porno, porno, porno izle, porno izle, porno izle

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/foreign/344310

พายุโซร้อน เอริกาเพิ่มกำลังแรงเคลื่อนตัวจากสาธารณรัฐโดมินิกันและบาฮามาส มีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุเฮอร์ริเคนมุ่งหน้าถล่มรัฐฟลอริดาของสหรัฐ

alt

     สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ว่า ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐเผย พายุโซร้อน เอริกาเพิ่มกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ เคลื่อนตัวจากสาธารณรัฐโดมินิกันและบาฮามาส มุ่งหน้ามาถล่มรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ทั้งนี้ แม้ในปัจจุบันพายุจะยังไม่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะพัฒนากลายเป็นพายุเฮอร์ริเคน เมื่อเคลื่อนตัวมาใกล้กับรัฐฟลอริดา    

     ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของฟลอริดาได้เตรียมพร้อมรับมือหากถูกพายุถล่มแล้ว พร้อมทั้งออกประกาศแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศอย่างต่อเนื่อง และเตรียมข้าวของสำหรับภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นจากพายุ    

     เอริกายังคงก่อตัวห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะแอนติกา ในทะลแคริบเบียนราว 175 กิโลเมตร โดยมีแรงลมศูนย์กลางที่ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุมีแนวโน้มจะพัดถล่มหมู่เกาะลีเวิร์ดในวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) จากนั้นจะเคลื่อนถล่มเครือรัฐเปอร์โตริโกของสหรัฐในวันถัดไป
 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/520984

ปลัดอำเภอศรีราชา ชลบุรี นำกำลังเดินเท้าเข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง เชิงเขาฉลาก ยึดของกลางกว่า 20 ต้น ขณะมอดไม้หนีไปได้ จนท. เชื่อ มีคนดูต้นทาง

alt

     เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 58 นางสาวนริศรา ทิพยางกูร ปลัดอำเภอศรีราชา ร่วมกับทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลบางพระ และอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีราชา กว่า 20 นาย เข้าตรวจสอบกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ในป่าเชิงเขาฉลาก เขตป่าสงวน หมู่ 4 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากสายรายงานว่า พบเห็นกลุ่มคนจำนวนมากลักลอบตัดไม้พะยูง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยต้องนำรถจอดระหว่างทาง และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้ง พบไม้พะยูงถูกตัดทิ้งไว้เกือบ 20 ต้น ทั้งใหม่และเก่า กระจายเป็นบริเวณกว้าง ตรวจสอบพบเลื่อยมือและรถเข็น 1 คัน พร้อมไม้พะยูงยาวประมาณ 1 เมตร วางอยู่ 1 ท่อน บนรถเข็น ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าต้องมีคนดูต้นทาง เนื่องจากต้องเดินเท้าไกลมาก

     ทั้งนี้ ไม้พะยูงที่ถูกตัดแต่ละต้นนั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 ซม. และต้นที่เล็กสุดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. ถูกตัดทอนเป็นท่อน ความยาวท่อนละ 1-2 เมตร วางเกลื่อนพื้น รอการเคลื่อนย้ายออกจากป่า บางต้นยาว 3-4 เมตร ถูกตัดไว้กว่า 20 ต้น โดยปลัดอำเภอศรีราชา กล่าวว่า จะได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งสืบสวนจับกุมมอดไม้กลุ่มนี้ต่อไป

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/521135

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ตรวจพบร่องรอยขบวนการลักลอบตัดไม้แดงแปรรูป จำนวน 16 แผ่น ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ขณะที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีไป จนท.เผยการติดตามยากลำบาก เพราะมีสายผู้กระทำผิดคอยดูต้นทางอย่างต่อเนื่อง

alt

     เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 58 นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากสายว่า มีการลักลอบตัดไม้ในอุทยานฯ จึงสั่งการให้สายตรวจอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ชุดที่ 4 ลงพื้นที่ลาดตระเวนบริเวณป่าเกาะเจ้าแม่ ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ พื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี

     จากการตรวจสอบพบร่องรอยการแปรรูปไม้บนพื้นที่ โดยสามารถดำเนินการตรวจยึดไม้แดงได้จำนวน 16 แผ่น ปริมาตร 0.31 ลูกบาศก์เมตร และอุปกรณ์กระทำความผิด 3 รายการ 1.เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง 2.แกลลอนน้ำมัน 5 ลิตร จำนวน 1 แกลลอน 3.ตะไบกลม แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดและนำของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

     นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เปิดเผยว่า การลักลอบต้ดไม้ในเขตอุทยานฯเขาแหลม ส่วนมากจะไปแอบตัดตามเกาะแก่งต่างๆ ในเขื่อนเขาแหลมซึ่งมีเป็นร้อยเกาะ การติดตามจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้กระทำความผิดมักจะทำในช่วงเวลากลางคืนและมีสายคอยเฝ้าดูต้นทาง ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องพายเรือเข้าไปเป็นระยะทางกว่า 2 กม.เพื่อหลบสายที่คอยดูต้นทาง แต่ถึงกระนั้น ผู้กระทำผิดก็ยังเห็นเจ้าหน้าที่ก่อน ทางอุทยานแห่งชาติก็จะเข้มงวดตรวจตราต่อไป เพราะปัจจุบันความต้องการไม้มาใช้ในการก่อสร้างยังมีอยู่ต่อเนื่อง

 

ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000097013

DSI ภาค 7 สนธิกำลังทหาร ป่าไม้ ตำรวจ ปทส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจสอบพื้นที่ 600 ไร่ รุกที่ป่าสงวนแห่งชาติช่องอินทรีย์ ด้านตะวันออก และป่าดอนแสลบ-เลาขวัญ ในพื้นที่ตำบลวังไผ่ อำเภอห้วยกระเจา กาญจนบุรี พบพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่ อ้อย มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส และผักชี

alt

       เมื่อเวลา 09.00 น.วานนี้ (26 ส.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI นายวิวรรธน์ มองเห็นทวีโชค หน.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ 13 กรมป่าไม้ ร.ต.ต.สุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.5 บก.ปทส.) ร.ต.ไพบูลย์ ธรรมจาดี หน.ชุดประสานงานประจำพื้นที่ ร้อย รส.ร.9 พัน 2 กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอห้วยกระเจา และนางโยษิตา เหล่าทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.วังไผ่ อ.ฆ้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

       ได้ร่วมประชุมวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่ร้องเรียนว่า มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติช่องอินทรีย์ด้านตะวันออก และป่าดอนแสลบ-เลาขวัญ ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พื้นที่บุกรุก จำนวน 11 แปลง ประมาณ 600 ไร่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ จากนั้นคณะทั้งหมดได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 11 แปลง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่นำไปปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส และผักชี เป็นต้น

       พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติช่องอินทรีย์ ด้านตะวันออก และป่าดอนแสลบ-เลาขวัญ ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พื้นที่บุกรุก จำนวน 11 แปลง ประมาณ 600 ไร่ จึงรายงานให้นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ทราบ

       จากนั้นจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ตนเป็นหัวหน้าคณะในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยให้เป็นไปตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/2557 เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และก่อนหน้านี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเบื้องต้นไปแล้ว พบว่า พื้นที่ในส่วนนี้มีการบุกรุกได้มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่าไม่มีการทำประโยชน์มาก่อนตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541

       นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ทั้ง 11 แปลง มีพื้นที่อาจจะเข้าข่ายเป็นการบุกรุกพื้นที่ที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ ส.ป.ก.และไม่ได้มีการแจ้งการสำรวจถือครอง แต่บางแปลงมีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ไม่อยู่ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก.ไม่มีเอกสารสิทธิทำกิน (สทก.) และไม่ได้มีการแจ้งสำรวจถือครองแต่อย่างใด ดังนั้น จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด และดำเนินการตามมาตรการป้องปรามไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่บริเวณดังกล่าวเพิ่มเติม และประสานผู้นำท้องถิ่นเช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้มีการเฝ้าระวัง

       ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้พิจารณาแล้วพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมายังขาดหน่วยงานที่จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบ เราจึงต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบพื้นที่ให้เข้ามาเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบ

       พ.ต.ท.อานนท์ กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่แน่นอนว่ากลุ่มที่เข้ามาบุกรุกมีทั้งกลุ่มนายทุน และชาวบ้านในพื้นที่ ดังนั้น จะรีบทำความเข้าใจต่อคนในพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมจะมีการวางแผนดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทำลายให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม

       ถามว่ากรณีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เบื้องต้นจะต้องนำไปพิจารณาเสียก่อนว่าจะรับหรือไม่รับ เพราะจะต้องไปหารือกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบพื้นที่ คือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เสียก่อนพ.ต.ท.อานนท์ กล่าวและว่า

       สำหรับรายชื่อผู้ที่บุกรุกกรมสอบสวนคดีพิเศษมีชื่อทั้งหมดแล้ว และจะนำไปพิจารณาการครอบครอง หรือการเข้าทำประโยชน์เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อีกครั้งหนึ่ง และจะต้องทำการตรวจสอบประวัติการทำประโยชน์ในที่ดิน และเอกสารที่แสดงถึงสิทธิในการครอบครองหรือเข้าทำประโยชน์ หากพบกรณีที่เป็นการบุกรุก หรือเข้าทำประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) โดยตรง

 

ที่มา : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000096998

นรข.อุบลราชธานี สกัดจับเรือหางยาวชาวลาวลำเลียงไม้ตัดจากประเทศไทยลอบไปขายประเทศลาว ได้ผู้ต้องหา 5 คนพร้อมยึดของกลางจำนวนมาก   

alt

       เมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) น.อ.ธวัชชัย สอนซี ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตอุบลราชธานี สืบทราบจะมีการลักลอบขนไม้แดงข้ามแม่น้ำโขงไปสปป.ลาว จึงสั่งการให้ น.ต.ศราวุธ ทองเลิศ หัวหน้าสถานีเรือเรือโขงเจียม สกัดจับได้ที่ท่าน้ำบ้านปากลา ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม ผู้ต้องหา 5 คน เป็นคนไทย 1 คน และคนลาว 4 คน ยึดไม้แดงแปรรูป 15 แผ่น เลื่อยโซ่ยนต์ 1 ชุด ยาบ้า 28 เม็ด เรือเพลายาวพร้อมเครื่องยนต์ 1 ลำ สารภาพเข้ามาลักลอบตัดไม้ในฝั่งไทย และจะนำข้ามแม่น้ำโขงไปขายฝั่งลาว จึงคุมตัวดำเนินคดีเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันตัดไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

       เวลาไล่เลี่ยกันทหารชุดดังกล่าวได้ผสานกำลังกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เข้าตรวจสอบป่าบ้านร่องคันแยงน้อย ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำโขง พบกลุ่มบุคคลกำลังลักลอบแปรรูปไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่แก๊งตัดไม้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ โดยทิ้งไม้ขนุนขนาดใหญ่อายุหลายสิบปี 3 ท่อนไว้ในที่เกิดเหตุ จึงยึดไม้พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์มาเก็บเป็นหลักฐานใช้ติดตามจับตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 
Read More ...