porno, porno, porno izle, porno izle, porno izle

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000037627

ประจวบคีรีขันธ์ - สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม และเกาะทะลุ ไฮแลนด์ รีสอร์ท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้คืนผืนเกาะ ปล่อยเต่ากระ 69 ตัว อายุกว่า 1 ปี สู่ทะเลอ่าวสยาม เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2558 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี
      
       วันนี้ (1 เม.ย.) ที่บริเวณชายหาดเกาะทะลุ ไฮแลน์ดรีสอร์ท อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม และเกาะทะลุ ไฮแลนด์ รีสอร์ท ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ คืนผืนเกาะ ปล่อยเต่ากระสู่ทะเลอ่าวสยาม เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2558 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี
      
       นายปรีดา เจริญพักตร์ ประธานมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม และผู้บริหารเกาะทะลุ ไฮแลนด์รีสอร์ท กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมปล่อยเต่ากระ สัตว์ทะเลหายากที่ขึ้นมาไข่บนชายหาดเกาะทะลุในทุกๆ ปีเนื่องในวันสำคัญ ซึ่งที่นี่ได้มีการอนุบาลเลี้ยงดูจนฟักออกมาเป็นตัว และเจริญเติบโตแข็งแรงจึงจะปล่อยกับสู่ท้องทะเลต่อไป
      
       โดยในปีนี้ ได้นำเต่ากระที่ขึ้นมาวางไข่ในปี 2556 ได้มีการอนุบาลและเลี้ยงดูไว้จนอายุประมาณ 12-15 เดือน มีความเจริญเติบโต และแข็งแรง จำนวน 69 ตัว มาให้คณะครูจากโรงเรียนสามัคคีพัฒนา จ.เพชรบุรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว และสื่อมวลชนได้ร่วมกันปล่อยเตากระคืนสู่ธรรมชาติท้องทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณเต่ากระที่นับวันจะเหลือน้อยลง
      
       ขณะเดียวกัน นายเผ่าพิพัท เจริญพักตร์ ผจก.ฝ่ายการตลาด เกาะทะลุไฮแลนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า โดยเต่ากระทั้งหมดที่นำปล่อยลงสู่ท้องทะเลนั้นจะมีการทำประวัติทั้งผู้ปล่อย และขนาดความกว้างของเต่ากระ รวมไปถึงน้ำหนัก และเต่ากระทุกตัวจะมีการฝังไมโครชิปเพื่อไว้เป็นฐานข้อมูล หากมีการพบเจอเต่ากระ นอกจากนั้น แล้วยังได้ร่วมกันปลูกพรรณไม้ทั้งต้นเสลา ต้นตะแบก ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ยามออกดอกจะเป็นสีม่วง
      
       ขณะที่นักท่องเที่ยวที่พาบุตรหลานมาร่วมกิจกรรมให้ความเห็นว่า การได้ให้เด็กมาเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ตั้งแต่เด็กๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี และการได้ให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมก็จะส่งผลต่อการอนุรักษ์และในวันสำคัญ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นี้ด้วย
      
       ด้าน นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า การสร้างจิตรสำนึกให้ทุกคนได้รู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในปัจจุบันนั้น เต่ากระ เป็นสัตว์ทะเลที่หายาก และนับวันลดน้อยลง ซึ่งสถานที่ชายหาดเกาะทะลุแห่งนี้เป็นเวลานานกว่า 5 ปี ที่มีเต่ากระขึ้นมาวางไข่ และทางผู้ประกอบการรีสอร์ตบนเกาะทะลุ ได้นำเต่ากระมาอนุบาลในโรงเพาะเลี้ยง และดูแลซึ่งเมื่อแข็งแรงก็จะปล่อยกลับคืนสู่ท้องทะเลทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
      
       ในขณะเดียวกัน ในอนาคตทางกรมอุทยานแห่งชาติ ได้มีการสำรวจพื้นที่บางส่วนของทั้งเกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงามมา ผนวกกับพื้นที่วนอุทยานป่ากลางอ่าว วนอุทยานป่าแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน เพื่อเตรียมประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลในขั้นเตรียมการต่อไป เพื่อเข้ามาดูแลเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่อไป
      
       นายอภิชาติ หงษ์สกุล ประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องทีทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีบทบาทส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ไม่ใช่เป็นเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยหนึ่งเท่านั้น สื่อมวลชนเองก็ต้องสร้างความเข้าใจให้แก่ชุมชนได้รับรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมปล่อยเต่ากระ ปลูกต้นไม้ สิ่งเหล่านี้เมื่อทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกันก็จะส่งผลให้ในอนาคตท้องทะเลอ่าวไทย ก็จะมีปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น ส่วนการปลูกป่า ก็จะสร้างความชุ่มชื้น ซึ่งวันนี้ได้เห็นนักท่องเที่ยวที่พาบุตรหลานมาพักผ่อน และร่วมปล่อยเต่ากระ ปลูกต้นไม้ ก็เป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่ตอนนี้ และได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
 
ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000037581
alt
จันทบุรี - ชาวบ้านพบเต่าตนุท้องแก่ตายเกยตื้นหาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรุดตรวจสอบ ขณะที่ชาวบ้านระบุเต่าตนุน่าจะติดอวน หรือเครื่องมือประมง
      
       วันนี้ (1 เม.ย.) ร.ต.ท.อัตถจินต์ อ่อนหนองหว้า ร้อยเวร สภ.แหลมสิงห์ และนายนพรุจ แก้วฉวี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจาก นายแสงอรุณ อยู่แก้ว อายุ 50 ปี ชาวบ้านอยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 1 ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ว่า พบเต่าตนุตายเกยตื้นที่หน้าหาดแหลมสิงห์
      
       หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.อัตถจินต์ อ่อนหนองหว้า ร้อยเวร สภ.แหลมสิงห์ และนายนพรุจ แก้วฉวี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้ไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบเต่าตนุนอนตายอยู่หน้าหาดแหลมสิงห์
      
       จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบเป็นเต่าตนุ เพศเมียท้องแก่ อายุประมาณ 30 ปี น้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัม ตรวจสอบพบบาดแผลที่ท้อง และมีไข่เต่าตนุตกในที่เกิดเหตุ 1 ฟอง และคาดว่าในท้องของเต่าตนุตัวนี้น่าจะมีไข่อยู่อีกหลายฟอง
      
       ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เต่าตนุตัวนี้น่าจะว่ายน้ำมาติดเครื่องมือประมงอวนลากของชาวประมง ก่อนจะหนีรอด และว่ายน้ำมาเกยตื้นตายที่หน้าหาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีดังกล่าว ในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดระยอง ได้นำซากเต่าตนุตัวนี้ไปทำการตรวจสอบพิสูจน์หาข้อเท็จจริงของสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
      
       จากการสอบถาม นายแสงอรุณ อยู่แก้ว ชาวบ้านที่พบเต่าตนุตัวนี้ กล่าวว่า ตนขายของอยู่หน้าหาด และได้เดินไปเดินมาอยู่หน้าหาดก็พบเต่าตนุมานอนตายเกยตื้นตั้งแต่เมื่อคืน ตนก็เลยแจ้งชาวบ้าน และชาวบ้านก็ได้บอกต่อๆ กันไปจนมีชาวบ้านได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว
      
       นายชวลิต อยู่แก้ว ชาวบ้านอีกคนหนึ่งที่พบเต่าตนุมานอนตายเกยตื้นที่หน้าหาดแหลมสิงห์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่เห็นเต่าตนุมานอนตายเกยตื้น ส่วนสาเหตุเต่าตนุตายน่าจะเป็นเครื่องมือประมง เรือลากคู่ และเรือลากตื้นที่เข้ามาทำการประมงใกล้ชายฝั่ง และเข้ามาลากยังจุดที่เต่าอาศัยอยู่ โดยเรืออวนเหล่านี้ฝ่าฝืนกฎหมาย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ หากปล่อยไว้เต่าตนุอาจจะตายอีกหลายตัว
 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/490284


เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบซากวาฬบรูด้า เพศเมีย อายุไม่เกิน 2 ปี หนักประมาณ 200-300 กก. หลังตายบริเวณชายหาด ต.บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ คาด พลัดหลงจากแม่ทำให้ไม่ได้กินนมจนผอม ด้านนักอนุรักษ์ห่วง เนื่องจากสภาพแวดล้อมถูกทำลายมากขึ้น

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.58 นายอำนาจ สูงยิ่ง นายก อบต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากชาวประมงพื้นบ้านว่า พบวาฬบรูด้าตายที่บริเวณชายหาด หมู่ 1 บ้านปากคลองเกลียว ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานไปยัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลางจังหวัดชุมพร ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นวาฬบรูด้า เพศเมีย อายุไม่เกิน 2 ปี ความยาว 3.47 เมตร วัดรอบลำตัวได้ 1 เมตร 10 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200-300 กิโลกรัม ตายมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง ลูกวาฬมีลักษณะผอมกว่าปกติ แต่ไม่พบบาดแผลฉกรรจ์ มีเพียงรอยแผลขนาดเล็กที่ส่วนหางยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่บาดแผลที่จะทำให้เสียชีวิตได้ คาดว่าลูกวาฬอาจพลัดหลงจากแม่ ทำให้ไม่ได้กินนมจนผอม และไม่น่าจะไปกินสิ่งแปลกปลอมอย่างพลาสติกได้ หรือสาเหตุจากการเจ็บป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเคลื่อนย้ายซากกลับยังศูนย์วิจัยชุมพรฯ เพื่อทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นางกรณ์อุมา พงษ์น้อย กลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก เปิดเผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่พบวาฬบรูด้าตายที่บ่อนอก คาดว่าอาจเป็นการหลงฝูงของลูกวาฬ ซึ่งน่านน้ำทะเลบ่อนอกพบฝูงวาฬบรูด้าได้บ่อยครั้ง และเป็นฝูงเดียวกันที่หากินตั้งแต่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนถึงจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ การพบวาฬตาย จึงเป็นเรื่องน่าวิตกกังวลว่า สภาพแวดล้อมถูกทำลายมากขึ้น จึงกระทบกับสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยเฉพาะ วาฬ โลมา และเต่าทะเล ซึ่งเป็นสัตว์หายาก อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

 

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/

ช่วงเย็นวันที่ 31 มี.ค.2558 ชาวบ้านสมัชชาคนเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเปิด-ปิดเขื่อน และพิจารณาเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำประมงในแม่น้ำมูลเนื่องจากเขื่อนขวางการเดินทางของปลาในฤดูวางไข่

กลุ่มชาวบ้านสมัชชาคนจนกรณีปัญหาเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ช่วงเย็นวันที่ 31 มี.ค.2558 เพื่อพบกับนายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 เม.ย.2558

ทั้งนี้ ชาวบ้านจะทวงถามความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ซึ่งมีอำนาจพิจารณาทดลองเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล และพิจารณาเงินเยียวยาชาวบ้านกว่า 6,000 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูลเมื่อกว่า 26 ปีก่อน เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าหลังผ่านมากว่า 1 เดือน

ขณะเดียวกันยังเตรียมเดินทางไปยังกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อติดตามกรณีที่ได้เสนอขอขยายเวลาการศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนดอนสะโฮงในประเทศลาวอีก 6 เดือน เพื่อให้มีเวลาศึกษาและรับฟังผลกระทบจากประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม

 
ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000037152

พะเยา - ชาวบ้านจำป่าหวายหลายร้อยคนรวมตัวปั่นจักรยาน ขี่มอเตอร์ไซค์ รณรงค์ต่อต้าน ทม.พะเยาจ่อผุดโรงไฟฟ้าขยะ เผยทนทุกข์กับบ่อขยะแบบฝังกลบเทศบาลฯ มานานกว่า 30 ปีจนใกล้จะหมดสัญญาในปีนี้ กลับยัดโรงไฟฟ้าให้อีก

วันนี้ (31 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ต.จำป่าหวาย อ.เมือง จ.พะเยา กว่า 200 คนพร้อมใจกันนำรถจักรยาน รถจักรยานยนต์รวมกว่า 100 คัน ออกรณรงค์ไปตามถนนภายในตำบล เพื่อประกาศเจตนารมณ์ไม่ยอมรับ และต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะชีวมวล ที่ทางเทศบาลเมืองพะเยาจะเข้ามาศึกษาและก่อสร้างในพื้นที่
       
       เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะส่งผลกระทบทั้งมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว เพราะเป็นพื้นที่รองรับขยะแบบฝังกลบของเทศบาลฯ มาเป็นระยะเวลานานกว่า 30 ปี และกำลังจะหมดอายุสัญญา ต้องปิดบ่อขยะภายในปี 2558 แต่ทางเทศบาลเมืองพะเยากลับพยายามที่จะเข้ามาตั้งโรงงานขยะแบบเตาเผาเพื่อ ผลิตกระแสไฟฟ้าอีก
       
       โดยกลุ่มชาวบ้านได้ปั่นจักรยาน ขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์รณรงค์ไปตามเส้นทางต่างๆ ทั่วทั้งตำบล จากนั้นได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายสัจพจน์ มูลเมือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจำป่าหวาย เพื่อส่งต่อไปยังเทศบาลเมืองพะเยา และจังหวัดต่อไป
       
       ทั้งนี้ วานนี้ (30 มี.ค.) นายสุเทพ ลีลางาม ปลัดอาวุโส อ.เมือง เป็นผู้แทนนายอำเภอเมืองพะเยา พร้อมด้วยฝ่ายทหาร ตำรวจ ได้เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในตำบลจำป่าหวาย รวมถึงแกนนำคนฮักจำป่าหวาย เข้าหารือกรณีที่ชาวบ้านทั้ง 13 หมู่ในตำบล เตรียมรวมพลเคลื่อนไหวรณรงค์ต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ
       
       โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ขอความร่วมมือให้ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน งดการขึ้นป้ายต่อต้าน เพราะจะขัดต่อกฎหมาย และทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง แต่สามารถเดินรงรณรงค์ และมายื่นหนังสือต่อทางการได้
 
Read More ...