20 สิงหาคม 2562 แช่แข็งมาเรียม อพวช.ขอ 3 เดือนสตัฟฟ์ซาก ทช.ชูโมเดลทำแผนอนุรักษ์

20 สิงหาคม 2562 แช่แข็งมาเรียม อพวช.ขอ 3 เดือนสตัฟฟ์ซาก ทช.ชูโมเดลทำแผนอนุรักษ์

ที่มา: https://www.naewna.com/local/434409

อพวช.เก็บซากพะยูนน้อย “มาเรียม” ไว้ในห้องเย็นอุณหภูมิ – 20 องศาเซลเซียส เตรียมนำซากมาสตัฟฟ์ คาดใช้เวลา 3 เดือน ยกเป็นมาเรียมโมเดล วางแผนอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก ด้าน ทช.ถกทำแผนดูแลทรัพยากรทางทะเล และสัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืน โดยร่างแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ และสัตว์สงวน 4 ชนิด เล็งชงครม.ให้ 17 ส.ค.ทุกปีเป็นวันพะยูนแห่งชาติ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการหลังมาเรียม พะยูนน้อยวัย 9 เดือน ที่เสียชีวิตจากการกินขยะพลาสติกเข้าไปอุดตันในลำไส้ว่า ขณะนี้ อพวช.เก็บรักษาซากของมาเรียมไว้ในห้องเย็น อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพผิวหนังของมาเรียมไม่ให้เน่าเปื่อย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสตัฟฟ์สัตว์ของ อพวช. กำลังวางแผนหารือ เรื่องวิธีการที่ดีที่สุดในการสตัฟฟ์ซากน้องมาเรียม โดยจะเริ่มดำเนินการหลังงานมหกรรมวิทยาศาสตร์เสริ้จสิ้นในวันที่ 25 สิงหาคม คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน จะเสร็จสมบูรณ์ ความยากของการรักษาสภาพผิวหนังของมาเรียม รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น วาฬ โลมา และพะยูนนั้น หนังของสัตว์เหล่านี้จะมีไขมันหนามากแทรกอยู่ จึงยากกว่าการสตัฟฟ์สัตว์บก เพราะต้องนำหนังผ่านกระบวนการเพื่อให้ไขมันออกจากหนังให้มากที่สุด มิฉะนั้นหนังจะเปียกเยิ้ม ไม่แห้ง และไม่สามารถขึ้นรูปให้คงสภาพตามที่ต้องการได้ อีกทั้งจะเปื่อยยุ่ย ขึ้นรา เน่าเสีย หรือเสียหายได้ง่าย ทำให้การสตัฟฟ์มาเรียมไม่ประสบความสำเร็จ และยังต้องใช้การขึ้นรูปให้เหมือนจริง รวมถึงเย็บผิวหนังและตกแต่งลักษณะภายนอกให้ถูกต้องสวยงามด้วย นอกจากการสตัฟฟ์มาเรียมแล้ว อพวช.ยังจะต่อโครงกระดูกน้องเก็บไว้ศึกษาอีกด้วย และสามารถทำหุ่นจำลองไว้ในหลายๆที่ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้จดจำมาเรียมไปนานๆ การสตัฟฟ์สัตว์เป็นการนำหนังของสัตว์ที่ตาย มารักษาสภาพไว้ให้ใกล้เคียงกับตอนมีชีวิต ในลักษณะเก็บแบบแห้ง โดยไม่มีโครงกระดูกและกะโหลกศีรษะ การสตัฟฟ์สัตว์ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อให้ผลงานออกมาเหมือนจริงมากที่สุด โดยเฉพาะ Anatomy หรือลักษณะเฉพาะของสัตว์ชนิดนั้นๆ สัตว์สตัฟฟ์ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ไม่ให้ชำรุดเสียหาย จากความร้อน ความชื้น แมลง เชื้อรา หนู และแมลงสาบสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามัน ภูเก็ต, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง ช่วยกันนำซากมาเรียม ออกจากช่องแช่แข็ง ที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรัง มาอาบน้ำเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนบรรจุร่างลงในถังพลาสติก ที่มีน้ำแข็งแห้งอยู่ภายใน แล้วนำไปขึ้นเครื่องบินกองทัพเรือ ณ ท่าอากาศยานตรัง ไปยังองค์การพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ คลอง 5 ปทุมธานี โดยจะนำซากของมาเรียม ไปสตัฟฟ์ไว้ที่องค์การพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เนื่องจากเป็นสัตว์ทะเลหายากในโครงการอนุรักษ์แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ หลังจากนั้นจะเปิดให้ประชาชนศึกษาเรียนรู้และถอดบทเรียนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแนวทางอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก รวมทั้งวางมาตรการจัดการสัตว์ทะเลหายากต่างๆ โดยเฉพาะพะยูน ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มอบหมายให้นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีทช.เป็นผู้ดูแลการจัดการสตัฟฟ์ มาเรียมเพื่อการอนุรักษ์วิจัย และมีการประชุมทำแผนอนุรักษ์พะยูนของชาติด้วย โดยใช้มาเรียมโมเดล เป็นต้นแบบดำเนินงาน เพื่อให้มีแผนอนุรักษ์พะยูน และแหล่งหญ้าทะเลบ้านของพะยูน และมาตรการต่างๆ ในการลดขยะทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายากถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดทีมเจ้าหน้าที่เตรียมการสตัฟฟ์ซากมาเรียม เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์และดีที่สุด ในการประชุมของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อวางแนวทางดูแลทรัพยากรทางทะเล และสัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืน โดยเตรียมแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติและสัตว์สงวน 4 ชนิด คือ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์เผยว่า ที่จังหวัดตรัง มีพะยูนมากสุด 200 ตัว ปีนี้เกยตื้น 16 ตัว ตายไป 15 ตัว รวมมาเรียมด้วย มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ตาย 10-12 ตัวต่อปี ซึ่งที่ประชุมเสนอแผนพะยูนโมเดล ตั้ง 3 เป้าหมายคือ จัดการพื้นที่แหล่งอาศัยของพะยูน ชูลิบงเป็นต้นแบบ วางแผนดูแลพะยูนในแหล่งธรรมชาติ ตั้งเป้า 10 ปี เพิ่มพะยูนให้ได้ร้อยละ 50 และมาเรียมโปรเจกต์ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันพะยูนแห่งชาติ ส่วนความคืบหน้าการนำซากมาเรียมมาเก็บรักษาอยู่ในขั้นตอนขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติจัดสตัฟฟ์ และจำลองมาเรียมเพื่อใช้เป็นบทเรียนอนุรักษ์พะยูน