ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/452052
alt
 
มูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์ ของอดีตมหาเศรษฐีค้าน้ำมันชาว อเมริกัน ร่วมกับองค์กรการกุศลอื่นและกลุ่มเอกชนที่มีฐานะร่ำรวย ต่างก็ร่วมกันให้สัญญากันใหม่ว่าจะเลิกกิจการการลงทุนที่เกี่ยวกับพลังงานถ่านหินที่คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.6ล้านล้านบาท) โดยจะผันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทนอื่น แต่ก็ยังมีมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ ที่ลงมติเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะยังคงลงทุนด้านพลังงานถ่านหินต่อไป ทั้งที่กลุ่มนักศึกษาดิ้นรนอย่างหนักที่จะล้มเลิกพลังงานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน
alt
ชาวนิวยอร์กนับแสนคนออกมาเดินขบวนรณรงค์ลดโลกร้อนเมื่อวันอาทิตย์
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักเคลื่อนไหวในหลายหัวเมืองทั่วโลกเดินขบวนต่อต้านภาวะโลกร้อน ถือเป็นหนึ่งในหลายแผนการครั้งยิ่งใหญ่สุดของมหานครนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ ก่อนถึงวันเปิดประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างเป็นทางการ 23 ก.ย. โดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อหาบทสรุปข้อตกลงครั้งสุดท้ายสำหรับการประชุมครั้งต่อไปที่กรุงปารีสในเดือน ธ.ค.ปี 2558 ทั้งนี้ ลิโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงชายวงการฮอลลีวูด ร่วมกับอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบัน คี มูน เลขาฯยูเอ็น และนายบิลล์ เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก มีกำหนดการเดินขบวนไปตามท้องถนนใจกลางเมืองนิวยอร์กเป็นระยะทาง 3.2 กม. กับผู้ชุมนุมราว 310,000 คน และทั่วโลกอีก 600,000 คน คาดว่าเป็นการเดินขบวนเรียกร้องต่อสู้ภาวะโลกร้อนครั้งยิ่งใหญ่สุดแห่งประวัติศาสตร์ ด้านนายเดอ บลา–ซิโอ ยังประกาศว่า จะให้นครนิวยอร์กลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 80% ภายในปี 2593
ลีโอนาโด ดริคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ร่วมเดินขบวนรณรงค์ลดโลกร้อนในนิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์
การเดินขบวนดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรกว่า 1,400 แห่งนี้ ยังรวมการจัดกิจกรรมนี้อีก 2,500 แห่งทั่วโลก ทั้งที่กรุงปารีส ที่มีชาวฝรั่งเศสออกมาชุมนุมเกือบ 5,000 คน ส่วนใหญ่ขี่จักรยานถือป้ายเรียกร้องให้ผู้นำเริ่มดำเนินการโดยเร็ว เช่นเดียวกับที่เมืองบอร์กโดซ์ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ อีก 700 คน และอีกหลายเมืองในฝรั่งเศส นอกจากนี้ ชาวสเปนหลายร้อยคนที่กรุงมาดริดก็นัดชุมนุมกันที่หน้ากระทรวงสิ่งแวดล้อม พร้อมถือป้ายข้อความเชิงปลุกใจให้รักโลก และยังมีผู้ชุมนุมในนครซิดนีย์ เมืองเมลเบิร์นอีก 30,000 คน ในประเทศออสเตรเลีย ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีไม่น้อยกว่า 15,000 คน ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศ บราซิลอีก 5,000 คน ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียหลายร้อยคน และในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีผู้มาร่วมเดินขบวน 40,000 คน.
 
 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000109201

กาญจนบุรี - ทหาร ตชด.พร้อมจิตอาสา และชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย อำเภอสังขละบุรี ร่วมใจ ซ่อมสะพานลูกบวบคู่ขนาน สะพานมอญให้ชาวบ้านสัญจรไปมาชั่วคราว เพื่อประประหยัดค่าใช้จ่ายจนกว่าสะพานอุตตมานุสรณ์ ที่กำลังซ่อมแซมบูรณะอยู่โดยทหารช่างจะแล้วเสร็จ เผยซ่อมสะพานมอญคืบแล้ว 70% เหลือแค่ 4 ตับ

       alt

       น.ส.รัชนี จำปีขาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พร้อมชาวบ้านทั้งสองฝั่งของแม่น้ำซองกาเลีย อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 134 พร้อมจิตรอาสากว่า 100 คน ร่วมกันจัดหาไม้ไผ่มาซ่อมบูรณะสะพานลูกบวบ ที่สร้างขึ้นมาทดแทนสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) หรือสะพานไม้ เมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ที่ปัจจุบันได้เสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน
       
       โดยทุกคนได้แบ่งหน้าที่กันทำตามความถนัดของตนเอง เด็กๆ มีหน้าที่นำไม้ไผ่ที่ผ่าแล้วไปให้ช่างผู้ชำนาญนำไปประกอบเป็นพื้นปูเดิน เบื้องต้นจำนวนของไม้ไผ่มียังไม่เพียงพอ ซึ่งจะต้องปรึกษาหารือกับพระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อีกครั้งหนึ่ง เพื่อดำเนินการหาไม้ไผ่มาซ่อมแซมบูรณะสะพานลูกบวบ โดยคาดว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน
       
        ส่วนสาเหตุที่ต้องซ่อมบูรณะสะพานลูกบวบ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่จำเป็นต้องใช้สะพานแห่งนี้สัญจรไปมาชั่วคราว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายจนกว่าสะพานอุตตมานุสรณ์ ที่กำลังซ่อมแซมบูรณะอยู่โดยทหารช่างจะแล้วเสร็จ โดยบรรยากาศการซ่อมสะพานลูกบวบ และสะพานมอญคู่ขนานกันในครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม พร้อมกับให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
       
       สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการซ่อมบูรณะสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) หรือสะพานไม้ ขณะนี้เหลือต่อเสาตอม่ออีก 4 ตับ หรือยาวประมาณ 20 เมตรเท่านั้น คิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ หลังจากแล้วเสร็จจะต้องมาการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ผบ.พล.ร. 9 ค่ายสุรสีห์
       
       สำหรับการต่อเสาตอม่อ ใช้เวลาดำเนินการตับละ 3 วัน จึงเชื่อได้ว่า หากไม่มีอุปสรรคฝนตกลงมา อีก 12 วัน สะพานอุตตมานุสรณ์ ก็คงจะแล้วเสร็จบริบูรณ์ โดยหลังจากนั้นก็จะมีการจัดพิธีทำบุญครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง
       
       สำหรับอาหารการกินก็ยังคงมีประชาชน และนักท่องเที่ยวรวมทั้งจิตอาสา เดินทางมาร่วมทำอาหารเลี้ยงเจ้าหน้าที่ และช่างชาวมอญในมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหนำสำราญโดยไม่ขาดตกบกพร่อง
       
        อนึ่ง สำหรับสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ หรือสะพานไม้มอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในประเทศพม่า เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
       
       สะพานนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ.2529 จนถึง พ.ศ.2530 โดยใช้แรงงานของชาวมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญ และชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี
       
       ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2556 เวลา 18.30 น. สะพานอุตตมานุสรณ์ ได้พังทลายขาดเป็น 2 ท่อน ในช่วงกลางสะพาน ความยาวประมาณ 30 เมตร เนื่องจากเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันนานถึง 3 วัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากจากทุ่งใหญ่นเรศวร พัดขยะตอไม้ลงสู่แม่น้ำซองกาเลีย ปะทะกับเสาสะพานทำให้เกิดขาดกลาง และเสียหายเพิ่มเป็น 70 เมตร ในเที่ยงของวันต่อมา 

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000108664

       ไฟป่าทางตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนียยังคงโหมไหม้ลุกลามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเกือบ 3,000 คนต้องอพยพหนีตายออกจากบ้านเรือนของตน ขณะที่ล่าสุดไฟป่าได้ลุกลามอยู่ห่างจากนครซาคราเมนโต ที่เป็นบ้านของประชากรมากกว่า 466,000 คน ไปทางตะวันออกเพียง 100 กิโลเมตร


alt


       จนถึงขณะนี้ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่ามีพื้นที่ป่า รวมถึงบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆเสียหายไปแล้วมากน้อยเป็นจำนวนเท่าใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากกว่า 5,000 นายซึ่งถูกระดมกำลังมาจากทั่วสหรัฐฯ กำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลา และสภาพอากาศร้อน-แห้งที่ไม่เอื้ออำนวย เพื่อหาทางควบคุมไฟป่าดังกล่าว
       
       รายงานข่าวในวันอาทิตย์ (21) ระบุว่า ลำพังวันเสาร์ (20) เพียงวันเดียว ไฟป่าทางตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนียนี้ได้ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เพิ่มเติมไปอีกมากกว่า 332 ตารางกิโลเมตร และกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้นครซาคราเมนโตทุกขณะท่ามกลางอุปสรรคสำคัญคือลมที่พัดแรงมากกว่า 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งทำให้ไฟป่าลุกลามได้เร็วยิ่งขึ้น
       
       นอกจากนั้น ยังพบการลุกลามของไฟป่าเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติ ทาโฮแล้วเช่นกันส่งผลให้สถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์คลีย์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับความเสียหาย
       
       จนถึงขณะนี้ มีประชาชนราว 100 รายเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตจากทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้เดินทางกลับไปยังบ้านเรือนของตนได้ ขณะที่อีกเกือบ 3,000 คนยังคงต้องปฏิบัติตามคำสั่งอพยพอย่างเคร่งครัด ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย 


 

ที่มา : http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9570000108996

สุราษฎร์ธานี - กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเทศบาลนครเกาะสมุย จัดกิจกรรม เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโรงแรมสู่มาตรฐานสีเขียวเพื่อผลักดันเกาะสมุยมุ่งสู่ Green Island
       
 
       วันนี้ (22 ก.ย.) ณ เทศบาลนครเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเทศบาลนครเกาะสมุย จัดกิจกรรม เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโรงแรมสู่มาตรฐานสีเขียวภายใต้โครงการสนับสนุนการร่วมหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป โดยมี นายสากล ฐินะกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์ รักษ์น้ำ รักสมุยจำนวน 13 แห่ง โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
       
       นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า เทศบาลนครเกาะสมุย ในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบท้องถิ่น พยายามให้การส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาตามแนวคิด และกระบวนการในการจัดการสิ่งแวดล้อมเสมอมา เพื่อเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น โดยสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนในท้องถิ่น สถานประกอบการ ในการร่วมมือกันจัดการเกี่ยวกับขยะมูลฝอย การนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ การจัดการน้ำเสีย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการจัดกิจกรรมในวันนี้ จะเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโรงแรมในการ เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโรงแรมสู่มาตรฐานสีเขียวโดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลาง และขนาดย่อมในเกาะสมุย เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่โรงแรมในการปรับปรุงการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับสู่มาตรฐานการบริการในระดับโลก
       
       นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อน และผลักดันเกาะสมุยมุ่งสู่ Green Island มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความยั่งยืนตลอดไป 

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000108999

กระบี่ - ผู้ว่าฯ กฟผ.เบี้ยวเวทีเสวนาปฏิรูปพลังงาน ชาวกระบี่เดินหน้าต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ประกาศเตรียมขึ้นป้ายทั่วเมือง พร้อมอ้าแขนรับโรงไฟฟ้าใบโอดีเซล 

 
alt      
 

       นายอมฤต ศิริพรจุฑากุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวบนเวทีปฏิรูปพลังงาน ปฏิรูปแล้วกระบี่ได้อะไร ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (22 ก.ย.) ที่โรงแรมกระบี่มารีไทม์ปาร์คแอนด์สปารีสอร์ท อ.เมือง จ.กระบี่ ว่า ชาวกระบี่ไม่เคยปฏิเสธการสร้างโรงไฟฟ้า แต่จะต้องเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานที่สะอาด ซึ่งในจำนวนนั้นก็คือ โรงไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำมันปาล์ม หรือใบโอดีเซล ไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ กฟผ.กำลังคิดอยู่ ซึ่งนอกจากจังหวัดกระบี่จะมีกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วยพลังงานที่มีอยู่ในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มขายผลผลิตปาล์มให้มีราคาที่ดีขึ้น
       
       ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ทางองค์กรภาคเอกชน จำนวน 10 องค์กร ได้ลงนามความร่วมมือกันไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งหากว่า กฟผ.ยังดื้อดึงที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่จังหวัดกระบี่ให้ได้ ทางภาคเอกชน และภาคประชาชนก็พร้อมที่จะยกระดับการประท้วง โดยจะขึ้นป้ายให้ทั่วเมืองว่าชาวกระบี่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ชาวกระบี่จะเอาโรงไฟฟ้าใบโอดีเซล หรือโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของจังหวัดกระบี่ ที่ทุกคนได้ร่วมกันกำหนด
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงการเปิดเวทีให้ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และรองผู้ว่าการการไฟฟ้าฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับภาคประชาชน แต่พบว่าทางผู้บริหาร ของ กฟผ.ไม่ได้มาตามกำหนดการแต่อย่างใด ปล่อยให้องค์ภาคเอกชนเปิดเวทีเสวนากันแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งทำให้หลายคนที่ตั้งใจมาฟังการเสวนารู้สึกเสียดายที่ได้ฟังข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว
 
Read More ...