ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/477282

     เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรฯ และนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เข้าร่วม โดย พล.อ.ดาว์พงษ์แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมพิจารณาใน 3 เรื่อง คือ 1.การเสนออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี เข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกจะมีการพิจารณาในการประชุมปี 2559 ว่าจะรับรองให้เป็นมรดกโลกอย่างสมบูรณ์หรือไม่  2.การเสนออนุสรณ์สถาน สถานที่ และพื้นที่ทางวัฒนธรรมใน จ.เชียงใหม่ เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยใน 2 เรื่องนี้จะนำเข้าขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันที่ 27 ม.ค.นี้

     พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 3.คือ รายงานสถานภาพการอนุรักษ์พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตามมติคณะกรรมการมรดกโลก เช่น การลักลอบตัดและค้าไม้พะยูง การบุกรุกพื้นที่รวมถึงการพัฒนารีสอร์ต การเลี้ยงปศุสัตว์ที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น โดยไทยจะจัดส่งรายงานสถานภาพการอนุรักษ์พื้นที่ไปยังศูนย์มรดกโลกประเทศฝรั่งเศส ภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ เพื่อให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาก่อนมีมติในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งตนเชื่อว่ากลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่จะไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตรายแน่นอน

     ด้านนายวีระกล่าวว่า กรมศิลปากรได้มีการจัดทำเอกสารรายงานฉบับภาษาอังกฤษ ทั้งของภูพระบาทและ จ.เชียงใหม่เพื่อส่งให้คณะกรรมการมรดกโลกเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 
ที่มา : http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNEVN5801260010005

คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีมติบรรจุอุทยานประวัติศาตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
 
คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีมติบรรจุอุทยานประวัติศาตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยจะเสนอให้ยูเนสโกพิจารณาในวันที่ 20 กุมภาพันธุ์นี้
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก พร้อมด้วย พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 1/2558 โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีมติเห็นชอบให้บรรจุอุทยานประวัติศาตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยจะเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลก(ยูเนสโก)พิจารณาในวันที่ 20 กุมภาพันธุ์นี้ คาดว่าจะรู้ผลขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือไม่ประมาณเดือนมิถุนายน 2559 พร้อมทั้งให้ขึ้นทะเบียนบัญชีรายชื่อเบื้องต้นอนุสรณ์สถาน สถานที่ และพื้นที่ทางวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ เมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ให้ศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส ฝรั่งเศส ประมาณวันที่ 20 มิถุนายนนี้
 
ขณะที่ พลเอกดาว์พงษ์ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหามรดกโลก ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 2 ของประเทศไทย หลังพบปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง การสร้างเขื่อนในเขตมรดกโลก และการสร้างถนนสาย 304 จนอาจกระทบต่อการถูกเสี่ยงถอดถอนเป็นมรดกโลกในปี 2558 ซึ่งประเทศไทยได้รายงานสถานะภาพและแผนเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการสร้างแผนและแนวทางแก้ปัญหาป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูง การบุกรุกพื้นที่ป่ามรดกโลก และการสร้างทางเชื่อมเส้นทางระหว่างผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน "คอริดอร์" เส้นทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-ปักธงชัย เพื่อใช้เป็นเส้นทางข้ามของสัตว์ป่าต่างๆให้คณะกรรมการมรดกโลกรับทราบ เชื่อว่าการแก้ปัญหาอย่างจริงจังของไทยจะไม่ถูกปลดออกจากมรดกโลก ทั้งนี้ เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาคณะกรรมการมรดกโลก(ยูเนสโก) ให้ปรับแก้ภัยคุกคามต่างๆ ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหาและเตรียมจัดส่งเอกสารรายงานสถานภาพมรดกโลก ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ให้สำนักงานมรดกโลกในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ จากนั้นในเดือนมิถุนายน 2558 ยูเนสโกจะมีมติออกมาว่ากลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่จะถูกปรับสถานะไปอยู่ในบัญชีที่เป็นภัยคุกคามหรือไม่
 

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/296789/%E0%B8%95%E0%B8%AD.%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%

ตอ.เฉียงเหนือสหรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินพายุหิมะ

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ว่านายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉินและระดมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุฤดูหนาว "จูโน" ที่ว่ากันว่ามีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

alt

     คูโมโอกล่าวด้วยว่า ระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดในนครนิวยอร์ก ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทาง รถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน จะปิดให้บริการในเวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และออกคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกเคหะสถานใน 13 เขตหลังเวลาดังกล่าวจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใดฝ่าฝืนอาจต้องโทษปรับเป็นเงินสูงถึง 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 42,900 บาท ) ขณะที่ผู้จัดละครเวทีบรอดเวย์ การแสดงคอนเสิร์ต และการแข่งขันบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ พร้อมใจกันระงับกำหนดการในระยะนี้ชั่วคราว

     ทั้งนี้ นอกเหนือจากรัฐนิวยอร์กแล้ว นายคริส คริสตี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ นายชาร์ลี เบเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแมตซาชูเซตส์ และนายแดนเนล มัลลอย ผู้ว่าการรัฐคอนเนตทิคัตซึ่งอยู่ใกล้เคียง ประกาศภาวะฉุกเฉินจากพายุหิมะเช่นกัน พร้อมทั้งสั่งห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในหลายเขตด้วย  ด้านสถานที่ราชการปิดให้บริการชั่วคราวโดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจากที่บ้านแทน ส่วนโรงเรียนและบริษัทเอกชนเลิกเร็วกว่ากำหนด

     นอกจากนี้ อิทธิพลของพายุหิมะจูโนยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบขนส่งมวลชนทางอากาศ สนามบินหลายแห่งในพื้นที่ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐระงับให้บริการเที่ยวบินรวมกันแล้วกว่า 6,700 เที่ยว  ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางระหว่างนครนิวยอร์ก เมืองบอสตัน และเมืองฟิลาเดลเฟีย

     สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นดับเบิลยูเอส ) ออกประกาศเตือนภัยประชาชนที่อาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ให้เตรียมรับมือหิมะที่อาจตกสะสมหนาถึง 90 เซนติเมตร และกระแสลมที่มีความรุนแรงถึง 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

 

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/regional/296773/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%

ไฟไหม้บ่อกำจัดขยะเมืองรถม้า วอดกว่า 30 ไร่ เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงสกัด ยังคงดับไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านเริ่มได้รับผลกระทบจากกลิ่นควันเหม็นตลบอบอวล

alt

     เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเขลางค์นคร จ.ลำปาง นำรถดับเพลิง 5 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 10 นาย รีบรุดเข้าไปที่บริเวณบ่อกำจัดขยะในเขตบ้านกล้วยม่วง หมู่ 3 ต.กล้วยแพะ อ.เมือง จ.ลำปาง หลังเกิดเหตุมีเพลิงลุกไหม้เป็นบริเวณกว้าง ลุกลามไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ไร่ ส่งผลทำให้มีกลิ่นควันเหม็นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามเร่งดับไฟในบ่อขยะ แต่ยังไม่มีทีท่าจะควบคุมเพลิงไว้ได้

     นายอมร ทองประดิษฐ์ ปลัดเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร เปิดเผยว่า ไฟไหม้กองขยะที่อยู่กระจัดกระจายมากกว่า 100 กอง กินพื้นที่กว่า 30 ไร่แล้ว จากพื้นที่ทิ้งขยะทั้งหมด 400 กว่าไร่ โดยไฟได้ไหม้บ่อขยะตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น.เบื้องต้นรปภ.ในบ่อขยะได้ใช้ความพยายามดับไฟแต่ก็เอาไม่อยู่ ทั้งนี้ได้ประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลนครลำปางให้เข้ามาช่วยทำการดับไฟแล้ว จากเหตุการณ์ดังกล่าวขณะนี้พบว่า ได้มีหมอกควันไฟ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ ต.กล้วยแพะ บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงพยายามฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าไฟจะดับลง

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/477155

เจออีกตัว "โลมาหัวบาตร" ตายลอยเกยหาดที่ อ.ปะทิว หลังจากเมื่อวันก่อนมี "ทวดเต่า" ตายที่ชายหาดทุ่งตะโก นักอนุรักษ์เผย ในรอบเดือน ม.ค. มีสัตว์ทะเลหายากถูกคลื่นซัดเกยหาดในพื้นที่ชุมพรแล้ว 5 ตัว

     นายอติชาต อินทองคำ นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจาก นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอปะทิวว่า มีชาวบ้านพบโลมาตายเกยหาดที่บริเวณหน้าร้านวิลล่า รีสอร์ต หมู่ 5 ต.สะพลี จึงเดินทางไปตรวจสอบ

     พบโลมาหัวบาตรหลังเรียบ เพศผู้ ความยาว 1.44 เมตร หนัก 25.2 กก. สภาพเริ่มเน่าเปื่อย หนังเริ่มหลุดล่อน เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่ได้นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง

     ด้าน น.ส.ชิดสุภางค์ ชำนาญ เลขานุการสมาคมเพื่อสิ่งแวดล้อม จ.ชุมพร กล่าวว่า ในช่วงเดือนมกราคมนี้ พบสัตว์ทะเลหายากถูกคลื่นซัดเกยหาดในพื้นที่ จ.ชุมพรแล้ว 5 ตัว เป็นเต่า 4 ตัว โลมา 1 ตัว

     โดยตัวแรกวันที่ 8 ม.ค. พบลูกเต่ากระ อายุ 1-2 ปี หนัก 1.2 กก. ยังไม่ตายสภาพอ่อนแรงที่อ่าวทุ่งมะพร้าว ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร วันที่ 12 ม.ค. พบเต่าตนุหนัก 50 กก. คลื่นซัดมาเกยหาดตายอยู่ที่ปากคลองหัวท่า ต.วิสัยเหนือ อ.เมืองชุมพร วันที่ 13 ม.ค. เป็นลูกเต่าตนุคลื่นซัดขึ้นมาเกยหาดอ่าวสะพลี หมู่ 5 อ.ปะทิว ตัวที่ 4 เต่าตนุหนัก 150 กก. ตายที่หาดหมู่ 5 ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก และล่าสุดวันนี้ ตัวที่ 5 เป็นโลมาตายเกยหาดที่ ต.สะพลี ดังกล่าว

 
Read More ...