hd porno izle mobil porno sex hikayeleri travesti izle
ข่าวสิ่งแวดล้อม

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/612835

แล้งหนักระเบิดโผล่!! ร้อนหนักถึงขั้นน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองหลอดลดลงจนแห้งกลายเป็นเกาะ และพบระเบิด ลข. TYPE 82-1 มีสภาพเก่าตกค้างอยู่ในอ่าง คาดน่าจะตกหล่นหลงเหลือตั้งแต่สมัยเขมรอพยพ เมื่อปี พ.ศ. 2522...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 เม.ย. เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ จ.ตราด ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัย เขตพื้นที่บ้านทับทิมสยาม 01 ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด ว่ามีชาวบ้านออกหาปลาในอ่างเก็บน้ำคลองหลอด พื้นที่บ้านทับทิมสยาม 01 พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอยู่ภายในคลอง จึงอยากให้ประสานเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบ หลังรับแจ้งจึงได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.เชิดพันธ์ บุญล้อม หน.ชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ตราด นำกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่าวัตถุต้องสงสัยที่พบเป็นระเบิด ลข. TYPE 82-1 สภาพเก่าแต่ยังสามารถระเบิดได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการนำล้อยางรถยนต์มาทำการวางครอบไว้ ก่อนจะทำการเก็บกู้ แต่ด้วยเนื่องจากสภาพระเบิดที่พบนั้นค่อนข้างมีสภาพเก่า และหากทำการเคลื่อนย้ายในระยะทางที่ไกลเกินไปอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดการระเบิดระหว่างเดินทางได้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ตราด จึงทำการรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาพร้อมขออนุญาตทำลายระเบิดที่พบทิ้งในที่ปลอดภัย บริเวณใกล้เคียงจุดที่พบ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เคลื่อนย้ายระเบิดที่พบไปยังเกาะกลางอ่างเก็บน้ำคลองหลอด ก่อนจะทำการจุดระเบิดทำลายทิ้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระเบิดที่พบในครั้งนี้ เป็นระเบิดที่ค่อนข้างเก่าน่าจะตกหล่นหลงเหลือตั้งแต่สมัยเขมรอพยพ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2522 แต่ไม่มีใครพบ เนื่องจากตกอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำคลองหลอด แต่ในปีนี้เกิดปัญหาภัยแล้งค่อนข้างรุนแรง ทำให้น้ำในคลองลดลงมากจนเห็นเนินเกาะต่างๆ ในอ่างเก็บน้ำโผล่ขึ้นมา ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้ลงไปหาปลาจนเดินไปพบ ซึ่งโชคดีที่ไม่ได้เดินไปเหยียบ หรือ เตะ ที่ทำให้เกิดการกระแทกซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้ พร้อมฝากเตือนชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน ที่เคยใช้เป็นพื้นที่อพยพในสมัยก่อน หากพบวัตถุต้องสงสัยควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องทันที ไม่ควรจะไปหยิบ จับ หรือเคลื่อนย้ายเอง เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ถึงชีวิต.

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/612908

พายุถล่มฝนกระหน่ำเมืองรถม้า ในรอบ 20 ปี หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดกว่า 10 จุด 4-5 ตำบลไม่มีไฟใช้ เขตรอบนอกต้นไม้หักโค่นขวางถนน หลังคาอาคารผู้โดยสารวีไอพีสนามบินลำปาง เปิดกระจุย เที่ยวบินขาเข้าเที่ยวสุดท้าย ต้องลงเชียงใหม่...

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 28 เม.ย. มีรายงานจากพื้นที่ จ.ลำปาง ว่าได้เกิดพายุฤดูร้อนลมกระโชกแรง ฝนเทกระหน่ำลงมา เป็นระลอกต่อเนื่องกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดกว่า 10 จุด ในเขตเทศบาลนครลำปาง โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงแรมเวียงทอง ซึ่งเป็นหม้อแปลงไฟขนาดใหญ่ ทำให้ไฟดับเป็นวงกว้าง บ้านเรือนประชาชน 4-5 ตำบล ได้รับความเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งซ่อมแซม คาดว่ารุ่งเช้าไฟฟ้าจะสามารถใช้ได้

นอกจากนี้ จากความรุนแรงของพายุฤดูร้อน ซึ่งคนในพื้นที่บอกว่ารุนแรงสุดในรอบ 20 ปี ทำให้ต้นไม้หลายขนาดหักโค่นทับเสาไฟฟ้า และกีดขวางถนน อาทิ เส้นทางไป อ.เกาะคา และ อ.แม่ทะ รวมถึงหลังคาบ้านเรือนในเขตรอบนอก อ.เมือง จ.ลำปาง ได้รับความเสียหายหลายหลัง ซึ่งจำนวนบ้านเรือนที่เสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ คาดว่าในวันรุ่งขึ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวาตภัยครั้งนี้

ขณะที่ ท่าอากาศยานลำปาง ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย นายเรืองยุทธ์ นิตยานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานลำปาง เปิดเผยว่า อาคารห้องผู้โดยสารวีไอพี ได้รับความเสียหายมากสุด ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หลังคาอาคารเปิดจากแรงลมเป็นวงกว้าง พื้นที่ภายในเปียกแฉะ จนไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ส่วนอาคารผู้โดยสารขาเข้า-ออก เสียหายเล็กน้อย ยังสามารถให้บริการได้

อย่างไรก็ตาม ได้ทำให้เที่ยวบินขาเข้า เที่ยวสุดท้ายของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ซึ่งออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อเวลา 20.00 น. ต้องบินไปลงท่าอากาศยานเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งมีพายุฤดูร้อน กระทั่งต่อมาเครื่องบินดังกล่าวได้บินออกจากจ.เชียงใหม่ บินลงท่าอากาศยานลำปางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเวลาประมาณ 23.50 น. ก่อนนำผู้โดยสารขาออกมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานดอนเมืองต่อไป

สำหรับสถานการณ์พื้นที่ ต.บ้านหวด อ.งาว จ.ลำปาง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 เม.ย. ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บถล่มซ้ำอีก โดยนายชัยพฤษ เชียรธานรักษ์ นายอำเภองาว พร้อมด้วย นายเทพรัตน์ จิตธิวงค์ นายก อบต.บ้านหวด นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เตรียมการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพบว่ามี 3 หมู่บ้านเสียหายหนัก หลังคาบ้านถูกพายุพัดจนหลังคาเปิด ประกอบด้วยพื้นที่ หมู่ 1 บ้านร่องใต้, หมู่ 2 บ้านหวด และ หมู่ 6 บ้านธานี และยังมีหลังคากระเบื้องแตกเป็นรูจากลูกเห็บกระหน่ำตกลงมากว่า 3 นาที

ทั้งนี้ จากการสำรวจในเบื้องต้น พบบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลังคา นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ใหญ่ล้มทับเสาไฟฟ้าแรงสูงมากถึง 2 จุด ซึ่งการไฟฟ้าภูมิภาค อ.งาว ต้องตัดกระแสไฟทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และคาดว่าในคืนนี้พื้นที่ 3 ตำบลจะไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งคืน

ด้าน นายชัยพฤษ เชียรธานรักษ์ นายอำเภองาว กล่าวว่า หลังเกิดพายุได้รายงานให้นายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ลำปาง ได้รับทราบแล้ว พร้อมกำชับให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ทั่วถึงและเป็นธรรม.

 

มา : http://www.dailynews.co.th/foreign/394317

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังหาวิธีจัดการกับซากวาฬตัวเขื่องที่ตายเกยชายหาด และกำลังเน่าอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง

สำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองซานเคลเมนเต ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ว่า วาฬขนาดใหญ่ที่ตายในทะเล และถูกคลื่นซัดซากมากองอยู่บนชายหาดโลเออร์ เทรสเทิล ทางใต้ของเมืองซานเคลเมนเต รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กำลังเน่าขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล เมื่อวันอังคาร ดึงดูดผู้ที่อยากรู้อยากเห็น เดินทางไปชมจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังหาทางจัดการซาก     

จุดที่ซากวาฬเกยตื้น อยู่บนชายหาดแหล่งเล่นกระดานโต้คลื่นยอดนิยมของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซากวาฬมีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 40 ฟุต น้ำหนักราว 60,000 ปอนด์ อากาศร้อนอบอ้าวทำให้ซากวาฬเน่าอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่ไปดูซากต้องยืนอยู่เหนือลม เพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นเหม็นรุนแรง   

นายริช เฮย์ดัน หัวหน้าสำนักงานตำรวจท้องถิ่น กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายซากไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาวิธีจัดการกับปัญหา โดยอาจจะลากมันกลับคืนสู่ทะเลลึก หรือหั่นแล่เนื้อเป็นชิ้น แล้วขนใส่รถบรรทุกนำไปฝังกลบที่อื่น เพราะการฝังบนชายหาดใกล้จุดที่พบซากเป้นไปไมได้ เนื่องจากใต้ผืนทรายเกือบตลอดแนวชายหาดเป็นหินกรวด

 

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/119250
 

alt

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลเวเนซุเอลา ประกาศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำงานสัปดาห์ละ 2 วันเท่านั้น เพื่อเป็นการลดการใช้พลังงาน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลา

ข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ นายนิโกลาส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เพิ่งจะประกาศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอยู่ราว 2.8 ล้านคน ไม่ต้องทำงานในวันศุกร์ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมนี้ เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานลง อย่างไรก็ตาม นายมาดูโรได้กล่าวต่อประชาชนผ่านทางรายการประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 26 เมษายนว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องทำงานวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์” โดยเงินเดือนยังคงได้เท่าเดิมแม้ว่าเวลาในการทำงานจะลดลงก็ตาม

รายงานระบุว่า เวเนซุเอลากำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ขณะที่เขื่อนหลักในเวเนซุเอลามีระดับน้ำเหลืออยู่ในขั้นใกล้วิกฤต ซึ่งเขื่อนแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าถึง 2 ใน 3 ของประเทศเวเนซุเอลา
 

 

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/119630
 

alt

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ได้เกิดลมพายุฝนฤดูร้อนตกลงมาอย่างหนัก บวกกับมีลมกระโชกแรง เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม ได้รับความเสียหาย จำนวนมากกว่า 100 หลัง ซึ่งถือเป็นการเกิดพายุรอบที่สอง ในช่วงสัปดาห์เดี่ยวกัน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ประสบปัญหาบ้านเรือนพังเสียหาย บางรายต้องสูญเสียทรัพย์สิน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหลายแสน บาท โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.นครพนม ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือน ทำให้มีบ้านเรือนในพื้นที่ ได้รับผลกระทบ รวม 10 อำเภอ จากทั้งหมด 12 อำเภอ มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย รวม 23 ตำบล 71 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนพังเสียหายมากถึง 500 หลัง มูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หนักสุด อำเภอธาตุพนม ได้รับความเสียหาย ประมาณ 200 หลังคาเรือน และอำเภอนาหว้า ได้รับผลกระทบถึงสอง ครั้ง มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 200 หลัง

เบื้องต้นทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ ทางอำเภอนาหว้า เทศบาลตำบลนาหว้า และผู้นำชุมชนหมู่บ้าน เข้าตรวจสอบให้การช่วยเหลือ พบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านในชุมชนเขตเทศบาลตำบลนาหว้า ได้รับความเสียหายมากกว่า 100 หลัง มีเสียหายหนักหลังคาถูกลมพัดพังเสียหายมากกว่า 10 หลัง คาดว่ามีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 1 แสนบาท โดยทางหน่วยงานเกี่ยวข้องจะได้ระดมเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบดูแลให้การช่วยเหลือ ในเรื่องของแรงงานเข้าไปฟื้นฟูซ่อมแซม และจัดสรรงบประมาณ จัดซื้อวัสดุก่อสร้าง เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้น ตามสภาพความเสียหายรายละไม่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่บางหลังได้รับความเสียหายหนักไม่เพียงพอจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเอง

เช่นเดียวกันกับบ้านของ นายสมสมร วะชุม อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 130 หมู่ 5 ชุมชนเทศบาลตำบลนาหว้า และบ้านของ นายประหยัด สืบกงแสง อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 342 หมู่ 5 ชุมชนเทศบาลตำบลนาหว้า ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังคาถูกลมพายุพัดพังเสียหายทั้งหลัง คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมไม่ต่ำกว่าหลังละ 50,000 – 100,000 บาท โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประกาศเตือนให้ประชาชน ในพื้นที่ เฝ้าระวังต่อเนื่อง เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อนต่อเนื่องในช่วงนี้
 

 
Read More ...