porno, porno, porno izle, porno izle, porno izle

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/500880

เกิดเหตุดินถล่มในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศเนปาล โดยดินและหินที่ตกลงมาจากเขา ลงไปปิดทางเส้นทางไหลของแม่น้ำสายหนึ่ง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูง ทางการต้องอพยพประชาชนหลายพันคน

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดินถล่มเกิดขึ้นที่อำเภอแมกดี ห่างจากเมืองหลวงกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 140 กม. จากอิทธิพลของแผ่นดินไหวระดับ 7.8 และ 7.3 เมื่อ 25 เม.ย. และ 12 พ.ค. โดยดินและหินไหลลงไปปิดการทางน้ำของแม่น้ำ กาลี กันดากี จนเกิดเป็นทะเลสาบใหม่ซึ่งลึกและมีระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ

     ตามการเปิดเผยของนาย ลักษมี ปราสาด ธาคาล โฆษกกระทรวงมหาดไทยเนปาล ดินถล่มเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 200 ม. จนต้องร้องขอให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ กาลี กันดากี อพยพไปยังที่ปลอดภัย ขณะที่หนึ่งโรงงานไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศก็อยู่ในพื้นที่เสี่ยงด้วย

     ด้านกองทัพเนปาลส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ และส่งกองกำลังภาคพื้นไปดูดน้ำในทะเลสาบที่เกิดขึ้นใหม่เพราะดินถล่ม โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่า พื้นที่ขนาดใหญ่เสี่ยงถูกน้ำท่วมหากน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ทะลักออกมา

 
ที่มา : http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000059024

5 องค์กรวิชาชีพสถาปัตย์ ยื่นจดหมายถึงรัฐบาล จี้ทบทวนโครงการทางจักรยานคนเมืองริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คำนึงถึงผลดี-ลบ ต่อประชาชนให้ถี่ถ้วน
      
       สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) สมาคมสถาปนิกชุมชนเมืองไทย (TUDA) สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย (TALA) และสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) ร่วมกันลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อขอให้ทบทวนการก่อสร้างโครงการทางจักรยานคนเมืองริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะทางฝั่งละ 7 กิโลเมตร รวม 14 กิโลเมตร ความว่า
      
       "อยากให้รัฐบาลและคณะทำงานได้ทบทวนการดำเนินงานโครงการดังกล่าวอย่างรอบคอบอีกครั้ง เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ คลอบคลุมพื้นที่ตลอดแนว 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีทั้งวัด โบราณสถาน ชุมชนซึ่งมีวิถีชีวิตที่น่าอนุรักษ์ สถานที่ราชการ และพื้นที่เอกชน จึงไม่ควรทำอย่างรีบเร่งอย่างที่เป็นอยู่ แต่ควรมีการศึกษารายละเอียด ผลกระทบต่างๆอย่างเป็นระบบ ไม่วาจะเป็น ต่อวิถีชุมชน, สิ่งแวดล้อม, การป้องกันน้ำท่วม รวมไปถึงผู้รับผิดชอบดูแลหลังจากที่โครงการแล้วเสร็จ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป การให้ชุมชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการโครงการ นอกจากจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดแล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี และริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชุมชนในไทยซึ่งความผูกพันกับสายน้ำมายาวนาน ซึ่งกรุงเทพมหานครกำลังจะใช้จุดแข็งตรงนี้ผลักดันให้ พื้นที่อันเป็นภูมิทัศน์วัฒนธธรมแห่งแม่น้ำเจ้าพระยานี้เป็นมรดกของโลก "
      
       แต่การสร้างเส้นทางนี้อาจจะทำลายวิถีชีวิตอันป็นรากเหง้านั้นลงก็เป็นได้ รวมไปถึงขอให้ทบทวนการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าเนื่องจากในกรุงเทพมหานครนั้นสามารถสร้างเส้นทางจักรยานในเส้นทางอื่นได้ด้วยการลงทุนที่น้อยกว่ามาก หรืออาจจะสร้างโครงการนำร่องเฉพาะพื้นที่เพื่อศึกษารายละเอียดที่เหมาะสมก่อนก็ได้
      
       ทั้งนี้ ทั้ง 5 องค์กรยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะคัดค้านการก่อสร้างโครงการ ทางจักรยานคนเมืองริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อย่างใด หากแต่ขอให้มีการทบทวนถึงประโยชน์ที่จะตกเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงเป็นสำคัญ.
      
 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/500894

โครงการหนึ่งที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานครปัจจุบันพยายามผลักดันก็คือ นโยบายยกแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกของชาติ โดยมอบหมายให้สำนักผังเมืองไปศึกษาแนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มตั้งแต่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จากสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ถึงท่าวาสุกรี ด้วยเหตุผลเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ควรค่าแก่การอนุรักษ์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักผังเมือง กทม.ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนริมสองฝั่ง และมีการเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในหัวข้อ “แนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ความร่วมมือในการส่งเสริมให้เป็นมรดกของชาติ”

รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย บอกว่า แม่น้ำเจ้าพระยานอกจากจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ยังมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เพราะประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว พื้นที่ริมแม่น้ำ คือแหล่งดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ก่อให้เกิดรายได้มหาศาล

“ผมมองว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือการพัฒนาจะต้องคำนึงถึงสิ่งที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่นั้นๆด้วย เพราะการมุ่งพัฒนาแบบพยายามหลีกเลี่ยงการเวนคืน แต่ใช้วิธีตอกเสาเข็มลงไปในแม่น้ำ คงไม่ใช่สิ่งที่ดี”

ขณะที่ ธีรนันท์ ช่วงพิชิต นักวิชาการศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนธนบุรี ระบุว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา และคูคลองสายย่อยในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกที่เป็น Flood way ของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเหมือนแม่น้ำของคนทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นแค่สายน้ำของคนกรุงเทพฯ แต่เป็นสายน้ำของคนทั้งประเทศ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและแก้ไขดูแลคือเรื่องความสะอาด เรื่องระบบมลภาวะที่เกิดจากขยะซึ่งคนในประเทศจะต้องช่วยกัน

ผศ.ดร.ยงธนิศร์ พิมลเสถียร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า อยากให้นำข้อมูลต่างๆ จากนักวิชาการมาประมวลว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้มีคุณค่าต่อใคร อย่างไร ให้ชัดเจน หากทำได้ชัดเจนก็จะมีแนวทางผลักดันให้แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเป็นมรดกโลก โดยต้องแยกออกมาเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ว่าด้วยเรื่องของประวัติศาสตร์ 2.ว่าด้วยเรื่องของสถาปัตยกรรม (รูปแบบที่สะท้อนการพัฒนา) 3.ว่าด้วยเรื่องของคน ต้องบอกให้ได้ว่าบริเวณใดเป็นที่อยู่ของใคร ใครมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยใด แล้วปัจจุบันคนเหล่านี้ยังอยู่ตรงนี้หรือไม่ เราต้องตั้งต้นให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยมากำหนดนโยบายและกลไกในการอนุรักษ์ต่อไป

ชูวิทย์ สุจฉายา อาจารย์ ม.ศิลปากร แนะว่า การขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกนั้น ความสำคัญคือการผูกโยงให้เข้าถึงเรื่องของภูมิทัศน์วัฒนธรรม แม่น้ำเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรม เพราะแม่น้ำมีระบบนิเวศอยากให้เน้นที่ตัวระบบ ระบบนิเวศคือการไหลเวียนของน้ำ เราจะรักษาสมดุลทางธรรมชาติอย่างไร เวลาน้ำหลากน้ำไหลมา จะระบายอย่างไรไม่ให้น้ำท่วม เรื่องโครงข่ายของแม่น้ำลำคลองก็สำคัญ ส่วนจะทำอย่างไรให้ใช้สะดวก จะเชื่อมต่อทางเดิน หรือจะปรับปรุงภูมิทัศน์ทำท่าเรืออะไรอย่างไร เป็นผลพลอยได้

“เรื่องระบบโครงข่าย คือจุดเริ่มต้นของภูมิทัศน์วัฒนธรรม ถ้าสิ่งเหล่านี้บกพร่องก็ไปไม่ถึงการเป็นมรดกชาติ”.
 

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/500893

สั่ง 50 เขตทั่วกรุงจัดการ-แก้ขยะตกค้าง 4 พันตัน/วัน

นายสุวพร เจิมรังสี ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.กล่าวว่า แผนบริหารจัดการขยะของ กทม. ตามยุทธศาสตร์ปี 2558-2562 เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยการลดขยะจากต้นกำเนิดให้เป็นศูนย์ อาทิ การทำลายขยะ ด้วยวิธีการสร้างเตาเผา นำขยะไปทำเป็นไบโอแก๊ส และส่งเสริมการเก็บขยะตกค้างที่มีอยู่ โดยมีการบริหารจัดการขยะเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ได้แก่ 1.การส่งเสริมวินัยและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อช่วยกันลดขยะ โดยเน้นชุมชนเป็นหลัก เนื่องจากขยะส่วนใหญ่เกิดจากบ้านเรือนประชาชนมากที่สุด ซึ่งได้นำร่องไปแล้วที่เขตสวนหลวง เพื่อเป็นชุมชนต้นแบบให้กับชุมชน อื่นๆ 2.นำ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาบังคับใช้อย่างจริงจัง เช่น การจับ-ปรับ

นายสุวพรกล่าวว่า องค์กรความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือไจก้าได้ประมาณการณ์ไว้ว่า ประเทศไทยผลิตขยะเฉลี่ยถึง 13,000 ตันต่อคนต่อวัน หรือผลิตขยะเฉลี่ยคนละ 1.2 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ซึ่งในทางปฏิบัติ กทม.สามารถจัดเก็บขยะได้ประมาณ 9,000 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลือเป็นขยะตกค้างตามพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ไปสำรวจตามพื้นที่รกร้าง หากพบว่ามีการทิ้งขยะให้จัดทำเป็นสวน เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม กทม.จะเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย โดยการควบคุมปริมาณขยะ เพิ่มระบบจัดการขยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ระบบการจัดเก็บ ขนถ่าย ไปจนถึงเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและสะอาด เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นมหานครในการจัดการขยะอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังได้กำหนดเป้าหมายลดปริมาณขยะให้ได้ร้อยละ 20 ในปี 2575 จากปริมาณขยะในปี 2556 อีกด้วย.

 

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/648500
 

alt

นักท่องเที่ยวตลึง เต่ากระขนาดใหญ่ โผล่จากทะลเดินขึ้นมาวางไข่ชายหาดเกาะทะลุ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายบุญเลิศ เผือกทอง พนักงานดูแลอนุบาลบ่อเต่าบนเกาะทะลุ ไฮแลนด์ รีสอร์ท อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า เมือเวลาประมาณ 07.30.น. ตนเองเดินดูความเรียบร้อย บริเวณบ่ออนุบาลเต่า และบริเวณบ้านพักนักท่องเที่ยว ด้านบนริมชายหาด พบเห็นเต่ากระขนาดใหญ่ พยามขุดหลุมเพื่อวางไข่ โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทย ที่ตื่นมาในช่วงเช้าและเห็นด้วยเหมือนกัน ตนเองจึงขอให้ทุกคนอย่าส่งเสียงดัง และแจ้งให้ทราบว่าเป็นเต่ากระกำลังวางไข่อยู่ ซึ่งนักท่องเที่ยวถึงกับตลึง เพราะไม่เคยเห็น เห็นแต่เต่ากระที่อยู่ในบ่ออนุบาล

จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ45นาที เต่ากระได้วางไข่เสร็จแล้ว และใช้ขาคู่หน้าตะกุยทรายเพื่อกลบหลถมไข่ จากนั้น เต่ากระได้คลานออกมา ตนเองและพนักงานได้ช่วยกันวัดขนาดของแม่เต่ากระมีความกว้าง80ซม.ยาว98ซม.และช่วยกันยกช่างน้ำหนักได้70กิโลกรัม พร้อมฝังไมรโคชิพและติดแท็กซ์ หมายเลข 93307640005002185พร้อมจดบันทึกข้อมูลเก็บเอาไว้เพื่อเป็นจ้อมูลในแต่ละปี ว่ามีเต่ากระขึ้นมาวางไข่จำนวนกี่ครั้งและกี่ฟอง หลังจากนั้นจึงปล่อยเต่ากระและคลานลงทะเลไป พร้อมกันนี้ได้นำไข่เต่าขึ้นจากหลุมเดิม และนำมาวางในหลุมใหม่เพื่อความปลอดภัยเหมือนทุกครั้งและกลบหลุมตามเดิม พบว่าแม่เต่ากระวางไข่ครั้งนี้นับได้136ฟองและมีเสียเพียง1ฟองเท่านั้น

ด้านนายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ ผจก.เกาะทะลุ ไฮแลนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า ปีนี้เต่ากระขึ้นมาวางไข่เร็วกว่าทุกปี ซึ่งปีที่แล้วขึ้นมาวางไข่กลางเดือนมิถุนายน สถิติกว่า1,000ฟอง เราก็อนุบาลไว้จนอายุประมาณ1ปี ก็ปล่อยคืนสู่ท้องทะเล โดยเต่าเมื่อวางๆไข่แล้วกว่าจะฟักเป็นตัวใช้เวลาประมาณ62วันตามที่เราได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีในปีนี้เพราะเมื่อวานเป็นวันเต่าโลก
 

 
Read More ...