hd porno izle mobil porno sex hikayeleri travesti izle
ข่าวสิ่งแวดล้อม

ข่าวสิ่งแวดล้อม

ที่มา : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=696126

ชาวราชบุรีโวยน้ำจากบ่อบาดาลส่งกลิ่นเหม็นคล้ายสารระเหย ไร้หน่วยงานเหลียวแล หวั่นได้รับอันตราย

ชาวบ้านใน ม.1 และ ม.2  ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้ไปรวมตัวกันบริเวณบ่อบาดาล ที่ทางหน่วยงานทหารของกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ ได้เข้าไปทำการขุดเจาะเพื่อช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง หลังพบว่าน้ำจากบ่อบาดาลแห่งนี้มีกลิ่นเหม็น คล้ายมีสาระเหยปนเปื้อนในน้ำ ทำให้ไม่กล้าเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตราย โดยนายจำเนียร จินดาโชติ  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.น้ำพุ ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่บ่อบาดาลร่วมกับชาวบ้าน กล่าวว่า จากการที่ได้สัมผัสน้ำบาดาลที่ทหารเข้ามาขุดเจาะให้พบว่าน้ำมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับกลิ่นที่ได้รับเหมือนกับน้ำในลำห้วยและในบ่อใกล้โรงงานกำจัดขยะแห่งหนึ่งในพื้นที่ ที่ทางกรมควบคุมมลพิษเคยมาตรวจแล้วพบมีสารตกค้างที่เกินค่ามาตรฐาน ตนจึงรู้สึกเป็นห่วงชาวบ้าน แต่เบื้องต้นได้แจ้งไปทางหน่วยงานทหาร เพื่อให้นำน้ำไปตรวจแล้วแต่ผลยังไม่ออกมา ซึ่งบ่อแห่งนี้อยู่ห่างจากโรงงานประมาณ 1.5 กิโลเมตร

ด้าน นางเนตร สุขโชติ อายุ 55 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ใช้น้ำจากบ่อบาดาลแห่งนี้ กล่าวว่าน้ำมีกลิ่นเหม็นมาก  ไม่สามารถนำไปซักผ้า หรือหุงข้าวได้ ซึ่งบางครั้งนำไปรดต้นไม้หน้าบ้าน ก็พบว่ามีบางส่วนเริ่มแห้งเหี่ยว ตอนนี้ต้องซื้อน้ำมาใช้ดื่ม และหุงข้าวทำกับข้าวส่วนน้ำที่อาบนั้นก็ต้องใช้น้ำจากบ่อบาดาลแห่งนี้เพราะไม่รู้ว่าจะเอาน้ำที่ไหนมาอาบและยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรหรือไม่ ซึ่งทางนายจำเนียร ได้เชิญชาวบ้านมาร่วมพูดคุยพร้อมกับชี้แจงว่าได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับทางอำเภอเมืองได้รับทราบแล้ว ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะมีการแก้ปัญหาอย่างไร
 

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/123768

วันที่ 2 พฤษภาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งข่าวดีจากนายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่า เจ้าหน้าที่ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นำโดย นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำว่า กล้องแคมเมร่า แท็ปส์ ซึ่งติดเอาไว้ในพื้นที่ป่าใกล้กับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำสามารถถ่ายภาพลูกเสือ 2 ตัว ตัวผู้และตัวเมีย ได้ โดยทั้ง 2 ตัวนั้นเป็นลูกของ HKT212 แม่เสือตัวหนึ่งในห้วยขาแข้ง ที่ถูกขบวนการล่าเสือโครงฆ่าตาย โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับได้ ขณะที่แม่เสือ HKT212 ถูกถลกหนัง และตัดหัวเตรียมตัวจะเอาไปขาย ซึ่งตอนแรกนั้น คาดการณ์กันว่า HKT212 ซึ่งเป็นเสือแม่ลูกอ่อน กำลังเลี้ยงดูลูกน้อย 2 ตัววัย 7-8 เดือน เมื่อแม่เสือถูกฆ่าตาย ลูกเสือคงจะตายไปด้วยแน่ๆ เพราะวัยขนาดนั้นยังไม่สามารถหากินได้ด้วยตัวเอง
 

alt

ลูกเสือตัวเมีย

“เราดีใจกันมาก เมื่อเห็นภาพจากกล้องแคมเมรา แท็ปส์ ที่ภาพยืนยันชัดเจน เกี่ยวกับลายเสือทั้ง 2 ตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เคยถ่ายภาพเอาไว้ได้เมื่อครั้งที่ เจ้า 2 ตัวนี้เกิดใหม่ ยืนยันได้ว่า ลูกทั้ง 2 ของ แม่ HKT212 ยังไม่ตาย เป็นเรื่องที่น่ายินดี และอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง”นายธัญญา กล่าว.
 

alt

ลูกเสือตัวผู้

เมื่อถามว่า ทำไมลูกเสือจึงยังไม่ตาย นายธัญญา กล่าวว่า ส่วนหนึ่งถือเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆ อีกประการคือ เรื่องของประสิทธิภาพการลาดตระเวณเชิงคุณภาพ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ค่อนข้างทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ขบวนการลักลอบล่าเสือ ไม่กล้าเข้ามาสร้างเหตุซ้ำรอยเดิม และประการที่สำคัญที่สุดก็คือ ในบริเวณดังกล่าว มีเหยื่อให้ลูกเสือทั้ง 2 ออกล่าได้ ซึ่งสัตว์ทุกตัวก็มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดอยู่แล้ว อายุ 7-8 เดือน ก็อาจจะจดจำตอนที่แม่ล่าเหยื่อมาให้กินได้ อาจจะล่าสัตว์เล็กๆตามความสามารถเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้คาดว่าลูกเสือทั้ง 2 น่าจะอายุราวๆ 1 ปีแล้ว”นายธัญญา กล่าว

นายศักดิ์สิทธิ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งจากนายสมโภชน์นั้น รู้สึกดีใจอย่างมาก ถือเป็นข่าวดีที่สุดในรอบปี เพราะตอนที่รู้ข่าวแม่เสือ HKT212 ถูกฆ่าตัดหัวถลกหนังนั้น เราเศร้ากันมาก และเป็นห่วงเจ้าเสือน้อยทั้งสองตัวอย่างยิ่ง ในใจกลัวมากว่า มันจะตาย แต่ไม่กล้าพูดออกมาชัดๆ พอเห็นภาพวันนี้ รู้สึกดีใจบอกไม่ถูก เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำทุกคนก็ดีใจกันมากที่ทราบข่าวเรื่องนี้”นายศักดิ์สิทธิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สอด และทหาร นำกำลังจับกุมนายนิพนธ์ อายุ 41 ปี และนายลือไทย อายุ 55 ปี พร้อมรถเก๋งนิสสัน ซันนี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กง 1132 กรุงเทพมหานคร พร้อมซากเสือโคร่ง เพศเมียสดๆ น้ำหนัก 79 กิโลกรัม มีอวัยวะครบทุกส่วน 1 ตัว บรรจุอยู่ในกล่องโฟม อัดด้วยน้ำแข็ง และเกลือ เมื่อนำซากเสือโคร่งมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลภาพถ่าย โดยสังเกตจากลายเสือตามลำตัวพบว่าเสือโคร่งตัวดังกล่าวอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยครั้งแรกสามารถ่ายภาพได้เมื่อปี 2555 และต่อเนื่องจนถึงปี 2558 และพบว่ามีลูกเสืออีก 2 ตัว อายุประมาณ 7-8 เดือน

 

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/123753

วันที่ 2 พฤษภาคม เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เจ้าหน้าที่เร่งทำการนำน้ำใส่ยังบ่อเทียมที่ทางหน่วยงานราชการแล้วหลายภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินการขุดสร้างไว้จำนวน 84 บ่อ ในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง เนื่องในกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติที่ผ่านมา เพื่อสร้างแหล่งน้ำเสริมให้กับสัตว์ป่าได้มีน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้งนี้ที่ส่งผลให้แหล่งน้ำภายในป่านั้นแห้งขอดลงหลายจุดอาจทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ป่า และเพื่อป้องกันการออกหาน้ำนอกพื้นที่ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกล่าหรือทำร้ายประชาชนได้

นายวีรพงศ์ โคระวัตร ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า สภาพของป่าห้วยขาแข้งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สัตว์ป่านานาชนิดเช่น ช้าง วัวแดง กระทิง ควายป่า เก้ง กวาง ต้องไปรวมตัวกันตามแหล่งน้ำซึ่งเหลืออยู่น้อยมากทั้งในลำห้วย ลำธาร ได้แห้งขอดลงอย่างสิ้นเชิง
จึงได้มีการระดมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำรถบรรทุกน้ำไปเติมตามสระน้ำขนาดเล็กที่จัดทำไว้ในพื้นที่ป่าหลายจุด รวมทั้งวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร อีกกว่า 400 บ่อ ที่สร้างไว้รอบพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อให้สัตว์ป่าได้ลงไปกินในระยะนี้ได้บรรเทาความแห้งแล้ง และเพื่อไม่ให้สัตว์ออกไปหากินนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งรบกวนชาวบ้านทำลายพืชไร่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ติดป่ากันชนห้วยขาแข้ง และเพื่อไม่ให้สัตว์ป่าที่อาจจะออกไปหากินนอกเขตนำเชื้อโรคอันไม่พึงประสงค์กลับเข้ามาแพร่เชื้อในป่าห้วยขาแข้ง

พร้อมกันนี้ยังได้จัดชุดลาดตระเวนคอยเฝ้าระวังพรานป่าที่อาจลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในจุดที่สัตว์ลงไปรวมกันเป็นจำนวนมากด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างฝายชะลอน้ำ และสร้างวงบ่อน้ำเพิ่มเติม รวมทั้งสร้างโป่งเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์ในช่วงแล้งนี้ อีกด้วย

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000044410
 

alt

 นครพนม - แก๊งมอดไม้เหิม ลอบตัดพะยูง 100 ปี ขนาด 2 คนโอบในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แม่บ้านตื่นมาเห็นร้องตะโกนจนคนร้ายวิ่งหนีป่าราบ เผยหากขโมยแล้วส่งออกสำเร็จราคาไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
      
       เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (2 พ.ค.) นายกิตติพันธ์ จันทร์นนท์ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ.1 (พนอม) อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม รับแจ้งมีคนร้ายลอบตัดต้นพะยูงอายุกว่า 100 ปี ในพื้นที่ ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจาก กกล.รส.จ.นครพนม นายอรุณ จิตพิมพ์ กำนัน ต.นาใน
      
       ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.นาใน ประมาณ 15 เมตร ริมถนนสายท่าอุเทน-โพนสวรรค์ บ.นาใน หมู่ 1 พบต้นไม้พะยูงอายุประมาณ 100 ปี ขนาด 2 คนโอบ สูง 20 เมตร วัดรอบโคนต้นได้ 200 ซม. ถูกคนร้ายใช้เลื่อยตัดโค่นล้มทับรั้วได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบรั้วลวดหนามมีรอยถูกของมีคมตัดขาด พบสายไฟ 1 เส้นยาว 50 เมตรต่อลากยาวจากเสาไฟริมถนนมาถึงจุดเกิดเหตุ และรถเข็น 1 คัน จึงยึดไว้เพื่อตรวจสอบ
      
       สอบถามนางอ๊อด สนมศรี วัย 59 ปี แม่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.นาใน กล่าวว่า ได้ยินเสียงเลื่อยยนต์กลางดึกและได้ยินเสียงต้นไม้ล้มจึงลุกตื่นขึ้นมากลางดึกในเวลา 00.40 น.ของวันเดียวกันนี้ เปิดประตูส่องดูพบคนร้าย 3 คน กำลังเลื่อยไม้ที่หักโค่นลงใกล้จะขาดจึงตะโกนร้องกระทั่งกลุ่มคนร้ายตกใจตื่นวิ่งหนีผ่านริมรั้วไปตามทุ่งนาออกสู่ถนนใหญ่ไปท่ามกลางความมืด จึงแจ้งให้กำนันและทหารมาตรวจสอบดังกล่าว
      
       ด้านนายกิตติพันธ์กล่าวว่า ไม้พะยูงต้นนี้มีอายุกว่า 100 ปี เป็นที่หมายปองของแก๊งตัดไม้ข้ามชาติ ก่อนตัดรั้วและต่อพ่วงไฟจากเสาไฟริมทางหลวง วัดปริมาตรได้ 2.20 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าในประเทศ 7-8 แสนบาท มีหน้ากว้างประมาณ 70 ซม. หากสามารถลำเลียงเล็ดลอดข้ามแม่น้ำโขงส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำของกลางในที่เกิดเหตุทำบันทึกส่ง สภ.โพนสวรรค์ เพื่อจะได้สืบหาขบวนการแก๊งมอดไม้ต่อไป ซึ่งกระทำการอุกอาจลอบตัดในสถานที่ราชการ ส่วนไม้ที่เลื่อยตัดเป็นท่อนยาวท่อนละ 2 เมตร 10 ท่อน ก่อนจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ. (พนอม) ต่อไป

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000044371
 

alt

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (2 พ.ค.) น.ส.ราตรี จันทรัตน์ ประมงอำเภอละแม จ.ชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า พบซากเต่าตนุขนาดใหญ่ลอยมาเกยชายหาดบางมั่น หมู่ที่ 16 ตำบล นาพญา อ.หลังสวน เขตรอยต่อเขตอำเภอละแม จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดเกิดเหตุบริเวณริมชายหาดบางมั่น ซึ่งเป็นรอยต่อของอำเภอละแม กับอำเภอหลังสวน ห่างจากบ้านเรือนของชาวบ้านประมาณ 500 เมตร พบชาวบ้าน และผู้นำชุมชนกำลังมุงดูซากเต่าทะเลใหญ่ที่ตายลอยมาเกยตื้นอยู่บนชายหาด

        น.ส.ราตรี จันทรัตน์ ประมงอำเภอละแม เปิดเผย ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นเต่าตนุเพศเมีย ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง วัดขนาดในส่วนของกระดองเต่ายาว 100เซนติเมตร กว้าง 90 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม คาดว่ามีอายุมากกว่า 80 ปี

ไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย หรือติดเครื่องมือประมงแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าอาจจะป่วยตาย หรือไม่ก็เต่าอาจจะกินถุงพลาสติก หรือกินอาหารที่เป็นพิษเข้าไป จึงนำไปเก็บไว้ที่ประมงอำเภอ เพื่อประสานให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร ให้มารับซากไปผ่าเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 
Read More ...