20 สิงหาคม 2562 จังหวัดพิจิตรประกาศพื้นที่ภัยพิบัติภาวะฝนแล้ง ชาวนาเร่งเจาะบ่อน้ำบาดาลช่วยเหลือนาข้าว

20 สิงหาคม 2562 จังหวัดพิจิตรประกาศพื้นที่ภัยพิบัติภาวะฝนแล้ง ชาวนาเร่งเจาะบ่อน้ำบาดาลช่วยเหลือนาข้าว

ที่มา: https://www.banmuang.co.th/news/region/160628

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงนามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยลงนามประกาศเหตุภัยพิบัติฉุกเฉินภาวะฝนแล้งในพื้นที่อำเภอดงเจริญ รวม 53 หมู่บ้าน ได้แก่ตำบลวังงิ้ว , ตำบลวังงิ้วใต้ , ตำบลห้วยร่วม , ตำบลห้วยพุก , ตำบลสำนักขุนเณร , อำเภอทับคล้อรวม 56 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลทับคล้อ , ตำบลเขาทราย , ตำบลเขาเจ็ดลูก , ตำบลท้ายทุ่ง เหตุผลของการประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินเนื่องจากในเขตพื้นที่ดังกล่าว ฝนไม่ตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลทำให้เกิดความแห้งแล้งขึ้นในพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร ซึ่งการประกาศจะส่งผลให้ส่วนราชการและส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เงินงบประมาณของทางราชการดำเนินการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวได้ นับจากวันประกาศต้องไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งการประกาศในครั้งนี้ลงเมื่อ 16 สิงหาคม สิ้นสุดการให้ความช่วยเหลือวันที่ 3 ต.ค. 2562 นายสุทธิโชติ จิตการุณ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นชาวนาอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลดงเสือเหลือง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่าตนเองและครอบครัวทำนาเกือบ 100 ไร่ ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 30 ไร่ , ปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 จำนวน 70 ไร่ เนื่องจากปีนี้ฤดูฝนมาช้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล แปลงนาของตนจึงเพิ่งเริ่มไถหว่านข้าวอายุได้แค่ 20-30 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นข้าวกำลังต้องการน้ำอย่างมากฝนไม่ตกและอยู่นอกเขตชลประทาน จึงต้องอาศัยน้ำในบ่อ ซึ่งก็สูบน้ำใส่นาข้าวจนน้ำเกือบแห้งบ่อแล้ว ดูท่าทีแล้วจึงตัดสินใจว่าจ้างทีมงานของ ช่างปามเจาะบ่อบาดาล อยู่ที่ตำบลเมืองเก่า มาดำเนินการ โดยมีข้อตกลงว่าถ้าไม่เจอน้ำไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งได้ทำการเจาะบ่อบาดาลลึกลงไป 40 วา หรือ 80 เมตร ก็เจอน้ำสมปรารถนา ซึ่งต้องลงทุนรวมเบ็ดเสร็จแล้วประมาณ 15,000 บาท โดยใช้พลังงานโซล่าเซลล์ในการสูบน้ำครั้งนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งแรกที่ค่อนข้างสูง แต่อนาคตระยะยาวน่าจะคุ้มค่า ในส่วนของ นายจักรกฤษ ประเทสัง อายุ 25 ปี หรือ “ช่างปามเจาะบ่อน้ำบาดาลเมืองเก่าพิจิตร” อยู่หมู่ 8 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตนเองทำอาชีพเจาะบ่อน้ำบาดาลมาเกือบ 10 ปี แล้ว แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมารับรู้ได้เลยว่าสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคุกคามเกษตรกรมากขึ้น การเจาะหาน้ำบาดาลตนเองคิดราคาตามความลึกของการเจาะ คือ คิดค่าแรงและอุปกรณ์ วาละ 1,300-1,500 บาท ( 1 วาเท่ากับ 2 เมตร ) เฉพาะท่อพีวีซีที่อยู่ใต้ดิน รวมถึงขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายและระยะทางใกล้ไกล ถ้าเป็นในส่วนของจังหวัดพิจิตร ถ้าพื้นที่อยู่ห่างแม่น้ำน่าน – แม่น้ำยม – แม่น้ำพิจิตร เจาะลึกลงไป 20-30 วา หรือประมาณ 70-80 เมตร ก็จะเจอน้ำบาดาลได้ไม่ยากนักแต่ถ้าเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันตกที่อยู่ติดเขตจังหวัดกำแพงเพชรรวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออกที่อยู่ติดแถบจังหวัดเพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ก็อาจต้องเจาะลึกลงไปถึง 100 เมตร จึงจะเจอน้ำบาดาล ซึ่งมีข้อตกลงว่า ถ้าเจาะแล้วไม่เจอน้ำบาดาลหรือสูบไม่ขึ้นก็จะไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว จึงทำให้ช่วงนี้มีเกษตรกรติดต่อว่าจ้างมาไม่ขาดสาย