escort pendik kartal escort Jigolo Arayan Bayanlar pendik escort porno hikayeleri jigolo
porno film izle
seks
ข่าวสิ่งแวดล้อม

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.nationtv.tv/main/content/social/378517865/


กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับกรมประมง และนักวิจัย เปิดสถานีวิจัยใต้ทะเล ศึกษาชีวิตม้าน้ำครั้งแรกของโลก ติดตามรายงานคุณจันทร์จิรา พงษ์ราย ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวีกัน

ม้าน้ำ 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วยลูกม้าน้ำดำ อายุ 10 วันขนาดความยาวกว่า หนึ่งเซน ติเมตร จำนวน 350 ตัว ม้าน้ำหนาม อายุ 1 ปีอีก 70 ตัวและม้าน้ำยักษ์ ที่นักวิจัยจากกรมประมงเพาะเลี้ยงสำเร็จ ถูกนำลงเรือเพื่อลงปล่อยคืนสู่ทะเลอันดามันเป็นครั้งแรก

"เจ้าหน้าที่ค่อยทยอยนำม้าน้ำ 450 ตัว ลงที่บริเวณเกาะมุก จ.ตรัง ด้านล่างมีสถานีวิจัยใต้น้ำเพื่อศึกษาพฤติกรรมของพวกมันว่าจะปรับตัวเข้ากับหญ้าทะเลของที่นี่ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่า นี่ถือเป็นอีกก้าวที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับกรมประมง และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกันทดลองเลี้ยงม้าน้ำจากการเพาะเลี้ยงในกรงเลี้ยงใต้ทะเล เพื่อศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกครั้งแรก

มาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หน.อุทยานแห่งชาติ หาดเจ้าไหม บอกว่า เราแก้ไขจุดอ่อนว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ม้าน้ำเกิดความเครียด จึงทำกรงออกมาขนาด 4x4 ใช้ทฤษฎีฝาชีล้อกับสิ่งแวดล้อม โดยผูกเชือกปล่อยให้ม้าน้ำไปเกาะที่เชือก จากนั้นเฝ้าดูอยู่จนพบมันจะลงไปเกาะที่หญ้าทะเล ผลทดลองเราถือว่าสำเร็จ


สถานีวิจัยใต้ทะลที่ใช้ทฤษฎีฝาชีครอบ เพราะทำจากกรงเหล็ก และอวน 2 ชั้น ความกว้าง 4x4เมตร ถูกหย่อนลงในน้ำ ลึกประมาณ 5 เมตรบนแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ของด้านหน้าเกาะมุกต์ มีการติดกล้องวงจรปิด และระบบคอมพิวเตอร์ ที่ส่งภาพจากใต้น้ำมายังห้องปฎิบัติการที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เพื่อให้นักวิจัยเห็นพวกมันตลอด 24 ชั่วโมง

"ต้องศึกษาต่อว่าอายุม้าน้ำเท่าไหร่ถึงจะมีโอกาสรอด พฤติกรรม แลอื่นๆติดตามต่อว่าพวกมันจะผสมพันธุ์กันได้จะปล่อยออกจากกรง แล้วทำในครอปต่อไป ตรงนี้เราถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก " มาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์  หน.อุทยานแห่งชาติ หาดเจ้าไหม กล่าว"

 

ที่มา : http://www.nationtv.tv/main/content/social/378517859/


กรมทรัพยากรธรณี จังหวัดสตูล และหน่วยงานจับมือกับจังหวัดสตูล ร่วมผลักดันอุทยานธรณีสตูลสู่อุทยานธรณีระดับโลก


กรมทรัพยากรธรณี จังหวัดสตูล และสถาบันการศึกษา นำโดยนายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยผู้แทนจากอีก 5 หน่วยงาน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งอุทยานธรณีสตูลให้เป็นอุทยานธรณีโลก โดยบริเวณนี้มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์สัตว์ทะเลโบราณหลายชนิดจำนวนมากอายุ 500 ล้านปีถึง250 ล้านปีครอบคลุมพื้นที่อ.มะนัง ละงู และทุ่งหว้า รวม 2478 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้หากอุทยานธรณีสตูล ได้รับการเห็นชอบให้เป็นอุทยานธรณีโลกโดยยูเนสโก ก็จะเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย

 

ที่มา : http://www.nationtv.tv/main/content/social/378517870/


ไทยเตรียมแจงเวทีไซเตส ปรับบัญชีแนบท้าย ห้ามการค้าเฟอร์นิเจอร์ และไม้แปรรูปจากผลิตภัณฑ์ต้นพะยูง ชี้ข่าวดีไทยถูกเลื่อนสถานะปัญหาค้างาช้าง มาอยู่ในสถานภาพน่ากังวลในระดับรอง

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือทส. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส บอกว่า ในการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ 17 ที่นครโจฮันเนสเบริ์ก แอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 23 กันยายนถึง 5 ตุลาคมนี้ มีวาระสำคัญที่รัฐบาลไทย นำโดยพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการทส.ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย จะต้องชี้แจงคือรายงานความก้าวหน้าแผนปฏิบัติการค้างาช้างแห่งชาติ หลังจากไทยมีการออกกฎหมายงาช้าง และให้ผู้ครอบครองมาขึ้นทะเบียนงาช้าง และอยู่ระหว่างการควบคุมช้างบ้านอีก 3,500 เชือก เพื่อปิดตลาดการค้างาช้างผิดกฎหมาย จนทำให้ไทยถูกเสนอให้อยู่ในกลุ่มใหม่ จากเดิมที่เคยมีสถานภาพน่ากังวลอย่างยิ่ง มาเป็นกลุ่มที่มีสถานภาพน่ากังวลในระดับรอง

ประเด็นสำคัญคือไทยขอให้เปลี่ยนคำอธิบายแนบท้ายข้อกำหนดไม้พะยูง ที่อยู่ในบัญชีหมายเลข 2 ของไซเตส จากเดิมที่ควบคุมเฉพาะไม้ซุงพะยูง มาเป็นให้ครอบคลุมทุกส่วนของไม้พะยูงที่มีการค้าระหว่างประเทศ เช่น ไม้แผ่น เฟอร์นิเจอร์แปรรูปทุกรูปแบบ เพื่อแก้ปัญหาลักลอบตัดไม้พะยูงออกนอกประเทศ ที่ยังคงมีปริมาณมาก นายเกษมสันต์ กล่าว

นอกจากนั้น ปลัดทส. บอกว่า ยังมีประเด็นที่จะเสนอให้ไซเตส พิจารณาทบทวนการค้าม้าน้ำ หลังจากในปี 2558 ถูกจัดให้อยู่ในสถานภาพน่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งตอนนี้ทั้งกรมประมง และทส.มีมาตรการใหม่เกิดขึ้น ทั้งการงดส่งออกม้าน้ำตากแห้งชั่วคราว การรณรงค์ให้ชาวประมงที่จับม้ำน้ำได้ต้องปล่อยคืนทะเล และการฟื้นฟูประชากรม้าน้ำที่ทะเลตรังและตั้งเป้าปีละ 1 แสนตัว ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุน และพอใจจนไม่ให้ทำให้ไทยถูกระงับการค้า

 

ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000095640

 

ศูนย์ข่าวศรีราชา - มทบ.14 รับลูก คสช.รุดดูปัญหาท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย หวังทวงคืนพื้นที่สาธารณะ 17 ไร่ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารการใหม่เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ประกาศต้องเคลียร์พื้นที่เร่งด่วนแก้ปัญหาความเป็นระเบียบ รองรับงานสวนสนามทางเรือนานาชาติปลายปี 60

บ่ายวันที่ (22 ก.ย.) พ.อ.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รอง ผบ.มทบ.14 นำคณะเข้าร่วมประชุมพร้อมตรวจสอบพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตามนโยบายการจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยมีตัวแทนจากเมืองพัทยา ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สภ.เมืองพัทยา และกำลังเทศกิจ เข้าร่วม ทั้งนี้ หลังการหารือแล้วเสร็จได้นำคณะลงตรวจสอบพื้นที่จริงบริเวณลานจอดเรือ พร้อมทำการเก็บข้อมูล และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานประกอบในการพิจารณา

พ.อ.ภพอนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.มีนโยบายอย่างเข้มงวดในการจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะ และการทวงคืนที่สาธารณประโยชน์ให้แผ่นดิน ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งถือเป็นพื้นทีท่องเที่ยวหลักที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศปีละนับแสนล้านบาท

ทั้งนี้ ปัญหาอย่างหนึ่ง คือ เรื่องพื้นที่จอดรถรับส่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังเกาะล้าน ซึ่งพบว่าที่ผ่านมา สภาพผิวการจราจรมีความคับแคบ ขณะที่การขนถ่ายนักท่องเที่ยวสูงถึงวันละหลายหมื่นคน ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ทั้งๆ ที่พื้นที่ของท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ นี้มีขนาดใหญ่รวมกว่า 17 ไร่ ซึ่งสาเหตุสำคัญเป็นเพราะลานสาธารณะที่ควรจะให้ประโยชน์อย่างเต็มที่ มีการนำเรือสปีดโบต ซึ่งทราบว่ามีอยู่สูงถึง 800-900 ลำ มาทำเป็นลานจอดพักไว้

ซึ่งจากนี้จะต้องเข้ามาตรวจสอบ และบริหารจัดการใหม่ ทั้งกรณีในเรื่องของสัญญาสัมปทาน เรื่องของผลประโยชน์ และการจัดการพื้นที่ใหม่เพื่อให้ส่วนร่วมได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อความผิดก็พร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่ละเว้น จึงอยากร้องขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่าดื้อดึง

พ.อ.ภพอนันต์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้คงปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปไม่ได้ เพราะพื้นที่แห่งนี้ถือเป็นที่สาธารณะ จึงต้องเข้ามาจัดระเบียบอย่างจริงจัง อีกทั้งในช่วงปลายปี 2560 นี้ จะมีการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ซึ่งจะมีทัพเรือจากนานาประเทศเข้าร่วม โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าร่วมงาน ซึ่งถือเป็นหน้าเป็นตา และจะมีการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชายหาดเมืองพัทยาทั้งหมด จึงต้องเร่งรัดในการจัดระเบียบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจากนี้จะมี มทบ.14 เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมรายงานความคืบหน้าทัพภาค 1 และ คสช.ตามลำดับ โดยจะมีการจัดประชุมร่วมเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

พ.อ.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รอง ผบช.มทบ.14 เปิดเผยหลังเดินดูพื้นที่ดังกล่าวว่า มารับทราบความเป็นมาของปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานเพื่อหาแนวทางการแก้ไข ซึ่งต้องให้เวลา อะไรที่มันไม่ถูกต้องก็ทำให้ถูกต้อง โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ต้องติดตามการดำเนินการแก้ไข หากไม่ทำจะถือว่าเป็นการละเว้น เราต้องเอาพื้นที่สาธารณะของเมืองพัทยากลับมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด นอกจากนี้ ยังถือเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรในเมืองพัทยา รวมถึงเป็นการรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการจัดแสดงสวนสนามทางเรือนานาชาติในปีหน้าต่อไปด้วย

 

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/293856
 

alt

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 กันยายนว่า นายซูโตโป เพอร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานพิบัติภัยแห่งชาติของอินโดนีเซียแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินถล่มจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทางตะวันตกของเกาะชวา เกาะหลักของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็น 19 รายแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมระหว่างปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เหตุพิบัติภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีฝนตกหนักในบริเวณดังกล่าวจนเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันตามมาระดับน้ำสูงถึง 2 เมตรอย่างรวดเร็ว โดยยอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ในเมืองการัต ซึ่งเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 16 ศพรวมทั้งเด็กวัย 8 เดือนรายหนึ่งกับเด็กๆอายุต่ำกว่า 10 ขวบอีก 4 ราย ทั้งนี้ยังมีผู้หายสาบสูญไปอีก 8 คน ก่อนหน้านี้มีรายงานจากเขตเซมาดังว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุเดียวกัน 3 รายและหายไป 1 ราย

 
Read More ...