วันน้ำโลก World Water Day 2013

วันน้ำโลก "World Water Day" ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้ตระหนักถึปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้น ในปี ค.ศ.1992 สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น " วันน้ำโลก " หรือ " World Day for Water " เพื่อระลึกถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวลมนุษยชาติ ในเรื่องการอนุรักษ์น้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนดำเนินการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมสหประชาชาติปี 1992 ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือที่เรียกกันว่า Agenda 21 จัดโดยองค์การน้ำแห่งสหประชาชาติ (UN Water) ซึ่งในแต่ละปีจะมีหน่วยงาน ในสังกัดองค์การสหประชาชาติรับผิดชอบในการร่วมจัดงาน ซึ่งในปี 2556 นี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) (ในนามโครงการน้ำเพื่อชีวิต) (Water for life) เป็นผู้จัดร่วม ในหัวข้องาน(ธีม) ว่า  United Nations International Year of Water Cooperation ในประเทศไทย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม http://www.dwr.go.th ได้เตรียมจัดงานโครงการจัดงาน"ปีสากลแห่งความร่วมมือด้านน้ำ" เนื่องในสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติและวันน้ำโลก ประจำปี 2556 ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81 และ http://www.unwater.org/watercooperation2013.html จัดทำโดย กลุ่มงานระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ สำนักติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม

At My first location from 22 Mar 13 08:00 to 22 Mar 13 12:00 Hosted by UN WaterEvents

Details

International Day of Forests

The International Day of Forests The International Day of Forests  will be observed for the first time on 21 March 2013. Considering that there was no globally-recognized date commemorating and raising awareness on this issue, the UN General Assembly (UNGA) adopted a resolution in December 2012, on the recommendation of its Second Committee, proclaiming 21 March the annual International Day of Forests. The text encourages member States to organize annual events on forests and trees outside forests, including, for example, tree-planting campaigns. The draft requests the Secretariat of the UN Forum on Forests (UNFF) to act as the facilitator of the International Day in collaboration with governments, the Collaborative Partnership on Forests (CPF) and other relevant organizations.  http://biodiversity-l.iisd.org/events/international-day-of-forests/   http://www.un.org/esa/forests/ จัดทำโดย กลุ่มงานระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ สำนักติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม                 

At My first location from 21 Mar 13 08:00 to 21 Mar 13 12:00 Hosted by FAOEvents

Details

วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก

          เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ ประเทศต่างๆ ได้ร่วมลงนามรับรองอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน และมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ อนุสัญญาฯ นี้จึงมีชื่อเรียกว่าอนุสัญญาแรมซาร์ตามเมืองที่ได้รับรองอนุสัญญาฯ สำนักเลขาธิการอนุสัญญาฯ จึงได้กำหนดให้วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก และได้ขอให้ภาคีทุกประเทศจัดกิจกรรมในประเทศของตนเพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ประเทศไทยร่วมลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เป็นลำดับที่ ๑๑๐ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นการแสงดเจตนารมณ์ของประเทศที่ต้องการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ โดยการสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด ปัจจุบันมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นภาคี จำนวน ๑๖๓ ประเทศ           ประเทศไทยโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำได้จัดให้มีการประชุมเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกขึ้นในประเทศไทยเป็นประจำ โดยได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ดังสรุปได้ดังนี้           - พ.ศ. ๒๕๓๙ - พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นการจัดประชุมเพื่อเผยแพร่คุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำและผลการศึกษาสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย และได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวของจัดกิจกรรมเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก           - พ.ศ. ๒๕๔๔ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ ๓๐ ปี อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ           - พ.ศ. ๒๕๔๕ จัดกิจกรรมในหัวข้อ "พื้นที่ชุ่มน้ำและวัฒนธรรม" ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง           - พ.ศ. ๒๕๔๖ จัดกิจกรรมในหัวข้อ "ไม่มีพื้นที่ชุ่มน้ำ - ไม่มีน้ำ"           - พ.ศ. ๒๕๔๗ จัดกิจกรรมในหัวข้อ "จากภูเขาสู่ทะเล - พื้นที่ชุ่มน้ำเอื้อประโยชน์" ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ ๕ ปี ที่พื้นที่แรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศ           - พ.ศ. ๒๕๔๙ จัดกิจกรรมเผลแพร่ผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำสมัยที่ ๙           - พ.ศ. ๒๕๕๐ จัดกิจกรรมในหัวข้อ "พื้นที่ชุ่มน้ำและทรัพยากรประมง"           - พ.ศ. ๒๕๕๑ จัดกิจกรรมในหัวข้อ "พื้นที่ชุ่มน้ำสมบูรณ์ดี ชีวีมีสุข"           - พ.ศ. ๒๕๕๒ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก เรื่อง "จากต้นสายถึงปลายน้ำ - พื้นที่ชุ่มน้ำสานสัมพันธ์ทุกชีวิต"           - พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดกิจกรรมในหัวข้อ "โลกร้อนบรรเทาได้ หาใส่ใจในพื้นที่ชุ่มน้ำ" และ "๑๐ ปี แรมซาร์ไซต์ (พื้นที่ชุ่มน้ำ) ดอนหอยหลอด"           - พ.ศ. ๒๕๕๔ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ในหัวข้อ "ป่าไม้ดี น้ำคืนมา ฟื้นชีวาพื้นที่ชุ่มน้ำ"           - พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี ๒๕๕๕ ในหัวข้อ "การท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนพื้นที่ชุ่มน้ำและชุมชน"           ในปี ๒๕๕๖ นี้องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นปีแห่งความร่วมมือในการจัดการน้ำหรือ "International Year of Water Cooperation" สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงกำหนดหัวข้อของวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก คือ "Wetlands take care of water" ซึ่งเป็นการกล่าวถึงความสัมพันธ์กันระหว่าง "น้ำ" และ "พื้นที่ชุ่มน้ำ" ดังนั้นในปีนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรน้ำในฐานะหน่วยงานซึ่งดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จึงได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งประกอบด้วย           ๑ กิจกรรมในส่วนภูมิภาค ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๑ - ๑๐ ทั่วประเทศ ร่วมจัดกิจกรรม นิทรรศการและการรณรงค์เนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก           ๒ ในส่วนกลาง โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี ๒๕๕๖ ในหัวข้อ "รักน้ำ ดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำ" ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามา การ์เดนส์ เพื่อเผยแพร่คุณค่า ความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งการประชุมในวันนี้ จะประกอบด้วยการรายงานผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ ๑๑ การบรรยายเรื่อง การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวในพื้นที่ชุ่มน้ำแบบคาร์บอนต่ำ และการอภิปรายเรื่อง "รักน้ำ ดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำ" โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากทุกภาคส่วนประมาณ ๒๐๐ คน           ในปีนี้ สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้จัดทำโปสเตอร์ และเอกสารสรุปความเชื่อมโยง และความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีต่อการจัดการน้ำ ซึ่งการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจะละเลยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดไปไม่ได้           ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามา การ์เดนส์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. เป็นต้นไป และขอความร่วมมือช่วยประชาสัมพันธ์ถึงคุณค่าความสำคัญและความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของพื้นที่ชุ่มน้ำและการจัดการน้ำ ด้วย.

At My first location from 02 Feb 13 11:00 to 02 Feb 13 12:00 Hosted by สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมEvents

Details

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติปลุกระดมจิตสำนึก"คนรักษ์ป่า" -------------------------------------------------------------------------------- เดลินิวส์ 11 มกราคม 2556 http://www.dailynews.co.th/agriculture/177354 14 มกราคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรีลงมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 เพื่อให้ประชาชนระลึกถึงผลเสียที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ประชาชนภาคใต้ ในเหตุการณ์อุทกภัยที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2531 และวาตภัยจากพายุเกย์ที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี  2531 และ 2532 และภาคอื่น ๆ เสียชีวิตและทรัพย์สิน    นอกจากนี้ยังให้ระลึกถึงมาตรการอันเด็ดขาดของรัฐบาลที่สั่งให้ปิดป่าระงับการทำไม้ในป่าสัมปทานโดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศทีเดียว    โดยที่ผ่านมา หน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ  ได้ทำการรณรงค์อย่างต่อเนื่องและระยะยาวให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ จึงได้เกิดความตระหนักต่ออันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่าให้ได้และได้ผลที่ดีในระดับหนึ่ง    ในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติขึ้นในวันที่ 14 ม.ค.นี้ โดยนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกันจัดงานเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรักษาความสมดุลของสภาวะแวดล้อมตลอดจนทำความเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีป้องกันภัยทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริที่ทรงห่วงใยในทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของประเทศไทยเสมอมา    นายมโนพัศ กล่าวว่า การจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปีนี้ มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การแสดงบนเวที การตอบปัญหาด้านป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดวาดภาพ การกล่าวสุนทรพจน์ของเด็กและเยาวชน การปล่อยชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการกล่าวปฏิญาณตนเพื่อแสดงความเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ดี    อีกทั้งการจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ยังจะจัดขึ้นตามพื้นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทั้ง 16 สำนัก ทั่วประเทศโดยมีกิจกรรมคล้ายคลึงกันซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมงานจะได้รับแจกกล้าไม้ ณ จุดแจกกล้าไม้ใกล้บ้าน โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่ง และสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362    นายสว่าง เฟื่องกระแสร์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี)  ซึ่งรับหน้าที่จัดงานดังกล่าว ณ อุทยานแห่งชาติภูผายล อ.เต่างอย จ.สกลนคร เปิดเผยว่า  ได้รับนโยบายมาจัดงานโดยจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และปล่อยแถวกำลังชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน อาสาสมัครในการดูแลผืนป่าและให้ความรู้แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าและโดยรอบด้วย    ขณะที่ นายบุญชอบ กล่าวว่า สำหรับงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปีนี้ ทางกรมป่าไม้จะจัดขึ้นที่ห้องประชุม 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้  โดยดำเนินการตามหัวข้อ ป้องกันป่าเดิม ปลูกเสริมป่าใหม่ ใส่ใจบำรุงรักษ์ ร่วมพิทักษ์ ที่ 1310 ต่อ 3  ซึ่งสายด่วนเบอร์ 1310 ต่อ 3 นั้น เป็นหมายเลข Green Call ที่กรมป่าไม้เปิดขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร รับเรื่องร้องเรียน การแจ้งเหตุไฟป่า และการแจ้งเบาะแสการบุกรุกทำลายป่า    โดยกิจกรรมงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาตินี้ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันดังกล่าว ให้เป็นวันแห่งการ ลด ละ เลิก การบุกรุกแผ้วถางป่าและการตัดไม้ทำลายป่า เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ และให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สมตามเจตนารมณ์ของทางราชการที่ได้กำหนดวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าของชาติขึ้น เพื่อหวังว่าจะได้เป็นอีกหนึ่งวันที่จะปลูกจิตสำนึกของคนไทยให้มีความหวงแหนป่าไม้ของชาติ ซึ่งถือว่าเป็นทุนส่วนหนึ่งของประเทศต่อไป.

At My first location from 14 Jan 13 08:00 to 14 Jan 13 23:00 Hosted by Foresty DepartmentEvents

Details

วันสิ่งแวดล้อมไทย

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๒ ความตอนหนึ่งว่า            “...วันก่อนนี้เราพูดถึงปัญหาว่าเมืองไทยนี้ อีกหน่อยจะแห้ง ไม่มีน้ำเหลือ จะต้องไปซื้อน้ำจากต่างประเทศ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะว่าถ้าคำนวณดู น้ำในประเทศไทยที่ไหลเวียนนั้นยังมีอยู่ เพียงแต่ต้องบริหารให้ดี ถ้าบริหารให้ดีแล้ว มีเหลือเฟือ มีตัวเลขแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ไปแยกแยะตัวเลข เหมือนที่ได้แยกแยะตัวเลขของคาร์บอนน้ำนั้นน่ะ ในโลกมีมาก แล้วที่ใช้จริงๆ มันเป็นเศษหนึ่งส่วนหมื่นของน้ำที่มีอยู่ อาจไม่ถึง ก็ต้องบริหารให้ดีเท่านั้นเอง เดี๋ยวนี้ก็มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำนี้จะต้องใช้ให้ดี คือ น้ำนั้นมีคุณ อย่างที่เราใช้น้ำสำหรับบริโภค น้ำสำหรับการเกษตร น้ำสำหรับอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ ต้องใช้น้ำที่ดี หมายความว่า น้ำที่สะอาดน้ำมีมากในโลก เป็นน้ำทะเลเป็นส่วนใหญ่ซึ่งจะใช้อย่างนี้ไม่ได้ แล้วนอกจากนั้นเดี๋ยวนี้ที่กำลังมีมากขึ้น ก็คือ น้ำเน่า จะต้องป้องกันไม่ให้มีน้ำเน่า น้ำเน่าจะมีอยู่เสมอ แต่อย่าให้น้ำเน่านั้นเป็นโทษมากเกินไป ฉะนั้นนี่เป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่เราจะต้องปฏิบัติ แล้วก็ ถ้าไม่จัดการโดยเร็ว เราก็จะนอนอยู่ในน้ำเน่า น้ำดีจะไม่มีใช้ แม้จะไปซื้อน้ำจากต่างประเทศมาก็กลายเป็นน้ำเน่าหมด เพราะว่าเอามาใช้โดยไม่ได้ระมัดระวังถ้าเรามีน้ำ แล้วมาใช้อย่างระมัดระวังข้อหนึ่ง และควบคุมน้ำที่เสียอย่างไรอีกข้อหนึ่ง ก็อยู่ได้ เพราะว่าภูมิประเทศของประเทศไทย "ยังให้" ใช้คำว่า "ยังให้" ก็หมายความว่ายังเหมาะแก่การอยู่กินในประเทศนี้ไม่ใช่ไม่เหมาะ ที่ๆ เหมาะมากในการตั้งถิ่นฐาน แต่ว่าต้องรักษาเอาไว้ไม่ทำให้ประเทศไทยเป็นสวนเป็นนากลายเป็นทะเลทราย ก็ป้องกันได้ ทำได้พูดกันว่า ถ้าหากไปทำโครงการไฟฟ้าพลังน้ำก็จะไปทำลายป่า ทำให้เสียหายกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ผู้ที่อนุรักษ์สิงแวดล้อมก็พูดอย่างนั้น อันนี้เป็นความจริง ถ้าไปทำลายป่าแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ สนามกอล์ฟ หรือการท่องเที่ยว หรือการลักลอบตัดป่า เป็นต้น ดังนี้ข้อเสียมันเพิ่มขึ้นได้จริง แต่ว่าถ้าหากไปทำในที่ที่เหมาะสม คำนวณได้ว่าผลเสียในการตัดไม้ส่วนหจึ่งจะคุ้มกับผลได้ คือ เช่นที่บอกว่าตัดต้นไม้นั้น ทำให้คาร์บอนขึ้นไปในอากษศเป็นจำนวนเท่านั้นๆ ทำให้เกิดความระเหยของน้ำเท่านั้นๆ เราก็จะต้องมาเลือกดูว่าจะรักษาป่าไว้ หรือจะต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเมื่อใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เราจะต้องใช้อย่างหนึ่งอย่างใด อย่างมีผู้เสนอให้ไปซื้อถ่านหินจากออสเตรเลีย มาสร้างโรงไฟฟ้าใช้ไอน้ำ คือใช้ถ่านหินมาเผา เพื่อที่จะทำความร้อนและขับเทอร์ไบน์ให้เป็นไฟฟ้า คำนวณดู ที่เราจะต้องซื้อถ่านหินจากประเทศออสเตรเลียมา ก็เสียเงินเสียทองเท่าไหร่ มาเผาแล้วจะออกมาเป็นคาร์บอน เวลามาเผาสำหรับหมุนกังหันจะต้องเกิดคาร์บอนขึ้นไปเท่าไหร่ เปรียบเทียบกับที่จะเสียพลังการกำจัดคาร์บอนจากต้นไม้สัก ๓-๔ ต้น นั้นน่ะ มันคุ้มหรือเปล่า ถ้าทำไฟฟ้าด้วยพลังน้ำที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ เพียงแต่ตัดต้นหญ้าก็คงไม่เสียหาย...”                        จากพระราชดำรัสของพระองค์ ที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ให้กำหนดวันที่ ๔ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ในขณะนั้น) เสนอ   ความสำคัญ วันสิ่งแวดล้อมไทย    เป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักว่าทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะต้องร่วมมือกันปกป้องและรักษาให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนตลอดไป ซึ่งในวันสิ่งแวดล้อมไทยนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็จัดกิจกรรมต่างๆ และกำหนดคำขวัญสำหรับวันสิ่งแวดล้อมไทยเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดไว้ว่า “ร่วมทำเมืองไทยให้เขียวสดใส ถวายพ่อหลวง” วันสิ่งแวดล้อมไทย ๒๕๕๕            กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทย ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องแกรนด์   ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “๔ ธันวาคม วันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมทำเมืองไทยให้เขียวสดใสถวายพ่อหลวง : เมืองสวย น้ำใส ไร้มลพิษ เพียงกินอยู่ รู้คิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ประกอบไปด้วย ๘ ยุทธการ ๕ เป้าหมาย ดังนี้ ๘ ยุทธการ ยุทธการที่ ๑ นโยบายมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ยุทธการที่ ๕ การผลิตที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ยุทธการที่ ๒ เปลี่ยนมุมมอง ปรับเปลี่ยนแนวคิด เพื่อชีวิตคนรุ่นต่อไป ยุทธการที่ ๖ บริการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ยุทธการที่ ๓ กิน อยู่ รู้คิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธการที่ ๗ เดินทางสบายๆ ประหยัดพลังงาน ยุทธการที่ ๔ คือ สำนักงานสีเขียว ยุทธการที่ ๘ สร้างป่าในเมือง ๕ เป้าหมาย เป้าหมายที่ ๑ เมืองสวย น้ำใส ไร้มลพิษ เป้าหมายที่ ๔ เศรษฐกิจสีเขียว เป้าหมายที่ ๒ สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ ๕ สร้างนวัตกรรมใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ ๓ เมืองคาร์บอนต่ำ                                โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนเกิดการปรับเปลี่ยนแนวความคิด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตด้วยวิถีแห่งความพอเพียง เสริมสร้างจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีโอกาสร่วมเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕    เรียบเรียงโดย กลุ่มงานระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ สำนักติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม สผ.

At My first location from 04 Dec 12 08:00 to 04 Dec 12 16:00 Hosted by กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.thEvents

Details

World Car Free Day

วันรณรงค์ลดการใช้รถส่วนบุคคล World Car Free Day วันปลอดรถหรือ Car Free Day ตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี อค์กรในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จะรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้รถขนส่งมวลชน และรถจักรยานเพิ่มขึ้น เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน อันส่งผลถึงการลดปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ และยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น รวมทั้งลดปัญหาการจราจรติดขัด การเกิดอุบัติเหตุ ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง และจะส่งผลต่อการประหยัดพลังงานน้ำมัน รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การรณรงค์จะจัดขึ้นในวันที่ 22 กันยายน และทุกวันอาทิตย์ตลอดเดือนกันยายน การรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล มีขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1958 ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1968 ในเนเธอร์แลนด์ และค.ศ. 1972 ในฝรั่งเศส วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1998 มีการรณรงค์ใน 34 เมืองทั่วประเทศฝรั่งเศส ชื่อว่า "En ville, sans ma voiture?" (A day in the city without my car?) วันพุธที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1999 มีการรณรงค์ "En ville, sans ma voiture?" ครั้งที่ 2 ใน 66 เมืองของประเทศฝรั่งเศส และ "In cittá senza la mia auto" ใน 92 เมืองของประเทศอิตาลี นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ในวันที่ 19 กันยายน 1999 ทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์ และวันที่ 26 กันยายน 1999 ทั่วประเทศเบลเยียม ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ วันที่ 21-22 กันยายน ค.ศ. 2000 กำหนดให้เป็น วันปลอดรถสากล (World Car Free Day) มีการรณรงค์ทั่วโลก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

At My first location from 22 Sep 12 06:00 to 22 Sep 12 12:00 Hosted by noneEvents

Details

วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ

 เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน พ.ศ. ๒๕๓๗ ภาพคลองแสนแสบในจินตนาการของผู้คน โดยเฉพาะคนเมืองหลวงคงไม่พนภาพคลองน้ำครำสายใหญ่ สายยาวที่สุดของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะนับจากต้นคลองที่สะพานผ่านฟ้า ผ่านย่านราชเทวี ประตูน้ำ คลองตัน จนถึงบางกะปิ ขณะที่คลองส่วนนอกก็รกเรื้อเต็มไปด้วยวัชพืช เช่น หญ้าคา ผักตบชวา ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ จากคลองสายนี้อีกแล้ว ลบภาพคลองแสนแสบที่มีน้ำใส และสองฟากฝั่งคลองที่สะท้อนภาพในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นเพียงภาพฝัน กลายเป็นอดีตอันขมขื่นของผู้เกิดและเติบโตมากับคลองสายนี้ แม้ว่าชาวบ้านจะพยายามกันแล้ว แต่ก็เสมือนว่าเกินกำลัง เพราะปัญหาของคลองแสนแสบมิได้เกิดขึ้นเพียงวันสองวัน และไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ผู้มักง่าย และไม่รู้คุณค่า        กลางปี พ.ศ. ๒๕๓๗ มีกลุ่มบุคคลผู้รักน้ำ และอับอายที่เห็นคู คลอง ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กลายเป็นท่อน้ำครำขนาดใหญ่ ประจานความดูดายและมักง่ายของคนไทย กลุ่มบุคคลที่ว่านี้ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมด้วยกองทัพบก    ซึ่งในขณะนั้น คือ  พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร   พล.ท.สำเภา ชูศรี ยังมี นายธรรมนูญ หวั่งหลี นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ นายขรรค์ชัย บุนปาน ตลอดถึงอธิบดีกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือสถาบันการศึกษา ตั้งแต่สถาบันราชภัฏจันทรเกษม สถาบันราชภัฏฉะเชิงเทรา หรือราชนครินทร์ในปัจจุบัน สถาบันราชภัฏเพชรบุรี ลงมาถึงโรงเรียนมัธยมและประถมศึกษา ในสังกัดกรมสามัญศึกษาและสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งแกนนำประชาชนริมคลองแสนแสบ อย่างนายวินัย สะมะอุน เป็นต้น ได้รวมตัวกันขึ้นในรูปของคณะกรรมการ และตั้งชื่อโครงการว่า "โครงการรวมใจภักดิ์ รักษ์คลองแสนแสบ"         คณะกรรมการชุดนี้ถือกำเนิดขึ้นดุจเดียวกับคณะกรรมการทอดผ้าป่าสามัคคี คือใครสนใจเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการได้ทุกคน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยมุ่งหวังอย่างเดียว คือร่วมกันดูแล และพัฒนาคลองแสนแสบที่มีความสำคัญในอดีตให้มีสภาพดีขึ้น ทุกฝ่ายได้ช่วยกันจัดกิจกรรมตามวาระเพื่อหาทางฟื้นฟูลำคลองสายนี้เรื่อยมา โดยเฉพาะเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๗ ได้รวมพลังครั้งใหญ่รณรงค์ทำความสะอาดคลองแสนแสบตลอดสาย ทั้งทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมใจกันพัฒนาคลองแสนแสบ เก็บขยะ กำจัดผักตบชวา พงอ้อพงแขม จนลำคลองสะอาดโล่งเตียน และเรือสามารถผ่านได้ตลอดลำคลอง           กระทั่งวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๓๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จประพาสทางเรือ จากท่าน้ำสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปจนถึงประตูน้ำท่าไข่ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมระยะทางทั้งสิ้น ๗๒ กิโลเมตร ใช้เวลา ๕ - ๖ ชั่วโมง การเสด็จประพาสทางเรือครั้งนี้สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นที่มาของความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่จะสืบสานปณิธาน และพระดำรัสของพระองค์ที่ว่า "คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่สมควรได้รับการดูแลรักษาต่อไป"           จากจุดนี้ได้นำไปสู่การประชุมสัมมนาผู้นำท้องถิ่นริมคลองแสนแสบ ที่หอประชุมสถาบันราชภัฏจันทรเกษม เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๘ ซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเดินทางไปเป็นประธาน ที่ประชุมมีมติกำหนดให้วันที่ ๒๐ กันยายน ของทุกปีเป็น "วันอนุรักษ์และรักษาแม่น้ำ คูคลองแห่งชาติ" โดยนายบรรหารประกาศเจตนาสนับสนุนเต็มที่ จนกระทั่งมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๘ ประกาศให้วันที่ ๒๐ กันยายน เป็นวันอนุรักษ์และรักษาคูคลองแห่งชาติ          หลังจากมติดังกล่าว หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง มีความพยายามที่จะใช้วันอนุรักษ์และรักษาคูคลองแห่งชาติเป็นแม่เหล็ก เพื่อจูงใจให้ประชาชนคนไทยหันกลับมาให้ความสำคัญและดูแล รักษา แม่น้ำ ลำคลอง เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าการพลิกฟื้นคูคลอง ยังเป็นความหวังริบหรี่ มีเพียงกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่กลุ่มที่ยังมุ่งมั่นดูแลรักษาแม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำอื่นๆ ต่อไปรวมทั้งขยายแนวคิดไปยังคุณค่าของต้นไม้ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ              โครงการรวมใจภักดิ์รักษ์คลองแสนแสบ ได้รวมตัวก่อตั้งเป็นชมรม โดยมี ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว รับบทบาทเป็นประธานชมรม และขยายแนวคิดต่อไปอย่างมุ่งมั่น ชมรมได้ดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูคลองแสนแสบทุกรูปแบบ ทั้งด้านกายภาพ และจิตสำนึกของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกฝังจิตสำนึกรักคลองสู่เด็กๆ ที่อาศัยริมคลอง มีการจัดกิจกรรมประกวด การสำรวจสภาพน้ำ การจัดประชุมสัมมนา การกระตุ้นภาครัฐให้เข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเสนอให้รัฐจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนดูแลพัฒนาคลองเสมือนถนนหนทางที่ได้งบประมาณเป็นปกติ ส่งเสริมให้มีการวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และที่ลืมไม่ได้ คือจัดการเฉลิมฉลองวันอนุรักษ์ แม่น้ำ คูคลองแห่งชาติ ในวันที่ ๒๐ กันยายน ณ คลองแสนแสบ ต่อเนื่องทุกปีมิได้ขาด           ดังนั้นทุกวันที่ ๒๐ กันยายน ของแต่ละปี ชมรมรวมใจภักดิ์รักษ์คลองแสนแสบ ซึ่งหมายถึงสมาชิกทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน และภาคประชาชน ได้ร่วมมือกันกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งกองทัพบก กองทัพอากาศ กรุงเทพฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ องค์กรเอกชน เช่น บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทเบียร์ไทย (๑๙๙๑) จำกัด (มหาชน) และบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) และประชาชนชาวคลองแสนแสบทุกเขต ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองทุกปี รวมทั้งกิจกรรมล่องเรือท่องคลองแสนแสบ การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองที่ชมรมรวมใจภักดิ์รักษ์คลองแสนแสบ จัดตลอดมา นับได้ว่าเป็นกิจกรรมตัวอย่าง รูปแบบการพัฒนา ๓ ประสาน เพื่อให้ลำคลองแสนแสบตื่นตัวมีชีวิตอยู่ตลอดเวลา   ที่มา : http://www.lib.ru.ac.th/journal/sep/sep20-WaterwayConserve.html

At My first location from 20 Sep 12 06:00 to 20 Sep 12 12:00 Hosted by noneEvents

Details

World Oceans Day

At My first location from 08 Jun 12 13:01 to 08 Jun 12 18:00 Hosted by WorldOceansDay.orgEvents

Details

วันสิ่งแวดล้อมโลก

วันสิ่งแวดล้อมโลก

วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ความเป็นมา            จากการตื่นตัวในวิกฤติการ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโลก อันประกอบด้วยวิกฤตการณ์ด้านต่าง ๆ เช่น การขาดแคลนอาหาร วิกฤตการณ์ด้านพลังงาน อัตราการเพิ่มของประชากรที่สูงมาก รวมทั้งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ซึ่งเป็นผลกระทบกับคนทั่วโลก องค์การสหประชาชาติจึงได้จัดประชุมที่เรียกว่า "การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์" (UN Conferenceonthe Human Environment) ที่กรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 5 - 16 มิถุนายน 2515 โดยใช้เวลาเตรียมการประชุมครั้งนี้ถึง 3 ปี เพื่อจัดทำร่างข้อเสนอต่าง ๆ รวมทั้งแผนการดำเนินการและปฏิญญาว่าด้วยสิ่งแวดล้อมของมนุษย์           ในการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมถึง 1,200 คน จาก 113 ประเทศ นอกจากนั้นยังมีผู้สังเกตการณ์กว่า 1,500 คน จากหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ พร้อมทั้งตัวแทนเยาวชนและกลุ่มนักศึกษาจากทั่วโลก ซึ่ง ผลการประชุมนับว่าประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม เพราะเป็นครั้งแรกที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้หันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมขจัดภัยอันตรายด้านสิ่งแวดล้อม โดยองค์การสหประชาชาติได้จัดตั้ง โครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (UNEP : United Nation Environment Programme) ขึ้น ซึ่งรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ก็ได้รับข้อตกลงจากการประชุมคราวนั้นและจัดตั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศของตน           ดังนั้น เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างชาติทั่วโลกในด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2515 อันเป็นวันเริ่มการประชุมครั้งยิ่งใหญ่นี้ องค์การสหประชาชาติจึงได้รับประกาศให้ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันสิ่งแวดล้อมโลก 2555 ในปี 2555 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environments Programme- UNEP) ได้กำหนดคำขวัญไว้คือ Green Economy : Does it include you?  ซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายและรายละเอียดไว้คือ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/487038   กลุ่มงานระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ

At My first location from 05 Jun 12 06:00 to 05 Jun 12 06:00 Hosted by NAEvents

Details

วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ

วันต้นไม้ประจำปีของชาติ วันวิสาขบูชา ของทุกปี ความเป็นมา         วันต้นไม้ประจปีครั้งแรกของโลกถือกำหนดร้อยกว่าปีในมลรัฐ NEBRASKA ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2515 มีประชาชนในมลรัฐ NEBRASKA ร่วมกันปลูกต้นไม้ได้กว่าหนึ่งล้านต้นและได้ถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อมามลรัฐอื่นๆก็ได้ดำเนินการตามโครงการกำหนดวันต้นไม้ประจำปีของแต่ละมลรัฐขึ้นความคิดนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกในประเทศไทยปีพ.ศ.2481 กรมป่าไม้เชิญชวนข้าราชการพ่อค้าและประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ในวันชาติซึ่งตรงกับวันที่ 24 มิถุนายนปีพ.ศ.2484 กรมป่าไม้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการจังหวัดและอำเภอจัดให้มีการปลูกต้นไม้ขึ้นในวันชาติคือ 24 มิถุนายน 2484 ถือว่าเป็นวันต้นไม้ประจำปีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยปีพ.ศ. 2494 ที่ประชุมใหญ่ของ FAO มีมติให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำปีของแต่ละชาติแต่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2481 โดยถือเอาวันชาติเป็นวันต้นไม้อยู่แล้วจึงได้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีซึ่งมีมติให้ถือเอาวันชาติคือวันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็น "วันต้นไม้ประจำปีของชาติ" ต่อมาปีพ.ศ. 2503 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกวันชาติและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2503 กำหนดให้ "วันเข้าพรรษา" เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทนปีพ.ศ. 2532 ได้มีการเสนอคณะรัฐมนตรีว่าปัจจุบันสภาพของฤดูกาลได้เปลี่ยนแปลงไปมากต้นไม้ที่ปลูกในวันเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูฝนเมื่อฝนทิ้งช่วงเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำต้นไม้ไม่สามารถตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้งทำให้ได้รับความเสียหายจึงขอให้พิจารณาอนุมัติให้วันวิสาขบูชาซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเป็นระยะเริ่มต้นของฤดูฝนเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทนและคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 ปัจจุบันวันวิสาขบูชาจึงเป็น "วันต้นไม้ประจำปีของชาติ" กิจกรรมในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ         กรมป่าไม้ร่วมกับหน่วยงานราชการกระทรวงทบวงกรมและทุกจังหวัดทั่วประเทศจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้แบบประชาอาสาโดยเชิญชวนประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษาตลอดจนหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐบาลและเอกชนให้ร่วมกันปลูกต้นไม้ทั่วประเทศในวันสำคัญนี้ ที่มา : กรมป่าไม้

At My first location from 04 Jun 12 14:00 to 04 Jun 12 18:00 Hosted by วันEvents

Details

วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

 วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ            องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 22 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day of Biological Diversity) เพื่อรำลึกถึงวันที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพเริ่มมีผลบังคับใช้ ปี หัวข้อ 2012 ความหลากหลายทางชีวภาพกับทะเล 2011 ความหลากหลายทางชีวภาพกับป่าไม้ 2010 ความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนา และการขจัดความยากจน 2009 ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน 2008 ความหลากหลายทางชีวภาพและการเกษตร 2007 ความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2006 ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่แห้งแล้ง 2005 กิจกรรมการปลูกต้นไม้ 2004 อาหาร น้ำ และสุขภาพ 2003 การขจัดความยากจน 2002 ป่าไม้ วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ 2012 ในปี พ.ศ. 2555 ได้กำหนดหัวข้อ (Themes) วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ คือ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล "Marine Biodiversity" ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมฉลองเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงการดำเนินงานตามอนุสัญญาฯ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ จึงได้จัดให้มีการประชุมเรื่อง "ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ในระหว่างวันที่ 22 - 23 พฤษภาคม 2555 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมมารวย การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ กำหนดการ    Press Release               

At โรงแรมมารวย การ์เด้น from 22 May 12 14:30 to 23 May 12 21:30 Hosted by สำนักความหลากหลายทางชีวภาพEvents

Details