porno

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000100756

       ศูนย์ข่าวศรีราชา - พบซากโลมาตายเกยหาดพัทยาเป็นตัวที่ 3 ในรอบ 2 วัน เจ้าหน้าที่คาดกระแสน้ำเปลี่ยนทิศเลยพัดพาโลมาไปติดอวนตาย
       วันนี้ (2 ก.ย.) ศูนย์วิทยุสีคราม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบซากโลมาตายลอยมาติดโขดหินอยู่บริเวณแหลมดารา หลังโรงแรมเครปดารา ในซอย 20 ถนนพัทยา-นาเกลือ หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา เดินทางไปตรวจสอบ
       ที่เกิดเหตุพบซากโลมาหัวขวด ไม่ทราบเพศ ยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ลอยอยู่ในทะเลติดกับโขดหินในสภาพกำลังเน่าเปื่อย ตามรัวมีร่องรอยคล้ายถูกอวนบาดจนเป็นแผล คาดว่าน่าจะตายมาแล้วราว 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จึงใช้เชือกลากขึ้นมาไว้บนฝั่งเพื่อทำการเก็บกู้ซากส่งศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุตายที่แน่ชัด
       สอบถามนายสมเดช กอโคกกรวด อายุ 43 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมเครปดารา เล่าว่า ขณะเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่บริเวณชายหาดอยู่นั้น จู่ๆ เหลือบไปเห็นซากโลมาตัวดังกล่าวติดอยู่บริเวณโขดหิน จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาทราบ
       โดยเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (1 ก.ย.) มีโลมาตายลอยมาเกยชายหาดใกล้เคียงกัน 1 ตัว นอกจากนี้ในวันเดียวกันที่บริเวณชายหาดปากทางเข้าถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ก็พบซากโลมาตายอีก 1 ตัวเช่นกันอีกด้วย
       ด้านนายวุฒิชัย คำอ้าย เจ้าหน้าที่นายท้ายเรือของหน่วยกู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ปกติจะมีฝูงโลมาว่ายมาตามกระแสน้ำผ่านอ่าวพัทยาเป็นประจำทุกปี
       ส่วนสาเหตุที่พบซากโลมาตายติดๆ กันหลายตัวเบื้องต้นคาดว่ากระแสน้ำอาจเปลี่ยนไปเพราะเกิดพายุฝน จนทำให้โลมาบางตัวว่ายไปติดอวน หรือถูกใบพัดเรือเฉือนตัว จนทำให้เสียชีวิต และไม่น่าจะตายตามธรรมชาติ

 

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/447476

     เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกว่า 200 นาย เข้าตรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุดกะเสียน-ดงชี จ.อุบลฯ พบนายทุนลักลอบตัดไม้พะยูงจำนวนมาก พบของกลางเป็นไม้รอการขนย้ายประมาณ 10 ต้น รองผู้ว่าฯ สั่งวางกำลังลาดตระเวนเข้มงวด ...
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ย. นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์     
     เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี กว่า
200 นาย เข้าสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุดกะเสียน-ดงชี อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี พื้นที่กว่า 1,700 ไร่ ครอบคลุมตำบลท่าไหและตำบลก่อเอ้ อ.เขื่องใน หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมีกลุ่มนายทุนเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตป่าดังกล่าว
     ภายหลังเข้าตรวจสอบพื้นที่กว่า 2 ชั่วโมง พบไม้พะยูงอายุระหว่าง 10-30 ปี กว่า 10 ต้น ถูกกลุ่มนายทุนทำไม้ลักลอบเข้ามาตัดโค่น แต่ยังไม่ทันลำเลียงออกจากพื้นที่ จึงนำเลื่อนยนต์มาตัดไม้พะยูงออกเป็นท่อนสั้นๆยาว ประมาณ 1 เมตร ได้กว่า 100 ท่อน แล้วลำเลียงออกไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยอนุรักษ์ป่าไม้อำเภอเขื่องใน
     นอกจากนั้น การเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุดกะเสียน-ดงชี ในครั้งนี้ ยังพบตอไม้พะยูงเก่า ที่กลุ่มลักลอบไม้เข้ามาตัดโค่นและลำเลียงไม้ออกไปแล้วกว่า 100 ตอด้วย นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำอำเภอร่วมกับเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าไม้และตำรวจ จัดชุดลาดตระเวนติดตามความเคลื่อนไหวและเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้กลุ่มลักลอบตัดไม้ เข้ามาตัดไม้ในป่าสงวนแห่งชาตินี้ได้อีก เพราะในป่านี้ยังเหลือต้นพะยูงอยู่อีกเป็นจำนวนมาก.

 

ที่มา :http://www.thairath.co.th/content/447507


     ผอ.สำนักป้องกันฯ กรมอุทยานฯ พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลุยตรวจบ้านตากอากาศหรู ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี สร้างรุกที่อุทยานฯ พร้อมตรวจยึดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ...
     เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ก.ย.57 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ผู้อำนวยสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้า กรณีที่กรมอุทยานฯตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการบุกรุก 4 อุทยานในกาญจนบุรี เบื้องต้นผลการปฏิบัติงาน พบการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯเอราวัณ โดยมีการตรวจยึดรีสอร์ตหรูทรงสเปน สูง 3 ชั้น 1 แห่ง และตรวจสอบบ้านพักตากอากาศอีก 3 แห่งที่อยู่ใกล้กัน 

     โดยมี นายธรรมรัฐ วงศ์โสภา ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ปธ.คณะกรรมการตรวจสอบการบุกรุก 4 อุทยานฯ จ.กาญจนบุรี นายวัฒนา มาปุก ผอ.ส่วนอนุรักษ์ และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หน.อุทยานฯเอราวัณ นายฐิติ โสมภีร์ หน.อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ รายงานความคืบหน้า มี นายวิโรจน์ โรจนจินดา หน.อุทยานฯเขื่อนเขาแหลม นายพงศ์สรรค์ ดิษฐานุพงศ์ หน.อุทยานฯลำคลองงู นายกฤติน หลิมตระกูล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ช่วยปฏิบัติราชการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติฯทั้ง 4 แห่ง เข้าร่วมรับฟัง โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงแล้วเสร็จ

     หลังจากนั้น นายศักดิ์ดา พร้อมคณะกรรมการฯ ร่วมลงพื้นที่ดูบ้านที่ตรวจยึดและบ้านที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยจุดแรกไปบ้านพักตากอากาศ ทรงสเปนสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมหน้าผา ติดอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เลขที่ 59/1 หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ป่าไผ่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึด เนื่องจากตรวจสอบพบว่า พื้นที่แปลงดังกล่าวอยู่นอกแปลงสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิ.ย.2541 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายสีเหลืองไปติดเอาไว้เพื่อประกาศว่า บ้านพักตากอากาศหลังดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และระบุว่าพื้นที่บริเวณนี้ได้ตรวจยึดดำเนินคดีแล้ว ห้ามบุคคลใดเข้าทำประโยชน์โดยเด็ดขาด

จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านพักตากอากาศที่สร้างเรียงกัน จำนวน 3 หลัง โดยมีนางปทุมทิพย์ บุญรัตน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีบ้านอยู่บริเวณเดียวกัน นำตรวจสอบ โดยนางปทุมทิพย์ กล่าวว่าบ้านทั้ง 3 หลัง ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศ แต่เป็นบ้านพักอาศัยของลูกชาย ลูกสาว และลูกเขย คนละหนึ่งหลัง ซึ่งที่ดินบริเวณดังกล่าวครอบครองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 และบ้านทั้ง 3 หลัง ครอบครัวก็ช่วยกันสร้างขึ้นมาเอง เนื่องจากสามีเป็นช่างอยู่แล้ว โดยใช้เงินสร้างหลังละประมาณ 500,000 บาท และสร้างเสร็จไม่นาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารเพื่อขอบ้านเลขที่

     หลังการลงพื้นที่ดูสภาพการปฏิบัติงาน นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ผู้อำนวยสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า สำหรับบ้านพักตากอากาศทรงสเปนสูง 3 ชั้น เลขที่ 59/1 หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน จากสภาพที่ใหม่อยู่ คาดว่าคงสร้างแล้วเสร็จมาประมาณ 2 ปี มูลค่าก่อสร้างเบื้องต้นประเมินที่ประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายกรมอุทยานแห่งชาติมาติดแสดงการตรวจยึดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดพิกัดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกแปลงสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิ.ย.2541 อย่างชัดเจน

     นายศักดิ์ดา เปิดเผยต่อว่า สำหรับบ้านพักอีก 3 หลัง ที่เข้าตรวจสอบพร้อมกันเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าอยู่ในแปลงสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิ.ย.2541 ซึ่งก็ไม่ได้มีการตรวจยึดแต่อย่างใด.

 

ที่มา :http://www.thairath.co.th/content/447494

     อัศจรรย์! พบปรากฏการณ์ กุ้งเดินขบวนในช่วงเวลากลางวัน ที่แก่งลำดวน จ.อุบลราชธานี จนท.เผยศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ เผยปกติจะพบในเวลากลางคืน คาดเป็นเพราะท้องฟ้าหลัว ระดับน้ำพอเหมาะ...

alt


     ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ก.ย.57 ที่ แก่งลำดวน ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้เกิดปรากฏการณ์ กุ้งเดินขบวนขึ้นในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งปกติแล้วกุ้งจะมาเดินขบวนกันในเวลากลางคืนเท่านั้น

     น.ส.วาสนา ไหมพรม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่าอุบลราชธานี กล่าวว่า ปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวนนี้ จะสามารถพบเห็นหรือชมได้เพียงที่แก่งลำดวน จึงเรียกได้ว่าเป็นอันซีนไทยแลนด์ ในแต่ละปีจะได้ชมปรากฏการณ์ในช่วงฤดูน้ำหลาก ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ของทุกปีเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้จะเริ่มเห็นกุ้งเดินสวนกระแสน้ำบ้างแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2557 เป็นต้นมา แต่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกุ้งเดินสวนกระแสน้ำขึ้นมาค่อนข้างน้อย เพราะฝนทิ้งช่วง แต่ล่าสุดเช้าวันนี้ กลับพบฝูงกุ้งฝอย มาเดินขบวนบนพลาญหินบริเวณลานพันรู ทวนกระแสน้ำตกแก่งลำดวน เพื่อไปวางไข่ ยังแหล่งต้นน้ำ บนเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งปกติจะพบเห็นเฉพาะช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาพบกุ้งเดินขบวนในเวลากลางวัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

     น.ส.วาสนา ไหมพรม กล่าวอีกว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว น่าจะเป็นเพราะเกิดฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา และฝนยังตกต่อเนื่อง สภาพอากาศสลัว แสงแดดน้อย คล้ายเวลากลางคืน และระดับน้ำพอเหมาะ คือท่วมแก่งลำดวน จึงเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ทำให้กุ้งมาเดินขบวนในเวลากลางวันก็เป็นได้

     สำหรับปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวนสวนกระแสน้ำนี้ สามารถชมได้เพียงแห่งเดียวที่บริเวณแก่งลำดวน ในช่วงฤดูน้ำหลาก และในระยะที่จะต้องมีฝนตก โดยกุ้งฝอยจำนวนมากจะขึ้นไปผสมพันธุ์ และวางไข่บริเวณตอนบนของลำน้ำ บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก โดยเมื่อมาถึงบริเวณลานพันรู แก่งลำดวน ที่มีโขดหินเป็นแก่งหิน กระแสน้ำที่ไหล่ลงมาจากเทือกเขาพนมดงรักจะไหลแรงมาก กุ้งไม่สามารถว่ายน้ำขึ้นไปได้ จึงได้ไต่ตามโขดหินเป็นระยะๆ โดยทั่วไปจะเห็นปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวนเฉพาะในช่วงกลางคืนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ศึกษาธรรมชาติได้กำหนดข้อปฏิบัติ สำหรับการชมปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวน โดยประชาชนนักท่องเที่ยวจะต้องไม่จับหรือสัมผัสตัวกุ้ง รวมทั้งจะต้องใช้แสงสว่างที่เหมาะสมในการชมกุ้งเดินขบวนด้วย

 

ที่มา :http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=563374

 

     ลำน้ำชี ล้นตลิ่งหลากท่วม 2 หมู่บ้าน จ.ชัยภูมิ  ชาวบ้านขนของหนีอลหม่าน กระทบกว่า 300 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายมากกว่า 5,000 ไร่

     หลังเกิดน้ำป่าทะลักจากเทือกเขาพังเหย เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายมากกว่า 5,000 ไร่ ในเขต 2 ตำบล ที่ ต.โคกสะอาด และ ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ และซัดฝายโครงการก่อสร้างประตูน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำอาจารย์จื่อ(ลำเชียงทา) แตกเสียหายเป็นความยาวมากกว่า 50 เมตร และทำให้น้ำป่าหลากทะลักลงสู่ลำน้ำชี จนล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมใน 2 หมู่บ้าน ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน ที่บ้านห้วยเหนือ หมู่ 18 และบ้านห้วย หมู่ 8 ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า สูงกว่า 1.5 - 2 เมตร และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนราษฎรกว่า 300 หลังคาเรือนแล้ว ขณะนี้ผู้ ใหญ่บ้าน ได้เร่งสำรวจและเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้ลำชีทั้งหมด ให้เร่งอพยพสิ่งของมีค่าขนสู่ที่สูงเป็นการด่วนด้วย เพราะระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

 
Read More ...