โดยให้ชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและรักษาผืนป่าที่เป็นบ้านของตนเอง 🤝

ความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และยังได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากแนวพระดำริและพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยพระเมตตาและความห่วงใยที่ทรงมีต่อราษฎรในพื้นที่ห่างไกล พระองค์ได้ทรงติดตามและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่บ้านไล่โว่และบ้านสาละวะอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสด้านการศึกษา สาธารณสุข อาชีพ และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการพัฒนาป่าไม้และชุมชนฯ ที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาคนและการรักษาป่าให้คงอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน 💚

🌏 จากผืนป่าสู่ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการได้สะท้อนให้เห็นว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจะประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง เมื่อประชาชนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาและมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรที่ตนเองพึ่งพา ผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่แสดงให้เห็นว่า “คนกับป่า” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ภายใต้กระบวนการพัฒนาที่เคารพทั้งคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชน 🌳

และนี่คืออีกหนึ่งบทเรียนสำคัญจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ทำให้เราเห็นว่า “การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มต้นจากต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการสร้างคน สร้างชุมชน และสร้างเยาวชนให้เติบโตไปพร้อมกับผืนป่า” 🌱 เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ผู้นำชุมชน ประชาชน และน้อง ๆ เยาวชน ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ก็จะยังคงอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นบ้านของสัตว์ป่า และเป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้และภาคภูมิใจ ✨

สผ. ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ 💚 ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราทุกคนสามารถเริ่มต้นเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้จากเรื่องใกล้ตัว 🌿 และอย่าลืมว่า… “คนกับป่า สามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน” 🌳🤝 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ 👋

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณรับได้กับเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy