ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9570000112809

นราธิวาส - เจ้าหน้าที่รักษาพันธุสัตว์ป่า สนธิกำลัง ตร.นราฯ บุกค้นบ้านต้องสงสัยยึด “นกเงือกพันธุ์หัวแรด” และ “นางอาย” สัตว์ป่าสงวนฯ โดยนำตัวสัตว์ทั้ง 2 ชนิดเข้าทำการอนุบาลพร้อมปล่อยกลับคืนสู่ป่าต่อไป พร้อมจับกุมเจ้าของเพื่อขยายผลดำเนินคดีต่อไป 
       alt
       
วันนี้ (1 ต.ค.) พ.ต.ต.สุนันท์ สมบูรณ์ สารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เทือกเขาบูโดสุไหงปาดี เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พรุโต๊ะแดง) และนายปรีดา เทียนส่งรัศมี หัวหน้าโครงการคุ้มครองนกเงือก (ส่วนภาคใต้) ร่วมกันเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 33/1 บ.กูแบ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับแจ้งเบาะแสว่า บ้านหลังดังกล่าวมีการเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ภายในบ้าน
       
       
หลังจากเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถยึดนกเงือกพันธุ์หัวแรดได้ 2 ตัว โดยเลี้ยงไว้ในกรงด้านหลังบ้านเลขที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้ จึงเชิญตัว นายสูกรีละห์ อารง เจ้าของบ้านมาทำการสอบสวน โดยเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดนางอาย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองได้อีก 1 ตัวด้วย โดยหลังจากเข้ายึดสัตว์ป่าคุ้มครองทั้ง 2 ชนิด เจ้าหน้าที่ได้ทำการขนย้ายเพื่อนำไปกักไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโคกไม้ เรือ เพื่อทำการอนุบาลสัตว์ทั้ง 2 ก่อนที่จะปล่อยเข้าสู่ป่าในเขตของอุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโดต่อไป
       
       
นายวิโรจน์ ศิริอุมากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พรุโต๊ะแดง) กล่าวว่า นกเงือกพันธุ์หัวแรดที่ยึดได้ครั้งนี้ถือเป็นพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว เนื่องจากในป่าเขตเทือกเขาบูโดเองเริ่มหายากมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้สัตว์ที่ยึดได้จะต้องถูกเข้าศูนย์อนุบาลเพื่อตรวจโรค และปรับตัวก่อนที่จะส่งคืนให้แก่ธรรมชาติ
       
       
ด้าน พ.ต.ต.สุนันท์ สมบูรณ์ สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส กล่าวว่า กรณีลักษณะนี้ในเขตอำเภอเมืองไม่เคยพบผู้กระทำผิดมากนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างจากเทือกเขา ซึ่งกรณีนี้จะมีการคุมตัวเจ้าของไปทำการสืบสวนถึงที่มาเพื่อเตรียมขยายผล ส่วนโทษกรณีมีสัตว์ป่าคุมครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดตามมาตรา 19 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษจำคุก 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนส่วนมากจะถูกปรับ และรอลงอาญา
 
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/270575

จัดเป็นเต่าน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีแรงกัดของกรามที่รุนแรงซึ่งเป็นแรงกัดมหาศาลเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจระเข้น้ำเค็มและไฮยีน่าเต่าอัลลิเกเตอร์
alt 
เต่าอัลลิเกเตอร์ หรือ เต่าอัลลิเกเตอร์ สแนปปิ้ง(Alligator snapping turtle) เป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกเต่าชนิดหนึ่งจัดเป็นเต่าเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Macrochelys ซึ่งหลายชนิดในวงศ์นี้ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นซาก ดึกดำบรรพ์มีชีวิตชนิดหนึ่ง เต่าอัลลิเกเตอร์จัดเป็นเต่าน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีแรงกัดของกรามที่รุนแรงซึ่งเป็นแรงกัดมหาศาลเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจระเข้น้ำเค็มและไฮยีน่าเต่าอัลลิเกเตอร์เป็นเต่าที่กระจายพันธุ์ในแหล่งน้ำจืดของหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา
 
ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/453669

แม้คนจะเป็นสัตว์ฉลาดที่สุดบนโลกใบนี้ แต่ใช่ว่าจะสามารถทำอะไรได้อย่างใจไปหมดทุกอย่าง...ถ้าไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักการแบ่งปันให้สรรพสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่รอด...ไม่เพียงชีวิตอื่นจะ ต้องจบสิ้น ชีวิตสัตว์ฉลาดที่สุดก็ยากจะรอดเช่นกัน
ฟังดูเหมือนนิยายในมโนคติจากจินตนาการคนมองโลกสวย...แต่ชาวบ้านใน 6 หมู่บ้าน ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก ที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์สร้างป่าชุมชนขึ้นมาบนเนื้อที่ 5,250 ไร่ ต่างรู้ดี นี่คือชีวิตจริง
ที่นี่แต่เดิมอุดมสมบูรณ์มาก แต่เพราะต่างคนต่างบุกรุกป่า ทำไร่ ปลูกข้าวโพด ปลูกถั่วเขียว ความสมบูรณ์เลยกลายเป็นแห้งแล้ง น้ำจากภูเขาที่เคยมี ไม่พอใช้ เราต้องเจาะบาดาลสูบน้ำขึ้นมาใช้ จนปี 2543 พวกเราอยู่ไม่ได้ เพราะค่าน้ำมันปั่นเครื่องสูบน้ำแพงมาก เดือนเดือนหนึ่งตกประมาณ 1 หมื่นบาท แถมของป่าที่เราเคยหาเก็บมากินได้ ไม่มี ทุกอย่างต้องซื้อเขาหมด ต้นทุนใช้ชีวิตแพงขึ้น ในที่สุด ครูบากัญไชย กาญจโน ได้มาเป็นผู้นำชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกันสร้างป่าชุมชนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่ เกิดขึ้น
alt
นายพนม นามผาญ ผู้ใหญ่บ้านแม่กึ๊ดหลวง และประธานป่าชุมชนแม่กึ๊ดหลวง ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เล่าที่มาของป่าชุมชน รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ในการประกวดป่าชุมชน “โครงการคน รักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2557
ที่เริ่มด้วยการแบ่งเขตพื้นที่ป่าชุมชนกับพื้นที่เกษตรแยกออกจากกัน ไร่ข้าวโพดจุดไหนรุกล้ำแนวเขตป่า เจ้าของจะต้องเสียสละ ยอมให้ปลูกป่าขึ้นมาแทน พร้อมมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุมดูแลป่า ไม่ให้มีใครบุกรุกเผาทำลายป่า ออกกฎการใช้ประโยชน์จากป่าได้แค่เพื่อบริโภคในครัวเรือน ห้ามนำไปขายพ่อค้าที่มารับซื้อเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนถูกปรับ
ด้วยกฎกติกาและการปฏิบัติที่เคร่งครัด เวลาเพียงแค่ 5 ปี ป่าที่แห้งแล้งฟื้นกลับมาให้ประโยชน์กับคน...น้ำมีให้ใช้ได้ทั้งปี ไม่ต้องจ่ายค่าสูบน้ำอีกต่อไป ไร่ข้าวโพด ถั่วเขียว มีน้ำหล่อเลี้ยง อาหารของป่าที่หายไป มีกลับมาให้เก็บกิน มีสารพัดสมุนไพรให้รักษาโรค ไม่ต้องควักซื้ออีกต่อไป...ต้นทุนชีวิตถูกลง ความสุขหวนกลับมา
“ก่อนหน้านี้กรมพัฒนาชุมชนเคยสำรวจรายได้ขั้นพื้นฐานประชาชนในพื้นที่นี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาท ต่อคนต่อปี แต่พอมาปี 2555 รายได้กลับเพิ่มขึ้นมาเป็น 64,000 บาท” นายประลอง ดำรงค์ไทย ผอ.สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ ชี้ให้เห็นว่า ป่าชุมชนช่วยให้ชาวบ้านมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ป่าให้ชีวิตกับคนได้จริง
ไม่เพียงแค่นั้นยังส่งผลดีต่อภาครัฐด้วย เพราะการสร้างป่า ปลูกป่าให้ได้พื้นที่ 5,000 ไร่ รัฐต้องใช้งบประมาณอย่างน้อยๆ 19 ล้านบาท... แต่ที่นี่จ่ายสนับสนุนช่วยเหลือแค่ 1 แสนบาทเท่านั้นเอง
 
ที่มา : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=569500
 

อุทยานแห่งชาติแหลมสน เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังต้องปิดมานานกว่า 3 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว
นายวิกรานต์ ทั่วด้วง หน้าหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน เปิดเผยว่าหลังจากที่อุทยานประกาศและสั่งปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล มาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ประกอบด้วย หมู่เกาะกำ หมู่เกาะค้างคาว อ่าวเขาควายแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงามของจังหวัดระนองเนื่องจากต้องการให้ธรรมชาติฟื้นตัว
และในช่วงเวลาดังกล่าวทะเลอันดามัน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระนองทะเลมีคลื่นลมแรงฝนตกหนักบางช่วงมีคลื่นสูงกว่า 3 เมตรเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจึงต้องประกาศปิดปัจจุบันจากการตรวจสอบพบว่า ทางอุทยานจะสามารถเปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลนอกจากหมู่เกาะดังกล่าว รวมไปถึงเกาะอื่น ๆ อีกจำนวนหลายเกาะที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแหลมสน
โดยพร้อมที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือไปเที่ยวชม เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นพร้อมชมชายหาดทรายสีขาว ซึ่งในช่วงนี้ธรรมชาติพื้นตัวอย่างเต็มที่แล้วมีภาพที่สวยงามจึงอยากจะฝากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติของจังหวัดระนองมียังคงความสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
 
ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1412118414

 
กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 เวลา 00.44 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวจุดศูนย์กลางอยู่ทางฝั่งตะวันออกของมณฑลเสฉวน ประเทศจีนวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.4 ริกเตอร์ ลึกจากระดับผิวดิน 60 กิโลเมตรเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

แผ่นดินไหวที่ EASTERN SICHUAN, CHINA
ขนาด
: 4.4 ริกเตอร์
จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว
: EASTERN SICHUAN, CHINA
วันที่
: 01 ตุลาคม 2557 00:44 น.
ละติจูด
: 28° 22′ 48′′ เหนือ
ลองจิจูด
: 104° 54′ 00′′ ตะวันออก
ความลึกจากระดับผิวดิน
: 60 กิโลเมตร
 
Read More ...