porno, porno, porno izle, porno izle, porno izle

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9580000082449

alt
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิพากษ์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เดินหน้าเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โดยเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน และกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ที่ยังเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง
      
       การเปิดประมูลถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 5 สิงหาคม จากกำหนดการเดิมคือ วันที่ 22 กรกฎาคม โดยอ้างว่าเพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 870 เมกะวัตต์ มีเวลาในการจัดเตรียมเอกสารเพิ่มมากขึ้น
      
       “หลักฐานเชิงประจักษ์ระบุชัดเจนว่า ในกระบวนการจัดทำรายงานอีเอชไอเอ เสียงของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วยต่อโครงการถูกปิดกั้น เมินเฉย และถูกกีดกัน” จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
      
       “การเปิดประมูลของ กฟฝ.ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงต่อหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ กฟผ. ในฐานะเป็นหน่วยงานด้านไฟฟ้าระดับชาติ [1] ประชาชนฝ่ายคัดค้านโครงการถูกกลั่นแกล้ง ข่มขู่ และคุกคามในกระบวนการ และเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
      
       นอกจากนี้ รายงานอีเอชไอเอของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ยังไม่ได้วิเคราะห์ถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจ และมิใช่เศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ วิถีชีวิตของชุมชน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่ต้องพึ่งพาอาศัยระบบนิเวศที่มีลักษณะพิเศษนี้ และชัดเจนว่าการที่ กฟผ. ละเลยประเด็นเหล่านี้ก็เพื่อให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่อนุมัติได้เร็วขึ้น”
      
       ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา กฟผ.ได้พยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าฟ้าถ่านหิน และท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ เสียงคัดค้านของชุมชนถูกกีดกันในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในขณะที่รายงานอีเอชไอเอ/อีไอเอ ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
      
       “กฟผ.ไม่มีความจริงใจ กฟผ.จะผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยได้อย่างไร ในขณะที่กำลังเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังตกยุค สกปรก และทำลายความสมดุลของสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางพลังงาน และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนมิใช่การนำเข้าถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้”
      
       “กระบี่ และประเทศไทยต้องการการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน การศึกษา [2] ระบุว่าเราสามารถผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบต่างๆ ได้เต็มร้อย ภายใน 3 ปีข้างหน้าที่จังหวัดกระบี่ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน” จริยา กล่าวเพิ่มเติม
      
       กรีนพีซสนับสนุนข้อเรียกร้องของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินที่มีต่อรัฐบาล
       ยุติกระบวนการพิจารณาอนุมัติรายงาน EHIA/EIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และท่าเรือถ่านหินที่กระบี่ หยุดการเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอของเครือข่ายประเด็นศักยภาพพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อยที่จังหวัดกระบี่ที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
      
       *หมายเหตุ
       [1] การกำกับดูแลกิจการที่ดีของ กฟผ.รวมถึงความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม อ่านได้ที่นี่ http://www.egat.co.th/en/index.php?option=com_content&view=article&layout=edit&id=130
      
       [2] รายงานกระบี่บนทางแพร่ง : ถ่านหินสกปรก หรือระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด :
       http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/Krabi-at-the-Crossroads/
 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/513039

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 20 ก.ค. นายอนิรุทธ์ ลือแทน แกนนำชาวบ้าน ต.รมณีย์ และนายวิชัยรัตน์ พลพิพัฒน์ แกนนำชาวบ้าน ต.เหล อ.กะปง จ.พังงา พร้อมชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ต่อนายธรรมเนียม บำรุง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดพังงา ชาวบ้านอ้างว่าหลังจากบริษัทพีวันไบโอพาวเวอร์ จำกัด ได้มาชี้แจงเรื่องโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ต.รมณีย์ ซึ่งเป็นโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 9.9 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม ชาวบ้านเห็นว่าไม่ควรมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ต.รมณีย์ เนื่องจากที่ตั้งโครงการไม่เหมาะสม อยู่ใกล้แหล่งชุมชน โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัดที่สำคัญคือบ่อน้ำพุร้อนแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ มีเทวสถานพระนารายณ์จึงเข้ายื่นหนังสือคัดค้านดังกล่าว

นายวิชัยรัตน์ พลพิพัฒน์ แกนนำชาวบ้าน ต.เหล อ.กะปง จ.พังงา เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าทางโรงงานไฟฟ้าชีวมวล มีเป้าหมายมาสร้างในพื้นที่ ต.รมณีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ ต.เหล ชาวบ้านกังวลว่าจะได้รับผลกระทบเนื่องจากมีพื้นที่อยู่ติดกัน ชาวชุมชนใกล้เคียงจึงออกมาต่อต้าน ประกอบกับทางผู้ประกอบการชี้แจงเรื่องนี้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจนเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย

ส่วนกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลใน จ.กระบี่ ที่ใช้ปาล์มเป็นเชื้อเพลิงซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกระทรวงพลังงาน สั่งให้หยุดดำเนินการนั้น รศ.ดร.พล สาเกทอง อดีต อ.ภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างการใช้เชื้อเพลิงจากปาล์มกับยางพารานั้นพบว่าการใช้เชื้อเพลิงของต้นยางพาราจะมีประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ปาล์มเป็นวัตถุดิบ เพราะไม่มีกากที่เหลือใช้จากการเผาผลาญ โรงงานไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้วัตถุดิบจากต้นปาล์ม ได้ถูกสั่งให้หยุดดำเนินการเนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบกับชุมชน.

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/513142

กรมชลฯ จ.เชียงใหม่ ยัน 2 เขื่อนดิน ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมา ขอ ปชช. อย่าตระหนก ด้าน จ.สุโขทัย มีฝนตกติดต่อกัน 2 วันแล้ว แต่ชาวนายังไม่กล้าทำนา เพราะกลัวฝนทิ้งช่วง แล้วนาข้าวจะขาดทุนอีก...

วันที่ 21 ก.ค. 2558 นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึง กรณีเช้าวันนี้มีแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ความลึกจากพื้นดิน 10 กม. วัดความสั่นสะเทือนได้ 5.2 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจาก อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 182 กม. ตามที่เป็นข่าวนั้น

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ มีเขื่อนดินขนาดใหญ่ 2 เขื่อน คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ขอยืนยันว่าทางเขื่อนใหญ่ ทั้งสองแห่งไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด นายเจนศักดิ์ กล่าวว่า หากเปรียบว่า ได้รับผลกระทบขนาดไหน ตอบได้เลยว่า ได้รับผลกระทบแค่ 0.2 เปอร์เซ็นเท่านั้น ถือว่าการเกิดแผ่นดินไหวในวันนี้ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เราได้รับผลน้อยมากและสามารถรองรับการเกิดแผ่นดินไหวได้มากกว่า 7 ริกเตอร์ และทางเขื่อนทั้งสองแห่ง มีอุปกรณ์ตรวจสอบการสั่นสะเทือน ของสันเขื่อนทั้งสองแห่งอยู่ตลอดเวลา จึงขอแจ้งให้ประชาชนชาวเชียงใหม่อย่าได้ตื่นตระหนก
ขณะที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีฝนตกติดต่อกัน มาประมาน 2 วันแล้ว จึงทำให้หลายพื้นที่ชุ่มฉ่ำตามท้องไร่ท้องนาเริ่มมีน้ำขัง ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ นำรถไถออกมาไถดิน เพื่อเตรียมดินในการเพาะปลูกข้าวบ้างแล้ว แต่บางรายยังไม่กล้าที่จะทำนา เนื่องจากเกรงว่าฝนที่ตกลงมานั้นจะทิ้งช่วง ทำให้นาที่ลงทุนไปเสียหายขาดทุนอีก

ด้าน นายสมชาย เหลือหลาย อายุ 39 ปี ชาวนา หมู่ 1 ต.วังไม้ขอน อ.สวรรคโลก เล่าว่า ปกติแล้ว ตนได้ทำนาไว้ จำนวน 19 ไร่ แต่ที่ผ่านมาประสบกับภัยแล้ง จึงหันมาปลูกถั่วเขียวแทนเนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แต่ก็ยังเจอกับภัยแล้งเล่นงาน จนถั่วที่ปลูกไว้แห้งตายอีก และเมื่อ 2 วันก่อน ที่ อ.สวรรคโลก มีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ตนจึงได้ไปว่าจ้างรถไถเพื่อไถดินในราคาไร่ละ 250 บาท แต่ตนเอง ยังไม่กล้าที่จะทำนา เนื่องจากเกรงว่า ถ้าฝนทิ้งช่วงและน้ำตามคลองลอยที่เชื่อมมาจากแม่น้ำยมที่มีน้อยและบางจุดแห้งสนิท ไม่เพียงพอในการทำนา จึงได้ไปซื้อเมล็ดนางลักเพื่อมาปลูกแทนทำนาในราคาถังละ 2,000 บาท เนื่องจากใช้น้ำน้อย หลังจากที่หว่านไปแล้ว ถ้ามีฝนตกมาอีก 2-3 ครั้ง ต้นนางลักก็จะโตและใช้เวลาปลูกเพียง 60 วัน.

 
ที่มา : http://www.naewna.com/local/169726

21 ก.ค. 58 นายธำรง หมื่นพันธ์ แกนนำชาวบ้าน ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือการคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ถึงนายธรรมเนียม บำรุง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม บริเวณศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล สำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 9.9 เมกกะวัตต์ ในบริเวณพื้นที่ ม. 5 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา
 
โดยนายธำรงค์ หมื่นพันธ์ แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า หากมีการตั้งโรงงานไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้นในพื้นที่จะส่งผลกระทบเหมือนที่ผ่านมา เช่น การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดเชียงราย ที่มีคำวินิจฉัยว่า ในการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องมีการแย่งชิงแหล่งน้ำกับประชาชนในพื้นที่หากเกิดภัยแล้ง และในการดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าจะเกิดปัญหาฝุ่นละออง ในพื้นที่ 5 กิโลเมตร รอบโรงไฟฟ้า ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ
 
ขณะที่ รศ.ดร.สมรัฐ เกิดสุวรรณ ผอ.ศูนย์วิจัยการเผากากของเสีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า เรื่องที่ชาวบ้านกังวล เบื้องต้นพบว่าสถานที่ก่อสร้างมีความเหมาะสมในระดับหนึ่ง เนื่องจากอยู่ห่างไกลชุมชนพอสมควร ส่วนของเครื่องผลิตไฟฟ้ามีการควบคุมทั้ง เสียง ฝุ่นละออง กลิ่น มลพิษต่างๆ จึงมีความเห็นว่าเครื่องผลิตไฟฟ้าที่จะมีการก่อสร้างในพื้นที่สามารถตอบโจทย์แก่ชาวบ้านได้ในระดับหนึ่ง
 

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/657387

เมื่อเวลา 08.20 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงานก.พ. ถนนพิษณุโลก มีกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันประมาณ 100 คน นำโดยนายอัครเดช ฉากจินดา ได้นำเครือข่ายฯยื่นหนังสือให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและโครงการท่าเทียบเรือถ่านหินบ้านคลองรั้วที่จังหวัดกระบี่ ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง

โดยข้อเสนอของเครือข่ายปกป้องอันดามันย้ำใน 3 ประเด็นที่ได้ยื่นต่อนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา คือ 1.ให้ยกเลิกรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ 2 โครงการ 2.หยุดการประมูลทั้ง 2 โครงการโดยไม่มีกำหนด และ3.ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอของเครือข่ายฯ โดย พล.อ.สกล กล่าวภายหลังรับหนังสือว่าจะนำหนังสือดังกล่าวนำเรียนนายกรัฐมนตรีให้ทราบต่อไป

 
Read More ...