porno

ข่าวสิ่งแวดล้อม

โดย :บริษัท สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. จำกัด
วันที่ 17 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.innnews.co.th

551959
 
               คลื่นกระบี่ซัดหนัก สุสานแหลมโพธิ์พังเพิ่ม ต้นไม้ใหญ่ล้มระนาว วอนจังหวัดจัดงบแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
               ภาวะคลื่นลมที่มีกำลังแรง ส่งผลกระทบต่อเนื่องสำหรับสุสานบ้านแหลมโพธิ์ ซึ่งเป็นสุสานของชาวมุสลิมในพื้นที่หลายหมู่บ้าน ตั้งอยู่ ม.6 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ โดยล่าสุดนี้คลื่นได้กัดเซาะเข้ามาอย่างหนักเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่ขนาดคนโอบล้มลงเพิ่มอีก 1 ต้น รวมเป็น 4 ต้นแล้ว และกินพื้นที่ลึกเข้ามาเพิ่มเติม ขณะเดียวกันตลอดแนวกันคลื่นที่เสียหายกว่า 100 เมตร คลื่นได้กัดเซาะจนรากต้นไม้เริ่มโผล่ขึ้นมารอล้มอีก
               นายอำนาจ บุญพุฒ ส.อบต. หมู่ 6 ต.ไสไทย พร้อมด้วยชาวบ้านได้เข้าสำรวจ พร้อมระบุว่า เป็นปัญหาที่ชาวบ้านหนักใจอย่างมาก เพราะสุสานเป็นที่รวมจิตใจมีบรรพบุรุษของชาวบ้านอยู่ที่นี้ แต่ขณะนี้กำลังถูกรบกวนด้วยคลื่นลม ที่จะกัดเซาะเข้าไปถึงหลุมศพ แม้ที่ผ่านมา อบต. จะได้เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อของบประมาณ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร จึงขอวิงวอนต่อจังหวัดช่วยเหลือในส่วนนี้
 
โดย :บริษัท สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. จำกัด
วันที่ 17 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.innnews.co.th
 
               กองกำลัง 4 ฝ่ายสะเดา บุกยึดไม้ 27 ท่อน บนที่ดินของตำรวจนายหนึ่ง เร่งตรวจสอบเอกสารสิทธิ์
               นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอสะเดา จ.สงขลา และ พ.ต.อ.วรชาติ รสจันทร์ ผกก.สภ.คลองแงะ นำกำลังเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่าย ทั้งทหารร้อย ร.5021 ตำรวจ สภ.คลองแงะ ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจยึดไม้ซึ่งถูกตัดเป็นท่อน จำนวน 27 ท่อนทั้งไม้หลุมพอและไม้ตำเสา ความยาวท่อนละประมาณ 3 เมตร กองรวมกันไว้บริเวณที่ดินว่างในซอยท่าโพธิ์ 1 เขตเทศบาลตำบลคลองแงะอ.สะเดา จ.สงขลา รวมยังพบไก่ฟ้าเพศผู้และเพศเมียอีก 2 ตัว เลี้ยงไว้ในกรง จากการสอบสวนพบว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองแงะ นายหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบสวน และตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ รวมทั้งที่มาที่ไปของไม้ซุงทั้งหมด หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น
 
 
โดย :บริษัท สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. จำกัด
วันที่ 18 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.innnews.co.th
 
               รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ยัน สถานการณ์สารเคมีรั่วแหลมฉบังปกติแล้ว คนป่วยกลับบ้านเกือบหมดโรงเรียนเปิดตามปกติ
               นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ถึงกรณีสารเคมีรั่วจาก ISO TANK ซึ่งอยู่บนเรือสินค้าที่เข้าเทียบ ท่าเรือแหลมฉบัง ว่า ได้รับมอบหมายจาก นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้ดูแลเรื่องดังกล่าว ซี่งขณะนี้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติแล้ว ผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 139 รายเป็นเด็ก 113 ราย เป็นผู้ใหญ่ 26 ราย ขณะนี้อาการปลอดภัยทุกคนและกลับบ้านเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงผู้ป่วยบางรายที่มีโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว ที่ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนโรงเรียนแหลมฉบัง 1 และ 2 จะทำการเปิดเรียนได้ตามปกติในวันนี้ (18 ก.ค.) ส่วนเรือที่เกิดเหตุ ได้มีการนำออกจากท่า ทอดสมอให้ห่างจากฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่ออุดรูรั่ว และยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในทะเลแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางจังหวัดชลบุรีได้มีการซักซ้อมแผนเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับสารเคมีรั่วไหลเป็นประจำอยู่แล้ว
 
โดย :บริษัท สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. จำกัด
วันที่ 17 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.innnews.co.th
 
               ระทึก! สารเคมีท่าเรือแหลมฉบัง รั่วไหล อพยพชาวบ้านใกล้เคียง เจ็บกว่า 130 ราย บางส่วนมีอาการวิงเวียนศีรษะ ขณะที่ รองผู้ว่าฯชลบุรี ยัน สารเคมีรั่วเป็นของเหลว ไม่ใช่แก็ส ขณะ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมดูแลผู้ป่วยถึงที่สุด
               เกิดเหตุแทงค์สารเคมีอันตรายนำเข้ารั่วไหล บริเวณท่าเรือ B3 ในเขตท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เบื้องต้นทราบว่า เป็นสารเคมีประเภทไวไฟ ได้ส่งกลิ่งเหม็นไปทั่วบริเวณ ทำให้ต้องอพยพชาวบ้าน และนักเรียน ละแวกใกล้เคียงออกจากพื้นที่ ล่าสุดนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 2 เป็นลมแล้ว 10 ราย และบางส่วนมีอาการวิงเวียนศีรษะ ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วกว่า 30 ราย
               แก๊สรั่วท่าเรือแหลงฉบังอุบัติเหตุระหว่างขนส่ง
               จากกรณีเกิดเหตุสารเคมีรั่วในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง B3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้มีการอพยพผู้คนในเขตพื้นที่ศรีราชาออกนอกพื้นที่อย่างเร่งด่วน และล่าสุดนักเรียนจากโรงเรียนโค้งบ้านนา ซึ่งได้รับสารเคมีถูกนำตัวส่งยังโรงพยาบาลแหลมฉบัง 60 ราย ขณะนี้ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อีก 30 ราย ส่วนสาเหตุนั้นเกิดอุบัติเหตุขณะขนถ่ายถังแก๊สขนาดใหญ่จากเรือขึ้นสู่ฝั่ง
               ลากเรือทอดสมอกลางทะเลชลบุรีลดเข้มข้นสารเคมี
               จากกรณีสารเคมีอันตรายรั่วไหลขณะขนถ่ายสินค้าที่ท่าเทียบเรือ บี 3 ท่าเรือแหลมฉบัง ล่าสุด ทางกองทัพบก โดย มณฑลทหารบกที่ 14 ได้เข้ามาร่วมกับท่าเรือแหลมฉบังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการหาทางแก้ใขอย่างเร่งด่วนแล้ว ทั้งยังได้รายงานสถานการณ์ต่อ ผบ.ทบ. อย่างต่อเนื่อง โดยรายงานล่าสุดแจ้งว่า เบื้องต้น ท่าเรือแหลมฉบังได้มีการประสานไปยังกรมเจ้าท่า เพื่อขอลากเรือที่เกิดเหตุออกไปทอดสมอกลางทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อให้ความเข้มข้นของสารเคมีมีความเจือจางและมีผลกระทบกับประชาชนและชุมชนน้อยที่สุด
               ขณะที่การเฝ้าระวังอันตรายสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดการระเบิดของสารเคมี เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสารไวไฟ ซึ่งหากเกิดประกายไฟบนเรือแล้วอาจทำให้เกิดการระเบิดได้นั้น เจ้าหน้าที่รายงานว่า ขณะนี้ได้มีการปิดสวิตซ์ไฟทุกอย่างบนเรือแล้ว ด้านโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในเขตนิคมฯ แหลมฉบัง ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใก้ลชิด ซึ่งหากพบว่ากลิ่นยังไม่ลดความรุนแรงก็อาจสั่งให้มีการอพยพพนักงานออกจากพื้นที่ต่อไป
               ปภ.สรุปคนป่วยสารเคมีรั่วไหลที่ศรีราชา94ราย
               กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. เกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลจากเรือ PEARL RIVER BRIDGE สัญชาติจีน มาจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ขณะจอดอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง B3 โดย บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโลจิติกส์ จำกัด ได้ตรวจสอบสารเบื้องต้นและอุดรอยรั่ว พบว่า สารเคมีเป็นของเหลวไวไฟอันตราย Class 3 ชื่อ UN2348 ซึ่งมีกลิ่นฉุนรุนแรง แต่ยังไม่พบการติดไฟ เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 94 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
               สำหรับการให้ความช่วยเหลือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด อ.ศรีราชา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อพยพนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 และ 3 ออกจากโรงเรียน และให้เดินทางกลับบ้านได้ เบื้องต้นนำผู้บาดเจ็บหายใจไม่สะดวก คลื่นไส้ ส่งโรงพยาบาลวิภาราม 8 ราย โรงพยาบาลแหลมฉบัง 40 ราย และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 46 ราย ขณะนี้ อ.ศรีราชา แจ้งให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จัดตั้งศูนย์อำนวยความช่วยเหลือผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลแหลมฉบังแล้ว
               คืบสารเคมีรั่วแหลมฉบังบาดเจ็บกว่า130รายแล้ว
               จากกรณีเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลที่ท่าเรือแหลมฉบัง B3 ศรีราชา ทำให้นักเรียนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบจนต้องนำตัวส่งยังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเมื่อช่วง 12.00.น. ของวันนี้นั้น ล่าสุดมีนักเรียนถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง 49 ราย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 57 ราย โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง 11 ราย และโรงพยาบาลพญาไท 22 ราย นอกจากนี้ยังมีพนักงานในท่าเรือได้รับผลกระทบถูกนำตัวส่งรักษายังโรงพยาบาลด้วย จำนวน 15 ราย รวมผู้ได้รับผลกระทบจากการเกิดเหตุในครั้งนี้ทั้งสิ้น 139 ราย
               รองผู้ว่าชลยันสารเคมีรั่วเป็นของเหลวไม่ใช่แก็ส
               นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงสารเคมีรั่ว ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันว่าไม่ใช่แก็สรั่ว แต่เป็นของเหลวที่หล่นกระแทกพื้นที่ทำให้ส่งกลิ่นออกมาเท่านั้น ด้าน รอ.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี กล่าวถึงเหตุการณ์สารเคมีรั่วจาก ISO TANK ซึ่งอยู่บนเรือสินค้าที่เข้าเทียบ ท่ายังท่าเทียบเรือ บี 3 เป็นเพราะความ ผิดพลาดในระบบปฏิบัติการในการขนถ่ายสินค้า ซึ่งที่ผ่านมาท่าเรือแหลมฉบัง มีมาตรฐานในการขนถ่ายสินค้าอันตรายที่ดีติดอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระแทกจนเกิดการรั่วไหลของสารเคมี และสำหรับเด็กนักเรียน และประชาชนที่อยู่บริเวณชุมชนโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสูดดมสารเคมีจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนั้น ท่าเรือแหลมฉบัง จะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และจะติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
 
โดย :เดลินิวส์
วันที่ 17 กรกฎาคม 2557
ที่มา :http://www.dailynews.co.th
 
               เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงวัดได้ 5.3 แมกนิจูด นอกชายฝั่งหมู่เกาะโซโลมอน เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ค. ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่17ก.ค.ว่าสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐแจ้งเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงวัดได้5.3แมกนิจูดเมื่อเวลาประมาณ 03.56น.ของเช้าวันพฤหัสบดีที่17ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับ 23.56น.ของวันพุธที่16ก.ค.ตามเวลาในประเทศไทยโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งหมู่เกาะโซโลมอนในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกและลึกลงไป 43กม.สร้างความสั่นสะเทือนให้กับชายฝั่งของเกาะกัวดัลคานัลเกาะใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโซโลมอนจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวยังอยู่ห่าง 118กม.ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโฮนีอาราเมืองหลวงของโซโลมอนเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายซึ่งก็ตรงกับรายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐซึ่งระบุว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดความเสียหายรุนแรง
               หมู่เกาะโซโลมอนเป็นส่วนหนึ่งของ“วงแหวนไฟแห่งแปซิฟิก”จุดที่แผ่นเปลือกโลกมาบรรจบกันจึงเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดขึ้นบ่อยครั้ง
               เมื่อปี2550เคยเกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดเข้าถล่มโซโลมอนหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงวัดได้8.0แมกนิจูดคร่าชีวิตผู้คนไป 52ศพและยังไร้ที่อยู่อาศัยอีกหลายพันคน
 
Read More ...