ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000132176

   เอเอฟพี - ด้วยอิทธิพลของฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้วันนี้ (16 พ.ย.) เกิดดินถล่มใส่บ้านหลังหนึ่งบริเวณริมทะเลสาปแม็กกิโอเร ของอิตาลี ส่งผลให้ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน 2 รายเสียชีวิต และทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่เลวร้ายในดินแดนมะกะโรนีเพิ่มขึ้นเป็น 11 ราย

       คุณตาวัย 70 ปี เสียชีวิตหลังจากที่บ้านของเขาต้องถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลนที่ถล่มลงมาจากเนินด้านหลัง อันเนื่องมาจากฝนที่ตกหนักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทั่วพื้นที่ทางเหนือของอิตาลีตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

       เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้นำร่างหลานสาวเจ้าของบ้านวัย 16 ปี ขึ้นมาจากซากปรักหักพัง หลังจากที่ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมงในการขุดหาตัว แต่เธอก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนพ่อแม่และย่าของหญิงสาวรอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

       นับเป็นคราวเคราะห์สำหรับบ้าน 2 ชั้นหลังเล็กๆ ของครอบครัวนี้ ที่ต้องประสบเหตุอันน่าเศร้าอยู่หลังเดียวในเซร์โร หมู่บ้านเล็กๆ แถบรอบนอกของ ลาวีโน มอมเบลลา แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง

       เพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า เขาตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงดังคล้ายดอกไม้ไฟ จากนั้นบ้านของเขาก็เริ่มสั่นไหว

       "พนักงานดับเพลิงและเจ้าหน้าที่คุ้มกันพลเรือนมาที่นี่อย่างรวดเร็ว พวกเขาเริ่มใช้จอบขุด บางคนก็ใช้มือเปล่า ส่วนพ่อแม่เหยื่อก็ช่วยขุดด้วย มันเป็นภาพที่น่ากลัวมาก" เพื่อนบ้านผู้นี้บอกกับสถานีโทรทัศน์ในอิตาลี

       โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่เลวร้ายตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 11 ราย

       ยอดตัวเลขดังกล่าวถูกคาดว่าจะเพิ่มเป็น 12 รายในคืนวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) เนื่องจากมีรถของชายคนหนึ่งลื่นไถลตกจากถนนเพราะฝนที่ตกหนัก ใกล้กับเมืองเจนัว ขณะที่หน่วยกู้ภัยก็ยังคงพยายามค้นหารถของเขาอย่างต่อเนื่อง

       เจนัว ต้องเจอกับปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 139 มิลลิเมตรในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเมื่อวันเสาร์ แต่ฝนได้เบาลงในวันอาทิตย์ ทำให้ผู้บริหารในท้องถิ่นเริ่มเก็บกวาดและซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000132178

  เอพี/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-ตำรวจสวิตเซอร์แลนด์เผยในวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) โดยระบุเกิดเหตุดินถล่มใส่อาคารพักอาศัยแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย รวมถึง ผู้สูญหายซึ่งยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

       รายงานข่าวซึ่งอ้างมาร์โก ตุตติ โฆษกตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า เหตุดินถล่มครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าวันอาทิตย์ (16) ตามเวลาท้องถิ่นที่หมู่บ้านดาเวสโก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองลูกาโน โดยฝนที่ตกลงมาอย่างหนักคือต้นเหตุที่ทำให้ดินและโคลนบริเวณเนินเขาถล่มลงมาใส่อาคารหลังดังกล่าว

       จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยดับเพลิงยังคงปักหลักปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจุดเกิดเหตุเพื่อค้นหาผู้สูญหายซึ่งยังไม่สามารถระบุจำนวนได้แน่ชัด ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บที่มีจำนวน 4 รายได้ถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง

       ก่อนหน้านี้เมื่อ 13 สิงหาคมเพิ่งเกิดเหตุดินถล่มใกล้กับสกีรีสอร์ตชื่อดังในเมืองซังต์ โมริตซ์ เป็นเหตุให้รถไฟโดยสารขบวนหนึ่งประสบอุบัติเหตุตกราง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000132266

อุบลราชธานี - สถานการณ์ภัยแล้งและอากาศหนาวเริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังตามริมแม่น้ำมูลของจังหวัดอุบลราชธานีทยอยตายวันละนับร้อยตัว สาเหตุเกิดจากปริมาณน้ำที่ลดลงทำให้เป็นกรด มีออกซิเจนน้อย ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนทำให้ปลาเลี้ยงอ่อนแอ

       ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานีรายงานว่า ภัยแล้งและอากาศหนาวเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลานิลในกระชังตามแม่น้ำมูลในเขตบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กว่า 10 ราย ซึ่งมีปลาเลี้ยงอยู่ในความดูแลเกือบ 100,000 ตัว ทยอยตายจากสาเหตุในน้ำมีออกซิเจนลดลง โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย และปรสิต ประกอบกับสภาพอากาศหนาว ทำให้ปลานิลที่เลี้ยงในกระชังปรับตัวไม่ทันอ่อนแอตายลงทุกวัน

นายทินกร กุลพร อายุ 58 ปี เจ้าของกระชังเลี้ยงปลาในบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำมูลปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จึงต้องคอยปรับกระชังปลาให้อยู่ในน้ำลึกไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และต้องใส่เกลือกับด่างทับทิมฆ่าเชื้อและลดกรดในน้ำ เพื่อลดการตายจากโรคแบคทีเรียและปรสิตเกาะตามเหงือก ครีบ และโคนหางของปลา ทำให้ปลามีบาดแผลและหายใจไม่สะดวก 

       รวมทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนกลางคืนหนาวกลางวันร้อน ปัจจุบันทุกกระชังมีปลาตายเฉลี่ยวันละกว่า 10 ตัว หรือวันละกว่า 100 ตัว

       สำหรับระดับแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง วันนี้มีระดับน้ำสูง 3.58 เมตร และเมื่อเปรียบเทียบกับระดับน้ำในวันเดียวกันของปี 2556 มีระดับต่างกันกว่า 3 เมตร โดยช่วงนั้นมีระดับน้ำสูง 6.61 เมตร และปัจจุบันระดับน้ำยังปรับตัวลดลงวันละ 1-2 เซนติเมตรทุกวัน

 

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/281274/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.7 แมกนิจูด นอกชายฝั่งเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ เบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายและการก่อตัวของสึนามิ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่าสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ( ยูเอสจีเอส ) รายงานการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.7 แมกนิจูด เมื่อเวลา 10.33 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนิวซีแลนด์ ( 05.33 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 35 กิโลเมตร และห่างจากเมืองกิสบอร์นบนเกาะเหนือออกไปทางตะวันออกราว 200 กิโลเมตร

  หลังเกิดเหตุ สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของนิวซีแลนด์ออกแถลงการณ์ประเมินแนวโน้มการก่อตัวของสึนามิในระดับต่ำ และยังไม่พบความเสียหายอื่นใด แต่ศูนย์เตือนภัยแผ่นดินไหวของประเทศในชื่อ "จีโอเน็ต" รายงานแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้แทบทั้งเกาะเหนือและพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะใต้ด้วย

  ทั้งนี้ หนึ่งในแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิวซีแลนด์ เกิดขึ้นที่เมืองไครซ์เชิร์ช บนเกาะใต้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2554  โดยมีความรุนแรง 6.3 แมกนิจูด และคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 185 ศพ

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/463789

เกิดเหตุสารเคมีรั่วที่โรงงานของบริษัทดูปองท์ ในรัฐเท็กซัส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสาร 'เมทิล เมอร์แคปแทน' (methyl mercaptan) รั่วไหลออกจากวาล์วของแท็งก์เก็บสารเคมีแท็งก์หนึ่ง ที่โรงงานอุตสาหกรรมของบริษัทผู้ผลิตสารเคมี 'ดูปองท์' ในเมือง ลา พอร์เต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีคนงานเสียชีวิต 4 ราย

       เจ้าหน้าที่ของบริษัท ดูปองท์เปิดเผยว่า การรั่วไหลของสาร เมทิล เมอร์แคปแทน เริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 4:00น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ก่อนจะสามารถควบคุมการรั่วไหลได้ในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา แต่ระหว่างเกิดเหตุมีคนงานสัมผัสกับสารเคมีอย่างน้อย 5 คน ซึ่ง 4 คนเสียชีวิตที่โรงงาน ส่วนอีกรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีอาการสาหัสและแพทย์กำลังติดตามอาการอย่างใกล้

     ทั้งนี้ โรงงานที่เกิดเหตุใช้สารเมทิล เมอร์แคปแทน ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการปกป้องพืชผลผลิต เช่น ยาฆ่าแมลง และยาฆ่าเชื้อรา

     ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของบริษัทดูปองท์กำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น, รัฐ และระดับประเทศ สืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้สารเคมีรั่วไหล ส่วนนาย เจฟ ซักส์ ผู้ประสารงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของเมืองลา พอร์เต ออกมายืนยันว่า การรั่วไหลของสารเคมีครั้งนี้ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่อาศัยใกล้กับโรงงาน แต่ส่งกลิ่นคล้ายไข่เน่าไปไกลราว 40 ไมล์

 
Read More ...