ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/1568293

CropLife Asia ชักชวนไปศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชและสัตว์ถึงแดนตากาล็อก มีความก้าวหน้าทางด้านนี้กว่าบ้านเราไปมากน้อยแค่ไหน ช่วงว่างเว้นสัมมนาในห้องทีมงานได้พาไปเยือน NATIONAL MUSEUM OF NATURAL HISTORY พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติในเมืองมะนิลา ฟิลิปปินส์ ไปดูจระเข้ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นจระเข้น้ำเค็ม หรือจระเข้น้ำกร่อย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Crocodylus porosus เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ลักษณะทั่วไป มีขาคู่หลังแข็งแรงใหญ่กว่าขาคู่หน้าแต่มี 4 นิ้ว มีพังผืดระหว่างนิ้ว จะงอยปากยาวปลายค่อนข้างแหลม ปากยาวกว่าจระเข้น้ำจืดอย่างเห็นได้ชัด มีสันเล็กๆยื่นจากลูกตาไปตามความยาวของส่วนหัวจนถึงตำแหน่งของปุ่มจมูก เรียกว่าก้อนขี้หมา ตัวผู้มีหางยาว ลำตัวผอมเพรียว แต่ขนาดลำตัวใหญ่กว่าตัวเมีย เจ้าจระเข้น้ำเค็มตัวนี้ ถูกจับได้ในคลองบุนาวัน จังหวัดอากุซาน เดล เซอร์ ฟิลิปปินส์ เมื่อ 3 ก.ย.54 ต้องใช้ชาวบ้าน 100 คน ถึงจะลากตัวมันขึ้นจากน้ำได้ เพราะหนักถึง 1,075 กก. ลำตัวยาว 6.4 ม. อายุประมาณ 50 ปี ชาวฟิลิปปินส์ตั้งชื่อว่า โลลอง และส่งไปยังศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าบุนาวัน กระทั่ง 6 เดือนต่อมาดร.อดัมบริตตันผู้เชี่ยวชาญด้านจระเข้จากออสเตรเลีย ได้มาชมความใหญ่ยักษ์ของโลลองยืนยันว่าเป็นจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและได้รับการจดบันทึกชื่อลงในกินเนสส์บุ๊กอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้ได้สร้างความตื่นเต้นให้คนฟิลิปปินส์และชาวโลก ได้พากันมาเยี่ยมชมมาศึกษาประวัติชีวิตของจระเข้ในฟิลิปปินส์ ก่อนจะมีงานวิจัยเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์นำไปปล่อยลงสู่ธรรมชาติทุกๆปี โลลองถูกจับมาได้ 2 ปี ได้ตายเมื่อ 10 ก.พ.56 แพทย์ผ่าชันสูตรซากลงความเห็น ตายจากภาวะปอดอักเสบและหัวใจวาย จบตำนานจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก.