ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.siamrath.co.th/web
 
alt

วันที่ 24 ตุลาคม 2557พล.ต.เทศนฤทธิ์ กสิบุตร รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.เลย (กอ.รมน.จ.เลย) นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พ.อ.อำนวย จุลโนนยาง รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเลย และพ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานฝ่ายกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูกระดึง เจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.เลย เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เลย และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่บ้านซำบ่าง ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและปลูกสร้างในพื้นที่ สปก.4-01

     จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าว มีจำนวน 28 ไร่ 68 ตารางวา ส่วนใหญ่อยู่ในเขต สปก. และบางส่วนรุกเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยส้ม-ป่าภูผาแดง โดยอยู่ในระหว่างการก่อสร้างบ้านพักลักษณะรีสอร์ทเป็นบ้านไม้หลาย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการก่อสร้างฝายกั้นน้ำและบ้านพักขวางกั้นลำห้วยสาธารณะ ด้วย เริ่มก่อนสร้างมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี

     นายบุญรวย โพซากาญ นิติกรสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.เลย กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่ดินแปลงนี้พบว่า ผู้ครอบครองสิทธิ สปก.คือนายศรีเลิศ เซียงเหงี่ยม ราษฎรบ้านซำบ่าง ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง พร้อมญาติอีก 3 ราย รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 120 ไร่ โดยออกใบ สปก.ให้ตั้งแต่ปี 2537 ต่อมาทราบว่า นายศรีเลิศ ได้ขายที่ดินให้นายทุนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 28 ไร่ 68 ตารางวา เป็นเวลาหลายปีแล้ว นับแต่นั้น นายศรีเลิศก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ ทาง ส.ป.ก.เลย จึงมีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2557 ให้นายศรีเลิศเข้าโต้แย้งและชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน หากไม่สามารถชี้แจงหรือโต้แย้งได้ ทาง ส.ป.ก.เลยจะนำเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน จ.เลย เพื่อพิจารณาสั่งสิ้นสิทธิตามกฎหมายต่อไป

     ด้าน พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบการกระทำความผิดอย่างชัดเจน ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ผิดวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจการค้า ก่อสร้างอาคารไม่ขออนุญาตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีการขออนุญาตประกอบธุรกิจรีสอร์ท มีการปิดกั้นลำห้วยสาธารณะและบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ จึงสามารถใช้กฎหมายเข้าระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ทันที หากกฎหมายที่มีอยู่มีกระบวนขั้นตอนที่ล่าช้า อาจใช้กฎหมายพิเศษว่าด้วยการฟอกเงินเข้ายึดทรัพย์ได้ทันที ฐานเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติเพื่อธุรกิจการค้า

     ทั้งนี้ การดำเนินการในเบื้องต้น นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้สั่งการให้ อบต.ห้วยส้ม เจ้าของพื้นที่ และ ส.ป.ก.เลย ขึ้นป้ายระงับการเข้าทำประโยชน์ที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่ากระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จ

 
ที่มา : http://www.naewna.com/local/127457

นายอนุกูล เรือนแก้ว นายอำเภอภาชี พร้อมด้วย น.ส.รัชดา ศรีสำราญ หัวหน้าหน่วยบริหารสัญญาและประเมินผลโครงการเพิ่มขีดความสามารถนำ เข้าการจ่ายและระบบขนส่งก๊าซปิโตเลียมเหลวพ.ต.อ.ณธีพัฒน์ ธรรมรัตน์โสภณ ผกก.สภ.ภาชี นายฐิติพงศ์ถึงคูณ พลังงาน จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นก่อนการวางท่อก๊าซ เอ็นจีวี ของ ปตท. ชลบุรี-สระบุรี
ที่หอประชุม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยเริ่มจากคลังก๊าซเขาบ่อยา ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ไปยังคลังก๊าซสระบุรี ที่ ต.เสาไห้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ซึ่งเป็นท่อก๊าซขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 18 นิ้ว รวมระยะทาง 230-250 กิโลเมตร โดยจะผ่านเส้นทาง จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นครนายก พระนครศรีอยุธยา และ จ.สระบุรี
โดยทางการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ปตท. ได้เชิญทหาร ประชาชน เจ้าหน้าที่ และตัวแทนจากวัดในพื้นที่ที่มีการวางท่อก๊าซพาดผ่านของท่อก๊าซใน จ.พระนครศรีอยุธยา มี 3 อำเภอ 12 ตำบล 40 หมู่บ้าน คือ อ.วังน้อย อ.อุทัย อ.ภาชี 
ได้เข้าร่วมรับฟังแสดงความคิดเห็น ว่ามีผลดีและผลกระทบกับชุมชนหรือไม่อย่างไร ซึ่งตอนนี้อยู่ในระยะขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ในการวางท่อก๊าซ ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างการขุดเจาะเพื่อวางท่อส่งก๊าซต่อไป
 
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5ERXlPVGMzTlE9PQ==&subcatid=

 วันที่ 24 ต.ค. สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ว่า เมื่อเวลา 08.27 น. เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.6 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางที่หมู่ 7 ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ความลึก 7 กม. จังหวัดพะเยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย ซึ่งไม่พบความเสียหายในเบื้องต้นแต่อย่างใด

 นายพิทักษ์ชน แข่งขัน นายกเทศมนตรีตำบล(ทต.)บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ เปิดเผยว่า ขณะที่เกิดเหตุเป็นเวลา 08.27 น. ประชาชนในพื้นที่สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแต่ไม่แรงมากนัก ทางเทศบาลฯ ได้ประสานงานไปยังผู้นำและสอบถามประชาชนในพื้นที่ หมู่ 7 แล้ว ไม่มีรายงานความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้รายงานความคืบหน้าแก่ทางอำเภอและจังหวัดทุกระยะ ขณะเดียวกันทางศูนย์ข้อมูลของ ทต.บ้านถ้ำ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลมิเดีย และไลน์ มีการแจ้งข้อมูลกันตลอดเวลา

 ด้านนายเสกสรรค์ ไชยวุฒิ รองนายก ทต.บ้านถ้ำ กล่าวว่า จุดศูนย์กลางที่เกิดเหตุในหมู่ 7 เป็นพื้นที่ซึ่งเรียกกันว่าดงดินดัง ทั้งนี้ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุในอดีตประมาณ 20 ปีมาแล้ว เคยเล่าให้ฟังว่าเส้นทางดังกล่าวเวลามีการเดินทางผ่านในจุดนั้น มักจะได้ยินเสียงดัง ตึงๆ อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากใต้ดินอาจจะกลวงและเป็นโพรง จึงมีเสียงดัง แต่หลังจากที่ทางท้องถิ่นได้ทำการพัฒนาถนนดงดินดังด้วยการเทคอนกรีตทับลงไป ทำให้ไม่ได้ยินเสียงอีกเลย
 
ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000122124
 
alt
อุบลราชธานี - ทหารชุดประสานงานที่ 2 กองกำลังสุรนารี ร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย สกัดจับรถขนไม้พะยูงไปลงเรือข้ามแม่น้ำโขง ผู้ต้องหาวัยรุ่น 2 คน และบุกยึดไม้พะยูงกลางไร่มันสำปะหลังได้อีกราย-
       
       เมื่อเวลา 02.30 น. วันนี้ (23 ต.ค.) ร.ต.สุรชัย มุ่งดี หัวหน้าชุดประสานงานที่ 2 กองกำลังสุรนารี ร่วมกับชุดปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง สภ.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริก สืบทราบจะมีการลำเลียงไม้พะยูงที่ตัดออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ บุณฑริก-ห้วยยอดมน อ.บุณฑริก จึงนำกำลังไปสกัดจับหน้าตู้ยามห้วยข่า
       
       พบรถกระบะโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บบ 7020 ชัยภูมิ มีหลังคาเหล็กคลุมกระบะวิ่งผ่านมา จึงส่งสัญญาณเรียกหยุดตรวจค้น พบไม้พะยูงท่อนกลมถากใหม่ ยาวท่อนละ 2 เมตร 74 ท่อน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จึงจับกุมนายนิวัฒน์ โคตรสา อายุ 26 ปี คนขับ และนายสา (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ทั้งสองคนเป็นราษฎร ต.พังเคน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
       
       ทั้งคู่รับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างคนละ 10,000 บาทจากนายทุนทำไม้ใน อ.เขมราฐ ให้มาขับรถคันดังกล่าวเพื่อนำไม้ไปลงเรือข้ามแม่น้ำโขงส่งไปประเทศที่สาม จึงแจ้งข้อหามีไม้พะยูงหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
       
       ส่วนอีกราย สายวันเดียวกัน นายสมเกียรติ แก้วรัตน์ นายอำเภอบุณฑริก นำกำลังอาสาสมัคร ร่วมกับทหาร และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.8 อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย เข้าตรวจค้นกระท่อมนา ทางทิศใต้บ้านคำบาก ต.ห้วยข่า หลังได้รับแจ้งจากราษฎรว่ามีการซุกซ่อนไม้พะยูงเอาไว้ เมื่อไปถึงไม่พบใครเป็นเจ้าของกระท่อม ตรวจในไร่มันสำปะหลังพบไม้พะยูงท่อนกลมตัดใหม่ยาวท่อนละ 1 เมตร 8 ท่อน พร้อมรถเข็นลำเลียงไม้ 2 คัน จึงยึดของกลางทั้งหมดมาเก็บรักษา และจะติดตามจับเจ้าของกระท่อมที่ลักลอบตัดไม้พะยูงมาดำเนินคดีต่อไป

 
ตราด - พบแมงกะพรุนสี ตายเกยชายหาดยาวกว่า 500 เมตร ชี้เป็นธรรมชาติ บอกเดือนพฤศจิกายนจะเกิดแมงกะพรุนสีอีกครั้ง หากอากาศเป็นใจ
       
       
จากปรากฏการณ์แมงกะพรุนสีบริเวณชายหาดราชการุณย์ เขาล้าน ต.แหลมกลัดอ.เมือง จ.ตราด ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้จากการนำเรือประมงมารับนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมปรากฏการณ์ธรรมชาติจำนวนมาก ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
       
       
บ่ายวันนี้ (23 ต.ค.) นายอัศวิน ถาวรศิริชาวประมงพื้นบ้านบ้านคลองมะนาว ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และนายเอกรัฐถาวรศิริ ลูกชาย ได้เดินทางไปทำประมงตามปกติ พบว่ามีแมงกะพรุนสีลอยขึ้นมาตายอยู่ตามชายหาด ตั้งหาดราชการุณย์ หาดเซนทาราหาดพลอยแดง และหาดมุกแก้ว จึงได้แจ้งให้สื่อมวลชนเดินทางไปพิสูจน์
       
       
หลังเดินทางด้วยเรือประมง 45 นาที พบแมงกะพรุนอยู่ริมทะเลรวมตัวกันเป็นก้อน และถูกคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง ส่วนใหญ่จะตายแล้วโดยมีความหนาเป็นชั้น ระยะทางยาว 400-500 เมตร
       
       
นายอัศวิน กล่าวว่าการที่แมงกะพรุนสีรวมตัวกันเพื่อผสมพันธุ์ตามฤดูกาลซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หลังผสมพันธุ์ และออกลูกแล้วก็จะเสียชีวิตและถูกน้ำทะเลซัดเข้าชายฝั่ง บางตัวอาจยังไม่ตายแต่ก็ไม่มีแรงโต้คลื่นเมื่อน้ำลงก็จะค้างอยู่บนชายหาด ทับถมกันเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็นเป็นประจำทุกปี แต่ที่ผ่านมา ไม่ปรากฏเป็นข่าวเหมือนปีนี้
       
       
สำหรับปีนี้แมงกะพรุนสีที่หาดราชการุณย์ไม่ขึ้น และมีสีไม่หลากหลายเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้แมงกะพรุนสีมีน้อยและระยะเวลาไม่นานเหมือนทุกปี แต่เชื่อว่าในเดือนพฤศจิกายนจะมีปรากฏการณ์แมงกะพรุนสีอีกรุ่นมาขึ้นที่หาดราชการุณย์ เนื่องอากาศดีและเหมาะสม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมกันได้

 
Read More ...