porno

ข่าวสิ่งแวดล้อม

โดย :มติชน
วันที่ 28 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.matichon.co.th
 
               สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2557 เวลา 01.44 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า(เมียนมาร์) วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 3.3 ริกเตอร์
 
แผ่นดินไหวที่ ประเทศพม่า
ขนาด
: 3.3 ริกเตอร์
จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว
: ประเทศพม่า
วันที่
: 28 กรกฎาคม 2557 01:44 น.
ละติจูด
: 18° 19′ 48′′ เหนือ
ลองจิจูด
: 96° 13′ 12′′ ตะวันออก
ความลึกจากระดับผิวดิน
: กิโลเมตร
 
โดย :มติชน
วันที่ 27 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.matichon.co.th
 
               ผู้นำหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกเตรียมเรียกร้องออกมาตรการสำคัญครั้งใหม่ต่อสู้ภาวะโลกในการประชุมสุดยอดภูมิภาคแปซิฟิกซึ่งจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการที่ประเทศเปาเลาในวันอังคารนี้ท่ามกลางความกังวลว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอาจทำให้หมู่เกาะแปซิฟิกจมลงในทะเล
               การประชุมสุดยอดผู้นำหมูเกาะแปซิฟิกครั้งนี้จะมีผู้นำจาก15ชาติเข้าร่วมเพื่อหาทางเรียกร้องออกมาตรการใหม่ต่อสู้กับภาวะโลกร้อนหลังประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบในอันดับต้นๆ เนื่องจากขณะนี้ มีพื้นดินเหนือระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร หรือประมาณ 3 ฟุต เท่านั้น ขณะที่ การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดูเหมือนจะยังไม่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
               ก่อนหน้านี้นายทอมมีรีเมนกีเซาประธานาธิบดีเปาเลา ได้เคยกล่าวกับองค์การสหประชาชาติเมื่อต้นปีว่า ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศในพื้นที่แปซิฟิกจมลงในทะเลอีกด้วย
               ทั้งนี้ หลายฝ่ายคาดว่า ที่ประชุมจะหารือมุ่งเน้นรักษาแนวทางต่อสู้ภาวะโลกร้อนเดิม จากการประชุมปีที่ผ่านมาซึ่งจัดขึ้นที่สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ และที่ประชุมก็ได้มีการลงนามปฎิญาณ “มาจูโร “ เพื่อย้ำถึงเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหันมาใช้พลังงานทางเลือกแทน
 
โดย :มติชน
วันที่ 27 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.matichon.co.th
 
               วันที่ 27 ก.ค. 57 นายวิโรจน์ โรจนจินดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ร่วมกับ พ.อ.ฐกัด หลอดศิริ รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้สนธิกำลังกว่า 20 นาย ลงพื้นที่ปฏิบัติการรื้อถอนต้นยางพารา พืชผลอาสิน และสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ตรวจยึดดำเนินคดี จำนวน 3 แปลง รวมเนื้อที่ 15 ไร่ ที่มีการลักลอบปลูกในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยอาศัยอำนาจมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
               ประกอบด้วย แปลงที่ 1 ที่บ้านโบอ่อง หมู่2 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ เนื้อที่ 9 ไร่ ต้นยางพารา จำนวน 450 ต้น ขนุน 5 ต้น เงาะ 3 ต้น กระต๊อบ 1 หลัง แปลงที่ 2 บ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ เนื้อที่ 4 ไร่ ต้นยางพารา จำนวน 49 ต้น และแปลงที่ 3 บ้านโป่งช้าง หมู่ที่6 ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ เนื้อที่ 2 ไร่ ต้นยางพารา จำนวน 125 ต้น ซึ่งต้นยางทั้งหมดมีอายุประมาณ 3 ปี ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจยึดดำเนินคดีทั้ง 3 แปลง ไว้เมื่อปี 2555 และต่อมาศาลมีคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และพืชผลอาสินออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติเขาแหลม แต่ผู้กระทำผิดมิได้ดำเนินการทำลาย หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และพืชผลอาสินออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนแต่อย่างใด จึงเป็นเหตุให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเป็นผู้ทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และพืชผลอาสินออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเสียเองโดยเข้าทำรื้อถอนดังกล่าว
 
โดย :มติชน
วันที่ 28 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.matichon.co.th
 
               นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่ง หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี ตรงกับวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก ในฐานะที่ทำวิจัย คลุกคลีกับสัตว์ชนิดนี้ พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่ง ใน 13 ประเทศทั่วโลกที่มีประชากรเสือโคร่งในป่า และได้ขึ้นชื่อว่า มีประชากรเสือที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ.2553 เคยมีการให้สัตยบรรณระหว่างกลุ่มประเทศ ที่มีประชากรเสือทั้ง 13 ประเทศว่า จะต้องเพิ่มประชากรเสือในประเทศของตัวเองให้ได้ 2 เท่า จากประชากรเสือเดิม ที่มีอยู่ในตอนนั้นภายในปี พ.ศ.2565 แต่ในส่วนของประเทศไทยขอเพิ่มแค่ 50% ของประชากรเสือที่มีอยู่เวลานั้น คือ ตอนนั้นมีอยู่ประมาณ 200-250 ตัว คือ จะต้องทำให้ประชากรเสือเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 100-125 ตัว
               "เรื่องการล่าเสือจากกลุ่มพราน หรือนักล่านั้น ช่วง 1-2 เดือน ที่ผ่านมา มีน้อย หรือแทบจะไม่เจอ อาจจะเป็นเพราะผู้ล่ายังมีความหวั่นเกรงกับการเข้มงวด การลาดตระเวน ซึ่งหลายพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมลาดตระเวนด้วย แต่ความจริง เรื่องการลดปริมาณเสือจากการถูกล่านั้น ยังไม่น่าห่วงเท่ากับ การลดลงของปริมาณเหยื่อในป่า และการทำลายที่อยู่อาศัย หรือการลักลอบตัดไม้ เพราะ 2 อย่างหลังนั้น ทำให้ปริมาณเสือลดลงอย่างถาวร โดยพื้นที่ ที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับป่าผืนใหญ่ เรื่องปริมาณเสือลดลงเวลานี้คือ ป่ากุยบุรี เพราะในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีรายงานการพบเสือเลย"
               หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กล่าวว่า พื้นที่ที่มีปริมาณเสือโคร่งชุมที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ คือ ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบว่ามีประมาณ 70 ตัว รองลงมาคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ประมาณ 15-20 ตัว อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติทับลาน ประมาณ 5 ตัว
               นอกจากนั้นก็กระจัดกระจายอยู่ตามป่าต่างๆ และล่าสุด มีเรื่องน่ายินดีเกี่ยวกับปริมาณเสือโคร่งในประเทศไทยอยู่ 2 เรื่องใหญ่ๆคือ พบ เสือโคร่งวัยรุ่น ถึง 6 ตัว ในจำนวนนี้เป็น แม่เสือ 2 ตัว ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ตกลูกใหม่มาถึง 5 ตัวด้วยกัน เวลานี้ลูกเสือทั้ง 5 อายุประมาณ 6 เดือน โดยสืบค้นพบว่า ทั้ง 6 ตัว ล้วนเดินทางมาจากป่าห้วยขาแข้ง ออกมาสร้างอาณาจักรใหม่ ที่ป่าแม่วงก์ ซึ่งมีอาณาเขตติดกันนั่นเอง
               "ที่เราค่อนข้างแปลกใจและดีใจมากอีกเรื่องคือ เจอเสือโคร่งวัยรุ่นเช่นกัน ในพื้นที่ป่าสลักพระ แถบ จ.กาญจนบุรี เพราะไม่ปรากฏรายงานการเจอเสือโคร่งในพื้นที่นั้นนานแล้ว ที่สำคัญคือ หลังจากที่ถ่ายรูปตัวที่เจอที่ สลักพระได้ นำลวดลายมาเปรียบเทียบกับข้อมูลเสือโคร่ง ที่มีอยู่ที่ห้วยขาแข้ง โดยเปรียบเทียบจากลวดลายบนตัว ซึ่งเสือแต่ละตัวจะมีลวดลายไม่เหมือนกัน พบว่า เป็นตัวเดียวกับที่เคยอาศัยอยู่ที่ห้วยขาแข้ง แสดงว่า เสือตัวนี้ เดินทางไกลประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ ที่น่าแปลกใจคือ เส้นทางที่มันเดินจากป่าปห้วยขาแข้งไปยังป่าสลักพระนั้นต้องข้ามถนนดำ หรือถนนลาดยางด้วย"
               นักวิจัยเรื่องเสือ กล่าวว่า แสดงให้เห็นอย่างชัดว่า หากสามารถทำให้ป่าเป็นผืนเดียวติดต่อกันได้ สัตว์ป่าก็จะสามารถเดินทางไปมา เพื่อหากิน ขยายพันธุ์ และสร้างอาณาจักรใหม่ได้ สำคัญที่สุดของการอนุรักษ์เสือโคร่งคือ การรักษาที่อยู่หรือป่าเอาไว้ให้ได้
               ถามว่า สถานการณ์เช่นนี้ ประเทศไทย จะสามารถทำตามที่ให้สัตยบรรณกับอีก 12 ประเทศที่มีเสือโคร่ง ว่าจะเพิ่มประชากรเสือโคร่งอรกประมาณ 100-125 ตัวได้หรือไม่
               นายสมโภชน์ กล่าวว่า บางพื้นที่ ที่มีเสือโคร่งอยู่แล้ว และมีระบบการจัดการในพื้นที่อยู่แล้ว เช่น ห้วยขาแข้ง และพื้นที่ป่าตะวันตก ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องปริมาณ ที่จะไม่ให้ลดลงจากเดิม เพราะเสือโคร่งใช้เวลาตั้งท้องแค่ 100 วัน เลี้ยงลูกอีก 2 ปี เท่านั้น แต่หลายพื้นที่ ที่ยังมีการบุกรุกทำลายป่าอย่างกว้างขวาง ก็ยากต่อการเพิ่มปริมาณเสือโคร่งเช่นเดียวกัน ในภาพรวมเรื่องนี้ ก็ถือว่าทำไม่ง่ายนัก
 
โดย :มติชน
วันที่ 27 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.matichon.co.th
 
               วันที่ 27 กรกฏาคม . 2557 นายชาติชาย โกศยกานนท์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184/4 หมู่ที่ 10 ตำบลขนาบนาค อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำคลิปวีดีโอพร้อมด้วยภาพนิ่งมามอบให้กับสื่อมวลชน โดเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ในขณะที่มีท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเมฆหนาเป็นชั้น ๆลมพัดกระโชกรุนแรงและฝนกำลังจะตก ตนได้เดินไปหน้าบ้านซึ่งอยู่ริมถนนสายเลียบชายทะเลปากพนังหัวไทร ได้เห็นปรากฏการณ์ในทะเลเกิดเป็นลมพายุหอบเอาน้ำในทะเลเป็นเกลียวคลื่นพุ่งขึ้นไปบนอากาศ หรือที่เรียกว่า “พายุงวงช้าง” หลังจากนั้นพายุงวงช้างได้ถูกลมที่พัดกระโชกพัดพาจากจุดเดิมไปทางทิศตะวันออก โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนานถึงกว่า 10 นาที ตนจึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเอาไว้ได้
               “ตนไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อน โดยในขณะเกิดเหตุ เข้าใจว่าในทะเลมีฝนตกอย่างหนักและลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง แต่บนฝั่งมีเพียงลมพัดกรรโชกค่อนข้างรุนแรง ท้องฟ้ามืดครึ้ม แต่ฝนตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อยเท่านั้น จากการสังเกตพบว่า ลมที่พัดเอาพายุงวงช้างเคลื่อนที่ไปประมาณ 100 เมตร นั้นจะเคลื่อนที่ในลักษณะจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก อย่างไรก็ตามถือว่ายังโชคดีที่ไม่มีเรือประมงอยู่ในจุดที่เกิดพายุงวงช้าง มิฉะนั้นเรือประมงจะโดนพายุพัดจนได้รับความเสียหายและอาจจะถูกหอบขึ้นไปบนอากาศได้รับความเสียหายและมีผู้เสียชีวิตได้” นายชาติชาย กล่าว
 
Read More ...