porno, porno, porno izle, porno izle, porno izle

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/bangkok/377245

กทม. ติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ขอความร่วมมือประหยัดน้ำ กำชับเขตป้องกันเหตุไฟไหม้หญ้า

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง และกรุงเทพใต้ โดยมีหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้แก่ สำนักการระบายน้ำ สำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมด้วยผู้แทนจากกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ประกอบด้วย เขตดินแดง ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท พระนคร ราชเทวี วังทองหลาง สัมพันธวงศ์ และเขตห้วยขวาง และกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ได้แก่ เขตคลองเตย บางคอแหลม บางนา บางรัก ปทุมวัน พระโขนง   ยานนาวา วัฒนา สาทร และเขตสวนหลวง

ทั้งนี้นายจักกพันธุ์ ได้กำชับในที่ประชุมให้ผู้บริหารเขตกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง และกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามญหาภัยแล้งอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เขต โดยเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง และคาดการณ์ปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ 6 ด้านประกอบด้วย ปัญหาจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเค็ม ไฟไหม้หญ้าหรือกองขยะในที่รกร้างว่างเปล่า น้ำเพื่อการเกษตร สาธารณสุข และถนนทรุดตัว แม้กลุ่มเขตกรุงเทพกลางและกรุงเทพใต้ จะเป็นพื้นที่เขตชั้นใน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเค็ม และถนนทรุดตัว แต่จะต้องเตรียมแผนป้องกันและรับมือทุกด้านหากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรง รวมถึงแผนการสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการสนับสนุน พร้อมทั้งลงพื้นที่รณรงค์ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในร่วมกันประหยัดน้ำ และดูแลสุขอนามัยในช่วงฤดูแล้งนี้ไปพร้อมกัน

นอกจากนี้จะต้องใส่ใจในเรื่องปัญหาไฟไหม้หญ้าและการลักลอบเผาขยะในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างยิ่ง โดยกำชับให้สำนักงานเขตเข้าไปจัดเก็บขยะในพื้นที่ว่างที่ประชาชนลักลอบเอาขยะไปทิ้งให้เรียบร้อย พร้อมทั้งดำเนินการกับผู้ลักลอบทิ้งขยะในที่สาธารณะตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 รวมถึงให้ประสานเจ้าของที่ดินรกร้างเพื่อเข้าไปจัดทำแนวกันไฟไหม้หญ้าเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงด้วย นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนในช่วงฤดูร้อนจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจร อีกทั้งรณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ไม่ชำรุด ตลอดจนประสานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสถานีดับเพลิงในพื้นที่ ร่วมกันลงพื้นที่ให้ความรู้และแนะนำประชาชนในการดูแลความปลอดภัยจากอัคคีภัยภายในอาคารบ้านเรือนช่วงฤดูร้อนด้วย

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9590000012057

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 02.24 น. เกิดแผ่นดินไหวบนบกที่ ประเทศพม่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 3.1 ตามมาตราริกเตอร์ ความลึก 5 กิโลเมตร ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9590000012035

วันนี้(3 ก.พ.) กรมทรัพยากรธรณี โดยสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2(ขอนแก่น)และจังหวัดอุบลราชธานี จัดแถลงข่าวการลงพื้นที่ตรวจสอบหาแนวทางป้องกันแก้ไขจากเหตุหินถล่มผาแต้ม ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ร่วมกับสื่อมวลชน และนักวิชาการ โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายทศพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เนื่องจากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดหน้าผาหินถล่ม บริเวณผากระทังบ้านท่าล้ง หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม ซึ่งอยู่ห่างจาก จุดที่มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประมาณ 6 กิโลเมตร ไม่ได้มีผลกระทบต่อภาพเขียนสีบนผาแต้มแต่อย่างใด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางมาชมความสวยงามภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ได้ตามปกติ สำหรับสาเหตุเบื้องต้นหน้าผาหินถล่ม บริเวณผากระทัง พบว่าเป็นการแตกของชั้นหิน ซึ่งในวันนี้กรมทรัพยากรธรณีได้นำอุปกรณ์มาใช้ตรวจสอบความแข็งแกร่งของชั้นหิน เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน และเตรียมหาแนวทางป้องกันแก้ไขต่อไป

 

ที่มา : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=675990

เกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง ที่ประเทศไต้หวัน ขนาด 5.8 ริกเตอร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากว่า สำนักธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง 5.8 ริกเตอร์ ที่ประเทศ ไต้หวัน เมื่อเวลา 22.19น. ของคืนวันอังคารที่ 2 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงเวลาในไทย ประมาณ 21.19น. แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกราว 190 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิตบาดเจ็บ ไม่มีประกาศเตือนภัยให้ระวังอันตรายจากคลื่นยักษ์สึนามิ

ด้านสำนักข่าวซินหัวของ จีนรายงานว่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.2 ริกเตอร์ ทั้งนี้ เมื่อปีที่ 2558 ที่ผ่านมา แผ่นดินไหวท่ไต้หวัน มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 1 คน จากแผ่นดินไหวรุนแรงนอกชายฝั่งไต้หวันทำให้อาคารสั่นไหวในกรุงไทเปและเกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กไปถึงชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น

 

 

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/7717

เครือข่ายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชี้ร่าง รธน.ฉบับล่าสุดกลับสู่ยุครัฐเป็นใหญ่ พบหลายมาตราลิดรอนสิทธิมนุษยชนและชุมชนเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งปฏิเสธ EHIA ออกกฎห้ามฟ้องหน่วยงานของรัฐ ขณะที่การฟ้องบังคับเรียกค่าเสียหายจากโครงการของรัฐยังคลุมเครือ

วันนี้ (2 ก.พ. 2559) ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นายสัญชัย สูติพันธ์วิหาร อาจารย์คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการ สช. และเครือข่ายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจำนวน 40 คน แถลงเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในประเด็น สิทธิชุมชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

โดยทางเครือข่ายฯ ขอให้ทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทบทวนบทบัญญัติ เนื่องจากพบว่าในหลายมาตราลดทอนสิทธิมนุษยชนและชุมชน ซึ่งอาจทำให้การป้องปรามเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมีชุมชนเป็นข้อต่อระหว่างบุคคลกับประเทศในการช่วยตรวจสอบดูแล ไม่เป็นผลตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 กับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดปี 2559 ในประเด็นสิทธิ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ของนายสัญชัย พบว่ามีหลายมาตราที่ทางเครือข่ายฯ เป็นกังวล เช่น หมวด 1 บททั่วไป ในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครองนั้น ในร่างรัฐธรรมนูญกลับตัดออกทั้งมาตรา

ขณะที่ มาตรา 26 ว่าด้วยการใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กลับตัดออกทั้งมาตราเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังตัดคำว่า “สิทธิชุมชน ชมชุนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม” ออกจากการมีส่วนร่วมจัดการ บำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล

รวมถึงตัดคำว่า “สิทธิบุคคล” ในด้านมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกทั้งหมด โดยบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐแทน และจำกัดสิทธิไว้เพียงแค่การร่วมดำเนินการและได้รับผลประโยชน์เท่านั้น

ส่วนมาตราที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด ได้ตัดการประเมินผลผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ออก และบัญญัติโดยไม่คำนึงถึงหลักการป้องกันไว้ก่อน

อีกทั้ง ยังตัดสิทธิการฟ้องร้องโดยสิทธิของชุมชน ที่จะฟ้องหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เช่นเดียวกับการบัญญัติในมาตรา 60 ที่รัฐสามารถดำเนินการตรากฎหมาย กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการฟ้องร้องรัฐ ฯลฯ

“เป็นที่มาของคำถามว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพ จะได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริงในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหรือไม่ และหลักประกันในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิและเสรีภาพต่อเรื่องทั้งสองคืออะไร ยังมีเรื่องสิทธิชุมชนที่ถูกตัดออกไปอีก ทั้ง ๆ ที่ สิทธิชุมชนเปรียบได้กับยามเฝ้าบ้านที่ช่วยป้องกันคอร์รัปชั่น เพราะประเด็นในข้างต้นมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังอีกหลายส่วน จึงอยากให้ กรธ.ระบุให้ชัดเจน เพื่อจะไม่เกิดปัญหาภายหลัง” นายสัญชัย ระบุ

ด้าน นายไพโรจน์ พลเพชร อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า รูปแบบการบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด เหมือนย้อนยุคไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ที่คำนึงถึงรัฐก่อน ส่วนประชาชนรวมถึงสิทธิประชาชนมาทีหลัง

“น่าเสียดายที่ความพยายามในการขับเคลื่อน เพื่อกระจายอำนาจสู่ประชาชนและท้องถิ่นนานกว่า 20 ปี จะยุติลง เพราะเห็นได้ชัดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติขึ้นเพื่อเพิ่มอำนาจรัฐ และริบสิทธิประชาชนคืน เป็นการเขียนเพื่อแช่แข็งอำนาจให้อยู่ในมือรัฐ ซึ่งการที่รัฐมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจทุกอย่าง ไม่สามารถบอกได้ว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้จริงหรือไม่ แต่ตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องประชาธิปไตยแน่นอน ในเรื่องนี้ คนเมืองอาจไม่ได้รับผลกระทบเพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง แต่ในส่วนของท้องถิ่นในพื้นที่ขัดแย้ง ประชาชนได้รับผลกระทบแน่นอน” นายไพโรจน์ กล่าว

นายศรีสุวรรณ ควรขจร คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) แสดงทัศนะว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย เป็นการบัญญัติให้รัฐเป็นใหญ่ และเอาภาคธุรกิจมาเป็นประชารัฐ ซึ่งถ้าเป็นรูปแบบนี้ ตนคิดว่ารัฐธรรมนูญจะไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ และจะนำไปสู่ความรุนแรง วุ่นวาย จนถึงกลายเป็นความล้มเหลว

ขณะที่ นายอัมรินทร์ สายจันทร์ นักกฎหมาย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า มีข้อกังวลในเรื่องการย้ายหมวดสิทธิเสรีภาพของบุคคลและชุมชนไปเป็นหน้าที่ของรัฐ ขณะที่ผลผูกพันจากการรับรองสิทธิดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ ต่อองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐสภา ครม. ศาล ฯลฯ ก็ถูกตัดออกไป ซึ่งหากเกิดกรณีไม่เป็นธรรมต่อประชาชนหรือชุมชนจากโครงการของรัฐ จึงไม่มั่นใจว่าจะสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ เพราะจากการบัญญัติในลักษณะนี้ ไม่มีสภาพบังคับหรือกำหนดให้รัฐต้องทำ แม้จะอ้างว่าให้มาฟ้องร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ความจริงทำได้ยากหรืออาจไม่ได้เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางเครือข่ายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จะนำข้อสรุปที่ได้จากการหารือในวันนี้ นำเสนอต่อทางสมาชิกเครือข่าย เพื่อวางแผนดำเนินการนำข้อท้วงติงเสนอต่อ กรธ. ไป เพื่อให้ กรธ. มีองค์ประกอบจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ดี ทำให้ประชาชนของประเทศมีสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ดี
 

 
Read More ...