ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNSOC5801200010018

     นายวีระ ขุนไชยรักษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง แจ้งว่า ได้สั่งให้ผู้กระทำผิด ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างสะพานไม้ และเสาคอนกรีต หรือสิ่งใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ภายในวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งขณะนี้ครบกำหนดแล้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ขอแจ้งให้ผู้บุกรุกได้ทำการทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างสะพานไม้จากเกาะเหลายาใน ยื่นลงทะเล ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 25 เมตร จากเกาะเหลายากลางสะพานไม้ยื่นลงทะเล ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 40 เมตร และส่วนตรงกลางระหว่างเกาะเหลายาใน และเกาะเหลายากลาง เสาคอนกรีตปักลงในทะเล จำนวน 56 ต้น หรือสิ่งผิดอื่นใด ออกไปให้พ้นจากอุทยานหมู่เกาะช้าง เพื่อให้กลับคืนสภาพเดิม ภายในวันที่ 2 มีนาคม 2558 หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจะดำเนินการเข้าทำลายหรือรื้อถอนเอง โดยผู้บุกรุกจะต้องจ่ายค่าเข้าดำเนินการให้กับเจ้าหน้าที่เป็นเงิน 45,000 บาท

     จึงขอแจ้งให้ผู้บุกรุกได้ทราบและรีบดำเนินการภายในระยะเวลาที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างกำหนด และหากเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแล้ว กระทำการขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้กำลังในการปฏิบัติหน้าที่และผู้กระทำการต่อสู้ขัดขวางจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอีกทางหนึ่งด้วย

 

ที่มา : http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=WNSOC5801190010076

     เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แกลง จ.ระยอง นำโดยนายบัญญัติ เศียรเขียว ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.แกลง นายสุชาติ ปะสิ่งชอบ หัวหน้ารักษาความสงบ อ.แกลง นายภิญโญ จันทะตาล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย. 2 พ.ต.ท.ธนศักดิ์ ศรีสุพรรณ รอง ผกก.ป. สภ.ปากน้ำประแสร์ นายกำพล พานทอง กำนัน ต.พังราด และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 พร้อมกำลังเข้าจับกุมนายยิ่ง แสงคำอินทร์ อายุ 49 ปี และนางแก้วใจ แสงคำอินทร์ อายุ 43 ปี สองพี่น้อง อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 6 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง พร้อมไม้พะยูงแปรรูปกว่า 100 แผ่น/เหลี่ยม กำลังเจ้าหน้าที่ต้องลงเรือไปขนไม้พะยูงแปรรูป ที่ซุกซ่อนไว้ในกระท่อมบริเวณคลองหัวสนหลายเที่ยวอย่างทุลักทุเล และขนขึ้นจากเรือนำมากองรวมกัน เพื่อตรวจสอบจำนวนและปริมาตรไม้ทั้งหมด

     จากการสอบสวนเบื้องต้นนายยิ่งให้การว่า ได้รับคำสั่งจากนายเนียน ชาวกัมพูชา ว่าจะมีไม้พะยูงมาส่งที่บริเวณคลองหัวสน บ้านปากน้ำพังราด หมู่ 1 ต.พังราด โดยขนไม้พะยูงใส่รถกระบะ 4 เที่ยวลงเรือไปซุกซ่อนไว้ในขนำบริเวณคลองหัวสน จากนั้นจะมีเรือประมงมารับ แต่เนื่องจากเรือประมงลำดังกล่าวเข้ามาไม่ถูกจึงกลับไป จึงมีการนัดหมายกันอีกครั้งก่อนจะส่งไม้พะยูงไปที่ชายแดนจ.ตราด และส่งต่อไปขายที่ประเทศจีน

     ทั้งนี้ นายภิญโญ จันทนาตาล หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย. 2 กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจวัดปริมาตรไม้ เนื่องจากไม้พะยูงถูกแปรรูปเป็นท่อนๆ หลายขนาดทั้ง 50 ซม. 100 ซม. และ 150 ซม. ยังไม่สามารถตอบได้ว่าคิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ และถ้าส่งขายต่างประเทศเป็นจำนวนเท่าไหร่ หลังบันทึกตรวจวัดปริมาณไม้พะยูงแปรรูปเสร็จ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำประแสร์ ดำเนินคดีต่อไป

 

ที่มา : http://www.naewna.com/local/140366

นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เนื่องจากมวลอากาศเย็นได้แผ่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล และทุกอำเภอในท้องที่ จ.ศรีสะเกษ ทำให้มีอากาศหนาวเย็นทั่วไป อุณหภูมิช่วงเช้าประมาณ 12-13 องศาเซลเซียส ตามพื้นราบหรือในตัวเมือง และหากเป็นบนยอดภูหรือบนผามออีแดงอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อุณหภูมิก็จะต้องต่ำกว่านี้

     ทั้งนี้ จากสภาพอากาศดังกล่าว ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. 2558 เป็นต้นมา และภัยพิบัติภัยหนาวยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ทาง จ.ศรีสะเกษ จึงได้ประกาศพื้นที่ทั้งจังหวัดจำนวน 22 อำเภอ เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) แล้ว

     สำหรับในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ 22 อำเภอ 204 ตำบล 2,479 หมู่บ้าน รวม 195,058 ครัวเรือน มีพี่น้องประชาชนที่เสี่ยงต่อการเดือดร้อน ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ก็จะมีผู้สูงอายุ ผู้ที่ยากไร้ ผู้พิการ เด็กที่ไร้ที่พึ่ง ไม่มีคนดูแลและผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ภูอย่างตามแนวชายแดน ซึ่งมีอยู่จำนวนประมาณ 100,000 คน

     โดยกลุ่มคนเหล่านี้ทางจังหวัดจะต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งหลังจากประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วก็จะสามารถใช้งบประมาณฉุกเฉินไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ที่เดือดร้อนขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาวได้ โดยขณะนี้ได้มีการอนุมัติเงิน 1 ล้านบาท ไปซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ที่ยากจน เดือดร้อนขาดแคลนและจะได้เร่งนำไปแจกจ่ายโดยเร่งด่วนแล้ว

 

ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000006827

ศรีสะเกษ - ชาวบ้านดอนกลางกว่า 1,000 คนเดือดร้อนหนักขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้นานร่วม 2 เดือน เหตุ หนองปิงแหล่งน้ำสำคัญแห้งขอดไม่สามารถผลิตน้ำประปาใช้ในหมู่บ้านได้ ต้องพากันเข็นรถบรรทุกโอ่งน้ำไปเข้าคิวรอตักน้ำจากบ่อกลางทุ่งนาที่มีอยู่เพียงแห่งเดียว แต่น้ำในบ่อแห้ง ไม่เพียงพอ ร้องผู้ว่าฯ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือด่วน

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านดอนกลาง หมู่ 7 ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัว จ.ศรีสะเกษเพียง 8 กิโลเมตร (กม.) แต่หมู่บ้านแห่งนี้ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง โดยทุกเช้าชาวบ้านทั้งคนชรา หนุ่มสาว และเด็กจำนวนมากพากันนำเอารถเข็นบรรทุกโอ่งน้ำไปเข้าคิวตักน้ำจากบ่อน้ำที่มีอยู่เพียงแห่งเดียวของหมู่บ้านอยู่ริมถนนห่างจากหมู่บ้านดอนกลางประมาณ 500 เมตร เพื่อนำน้ำไปใช้ในการอุปโภคบริโภค แต่ตักน้ำจากบ่อได้เพียงประมาณ 2-3 โอ่ง บ่อน้ำก็แห้งขอด

       ชาวบ้านที่มาต่อแถวเพื่อตักน้ำแต่น้ำแห้งขอดก่อนต่างเข็นรถบรรทุกโอ่งเปล่ากลับบ้านด้วยความผิดหวัง และต้องรออีกประมาณ 4-5 ชั่วโมงน้ำจึงจะผุดออกมาในบ่อให้สามารถตักไปใช้ได้อีก ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก อีกทั้งน้ำประปาภายในหมู่บ้านไม่ไหล เนื่องจากหนองปิง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการผลิตประปาได้แห้งขอดจนดินแตกระแหง ทำให้ไม่มีน้ำดิบใช้ในการผลิตน้ำประปา

       นายประจักษ์ บุญตระการ ผู้ใหญ่บ้านดอนกลาง หมู่ 7 ต.หนองครก กล่าวว่า น้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหลมาตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. เนื่องจากน้ำจากหนองปิงตามโครงการดินแลกน้ำ ขณะนี้แห้งขอดไม่สามารถนำน้ำไปผลิตน้ำประปาได้ ทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือนน้ำประปาที่ปล่อยมาให้ชาวบ้านขุ่นคลั่กไม่สามารถนำมาใช้ได้ ชาวบ้านที่มีอยู่ประมาณ 1,000 คนต้องไปแย่งกันตักน้ำจากบ่อน้ำที่มีอยู่เพียงบ่อเดียวในหมู่บ้าน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

       ตนได้ทำหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองครก และนายอำเภอเมืองศรีสะเกษแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอวิงวอนให้ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลือชาวบ้านโดยด่วนด้วย ทั้งนี้ หมู่บ้านแห่งนี้ห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษเพียงแค่ 8 กม.เท่านั้น

       ด้าน นายชัยณรงค์ ดาบุตร นายก อบต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาแล้ว และกำลังเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยต้องทำการขุดลอกหนองน้ำเพื่อให้น้ำที่มีอยู่ในหนองไหลมารวมกันที่บริเวณเครื่องสูบน้ำให้สามารถผลิตน้ำประปาได้ แต่เนื่องจากงบประมาณของ อบต.หนองครกค่อนข้างจำกัด จึงได้ประสานงานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไปแล้ว

 

ที่มา : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=593186

ทางการมาดากัสการ์ เตรียมที่พักช่วยเหลือพลเมืองที่เสี่ยงประสบภัยธรรมชาติรุนแรง หลังพายุเชดด้า ถล่ม ตั้งแต่สุดสัปดาห์

     สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ รายงาน ประชาชนบนเกาะมาดากัสการ์ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 คน หลังพายุพัดเข้าถล่ม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสำนักเตือนภัยพิบัติแห่งชาติมาดากัสการ์ กล่าววันนี้ว่า ประชาชนกว่า 36,000 คน กำลังไร้ที่อยู่อาศัย  เนื่องจากประสบภัยพายุเชดด้า ที่พัดถล่ม เมื่อสุดสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ทั้งหมดเสียชีวิตจากดินถล่มเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และสิ่งก่อสร้างทรุดตัวขณะที่ล่าสุดทางการรายงานว่า ประชาชนกว่า 30,000 คน ในเขตเมืองหลวงตานานาริโว เนื่องจากเกิดน้ำท่วมอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางการได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในโรงเรียน และพื้นที่สาธารณธะอื่นๆ ไว้รองรับประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว

 
Read More ...