maltepe escort kartal escort istanbul escort escort sisme manken
ข่าวสิ่งแวดล้อม

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000082141
alt

พะเยา - ผู้ว่าฯ พะเยา พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดเร่งช่วยเหลือเหยื่ออุทกภัยในพื้นที่ มอบถุงยังชีพ และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต พร้อมเตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยฯ แล้ว
      
       วันนี้ (17 ส.ค.) ที่บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลงิม นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นางปัทมา เอี่ยมสุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพะเยา, รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด, กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดฯ ออกเยี่ยมและถวายถุงยังชีพแด่พระสงฆ์ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ ต.นาปรัง อ.ปง จำนวน 100 ชุด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และได้ออกเยี่ยมให้กำลังใจการตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่วัดหนองบัวด้วย
      
       จากนั้นนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมคณะเหล่ากาชาดจังหวัด ได้นำพวงหรีดไปวางหน้าหีบศพ นายนพรัตน์ คันทะเรศร์ อายุ 39 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัย โดยศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดนาปรัง ต.นาปรัง อ.ปง จ.พะเยา พร้อมทั้งได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะพิจารณาช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป
      
       ขณะที่สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.ปง อ.เชียงคำ และอำเภอต่างๆ นั้น ล่าสุดเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่พื้นที่ประสบภัย และความเสียหายยังไม่นิ่ง เบื้องต้นมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ คือ อ.ปง เชียงคำ ภูซาง และเชียงม่วน รวม 18 ตำบล 120 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 3,000 ครัวเรือน ขณะที่การให้ความช่วยเหลือนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งฟื้นฟู และให้การเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
      
       ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมเสนอผู้ว่าฯ ลงนามในคำสั่งประกาศให้พื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อนำงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในอำนาจผู้ว่าฯ มาเร่งให้ความช่วยเหลือราษฎรต่อไป

 
ที่มา : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=721929

alt
วันนี้ จับตาแพร่ อ่วมน้ำท่วมหนักสุด น่าน เริ่มคลาย ขณะลุ่มน้ำยม สุโขทัย - พิษณุโลก - พิจิตร เตรียมรับสถานการณ์ต่อ ขณะ อุตุ ฯ เผย ภาคเหนือมีฝนลดลงแม่ฮ่องสอน-ตากหนักกทม.70%

นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคเหนือตอนบน กรมชลประทาน ดูแล 8 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. สถานการณ์ในภาพรวมของน้ำหลาก ที่ จ.น่าน วันนี้คลี่คลายลงแล้ว เพราะระดับน้ำไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่เป็นในลักษณะน้ำท่วมขัง ที่ต้องใช้เวลา 2 - 3 วัน ถึงจะกลับมาสู่สภาวะปกติ ส่วนน้ำไหลจาก จ.น่าน จะไปลงเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 250 - 300 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยวันนี้ (17 ส.ค.) จังหวัดที่ต้องระวังพิเศษคือ แพร่ ที่น้ำจาก อ.ปง จ.พะเยา หลากเข้าพื้นที่ตั้งแต่ 23.00 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม แล้ว ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำแล้ว ทั้งนี้ด้วยทางภาคเหนือจะมีฝนตกหนักในช่วงนี้คือ วันที่ 11 - 12 สิงหาคมของทุกปี จากนั้นจะเริ่มท่วม ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แล้วต่อที่ลุ่มน้ำยม (แพร่-สุโขทัย-พิษณุโลก-พิจิตร) ลุ่มน้ำน่าน (น่าน-อุตรดิตถ์) ลุ่มน้ำวัง (ตาก-ลำปาง) และลุ่มน้ำปิง (เชียงใหม่-ลำพูน-ตาก-กำแพงเพชร) ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความกดอากาศที่อาจทำให้เกิดฝนหนักเพิ่มขึ้นด้วย

 
ที่มา : http://www.tnamcot.com/content/537456

alt
จ.เพชรบุรี มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง พัดหลังคาบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายกว่า 20 หลังคาเรือน ส่วนที่ อ.เวียงสา จ.น่าน น้ำท่วมบ้านกว่า 3,000 หลัง ด้าน ปภ.ประสานทุกหน่วยงานรับมือฝนตกหนัก และช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน จ.แม่ฮ่องสอน น่าน และพะเยา

เมื่อ 18.00 น. วานนี้ (16 ส.ค.) เกิดพายุฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ในพื้นที่หมู่ 5 ต.สำมะโรง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ทำให้หลังคาบ้านเรือนประชาชน และทรัพย์สินพังเสียหายกว่า 20 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่บ้านของนางกัญญาณี เงินใย อายุ 47 ปี หลังคาบ้านและฝ้าเพดานพังถล่มลงมาทับข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะที่เข้าไปดูลูกชาย โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บทั้งแม่และลูก

นอกจากนี้แรงลมยังทำให้ศาลพระภูมิเจ้าที่ของชาวบ้านหักโค่นล้มระเนระนาด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาสำรวจความเสียหาย เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ พร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย

ที่ จ.น่าน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเวียงสา อ.เวียงสา ระดมกำลังตักทรายใส่กระสอบเพื่อนำไปกั้นน้ำบริเวณแนวแม่น้ำน่าน รับมือกับมวลน้ำที่จะไหลมาจากทางอำเภอเมือง ที่แม้ว่าเทศบาลตำบลเวียงสาจะนำดินมาถมสูงถึง 2 เมตร เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้ามาในเขตเทศบาล ซึ่งเป็นตลาดและร้านค้าต่างๆ แล้ว แต่ก็มีทีท่าว่าจะกั้นไว้ไม่อยู่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดน้ำได้ไหลเข้าท่วม 7 ตำบลของอำเภอเวียงสา ได้แก่ ตำบลตาลชุม, กลางเวียง, น้ำมวบ, ส้านนาหนองใหม่, ไหล่น่าน และส้าน กว่า 3,000 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร-1 เมตร และบางพื้นที่ โดยเฉพาะหมู่บ้านติดริมน้ำ ระดับน้ำสูงถึง 1 เมตรครึ่ง ชาวบ้านต้องเก็บของขึ้นชั้นสอง และใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางเข้าออก

ส่วนพื้นที่ อ.ท่าวังผา ระดับน้ำลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ และเขต อ.เมือง น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยระดับน้ำในแม่น้ำน่านลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงชุมชนริมน้ำที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ทหารได้นำรถบรรทุกมาบริการช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางออกมาซื้ออาหารและน้ำดื่ม

ขณะที่ จ.น่าน โดยนายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ นายกเหล่ากาชาดน่าน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และภาคเอกชนนำน้ำดื่ม อาหาร เทียน และยาป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วมแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนประชาชนที่ไม่ถูกน้ำท่วมก็ได้นำน้ำดื่มและอาหารมาบริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดอุทกภัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน น่าน และพะเยา โดย 2 จังหวัด ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) คือ แม่ฮ่องสอน และน่าน
 
ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000081605

alt

ตาก - ฝนตกต่อเนื่องไม่ขาดเม็ด 3 วันติด ทำน้ำเมย เพิ่มพรวดจนปริ่มตลิ่ง ท่วมเกาะกลางน้ำแล้ว จนชาวพม่าต้องขนข้าวของหนีขึ้นฝั่งโกลาหล ขณะที่เถ้าแก่ท่าข้ามฯ ระดมคนงานย้ายสินค้ากันวุ่น พบกระแสน้ำพัดขยะกองโตริมฝั่งพม่า ลอยลงกลางน้ำอื้อ
      
       ในวันที่ (16 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแบบไม่ขาดเม็ดต่อเนื่อง 3 วันติด ตลอดแนวชายแดนฝั่งตะวันตกของจังหวัดตาก ทำให้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (08.00 น.) แม่น้ำเมย ที่มีสีแดงขุ่นและไหลอย่างเชี่ยวกราก เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนปริ่มตลิ่งริมแม่น้ำเมยของทั้งสองประเทศไทย-พม่า
      
       นอกจากนี้ ระดับน้ำเมยที่เพิ่มขึ้นยังเริ่มทะลักท่วมเกาะกลางแม่น้ำเมย ติดกับสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ทำให้ชาวพม่าที่ยึดพื้นที่บนเกาะกลางน้ำเป็นที่พักอาศัยต้องรีบขนของอพยพออกจากเพิงพักเพื่อความปลอดภัย และกระแสน้ำเมยที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ยังพัดพาเอาขยะกองโตที่มีการนำมาทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำเมยฝั่งพม่าลอยลงสู่กลางลำน้ำเป็นจำนวนมากด้วย
      
       ขณะที่บริเวณท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่หมู่ที่ 6 บ้านห้วยม่วง ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ก็ได้รับผลกระทบจากระดับแม่น้ำเมยที่เพิ่มสูงปริ่มตลิ่งแบบฉับพลัน ผู้ประกอบการที่สร้างโกดังเก็บสินค้าติดแนวตลิ่งริมแม่น้ำเมย ต้องรีบระดมคนงานมาขนย้ายสินค้าออกจากโกดังไปเก็บรักษาไว้บนโกดังสำรองบนที่สูง ส่วนเรือขนส่งสินค้าทุกชนิดรวมถึงเรือขนส่งผู้โดยสารข้ามไปมาระหว่างประเทศซึ่งเป็นเรือหางยาวต่างได้รับผลกระทบเนื่องจากมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากรุนแรงบังคับเรือยากจนทำให้คนขับเรือหลายลำหวั่นจะไม่ปลอดภัยต้องจอดเรือเทียบท่าอยู่ริมตลิ่งกันเป็นส่วนใหญ่
      
       ด้านนายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเมยเพิ่มความระมัดระวัง เพราะแม่น้ำน้ำเมยอาจจะมีระดับน้ำสูงเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากในพื้นที่ต้นน้ำยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ทางอำเภอแม่สอดได้มีการเตรียมการทั้งเรือยนต์และเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนเร็วไว้พร้อมช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง
      
       ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตากเตรียมเดินทางไปดูสถานการณ์น้ำเมยในช่วงบ่าย (16 ส.ค.) และล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมาได้มีการอพยพคนงานก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ออกจากไซต์งานอย่างเร่งด่วนแล้ว
 
ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1471354202

"ธนารักษ์" ตัดสินใจยกเลิกโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐเชียงใหม่ เหตุประชาชนยังต่อต้าน ห่วงปัญหาจราจร-คงพื้นที่สีเขียว รอเคลียร์ "อารียา" ผู้ชนะประกวดราคาก่อสร้าง ห่วงโดนฟ้องเหตุผิดสัญญา ยันอีก 4 แปลงที่เหลือยังเดินหน้าตามแผน

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมขอยกเลิกการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐธนารักษ์ในพื้นที่ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังจากยังมีเสียงคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ เพราะกลัวปัญหาจราจรและอ้างว่าเป็นพื้นที่สีเขียว โดยที่ดินดังกล่าวเป็นที่รกร้าง กรมสำรวจแล้วพบว่าเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน ห้ามก่อสร้างในเชิงพาณิชย์ แต่โครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ไม่ได้ถือเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ เพราะเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ มีที่อยู่อาศัย

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนกว่า 9 ไร่ เตรียมสร้างคอนโดมิเนียมจำนวน 600-700 ยูนิต จำกัดให้เฉพาะข้าราชการซื้ออยู่ แต่เมื่อประชาชนไม่เห็นด้วยคงต้องยกเลิกโครงการไป และแจ้งไปยังบริษัท อารียา แมนเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดแล้ว หลังจากนี้ก็คงจะต้องมีการเจรจาในรายละเอียดต่อไป เชื่อว่าบริษัทคงจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการ เพราะยังไม่ได้มีข้อผูกมัดกัน และโครงการนี้เป็นโครงการเพื่อสังคม เชื่อว่าบริษัทเอกชนจะเข้าใจ

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า สำหรับพื้นที่โครงการธนารักษ์ประชารัฐอีก 4 แปลงที่เหลือคือ กทม. 2 แปลง และชะอำ 2 แปลงนั้นยังดำเนินการตามแผนคือลงนามสัญญากับเอกชนที่ชนะการประกวดในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ และเปิดให้ประชาชนมาจองตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยการก่อสร้างมีเวลาดำเนินการ 2 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2561

"ใน พื้นที่แถวช้างคลาน จ.เชียงใหม่นั้นคงต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชน และหารือร่วมกันว่าจะใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไรบ้าง จะนำมาสร้างเป็นโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐได้อีกหรือไม่ ถ้าประชาชนยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วย กรมได้เตรียมพื้นที่อื่นๆ ไว้ด้วย" นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า กรมธนารักษ์เตรียมพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม สำหรับโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐในเฟส 2 ซึ่งเตรียมจะประกาศให้ทราบในเร็วๆ นี้ โดยก่อนจะเริ่มโครงการจะมีการประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ มีการทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน ซึ่งกรมยินดีจะรับฟังความคิดเห็น สำหรับโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐที่จัดทำมี 2 รูปแบบคือ 1.โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่บนที่ดินราชพัสดุ มีทั้งโครงการเช่าระยะสั้นและโครงการเช่าระยะยาว และ 2.การให้กู้เพื่อซ่อมแซมหรือต่อเติมที่อยู่อาศัยบนที่ดินราชพัสดุ โดยออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

 
Read More ...