30 ตุลาคม 2563 รอลุ้นกลางเดือน พ.ย. นี้ ลูกช้างป่าห้วยขาแข้ง จะเลือกแม่รับตัวไหน

ที่มา: https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9630000112448

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๒ (นครสวรรค์) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย. ๖๓ พบลูกช้างป่าพลัดหลงจากโขลงแม่ (น้องห้วยขาแข้ง หรือพังทับเสลา) รวมเป็นระยะเวลา ๑๘๔วันแล้ว ที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนำมาดูแลอย่างต่อเนื่อง และพยายายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ให้ลูกช้างกลับไปอยู่อย่างเสรีในป่ากับโขลงแม่ให้ได้ แต่ยังไม่สำเร็จ

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้บริหารกรม รวมทั้งทีมงานนายสัตวแพทย์ตระหนักถึงสุขภาพอนามัยของลูกช้างมีความเห็นตรงกันว่า ลูกช้างต้องได้กินนมจากแม่ช้าง เพราะการกินนมปรุงแต่ง หรือนมสำเร็จรูป ลูกช้างจะได้รับธาตุอาหารที่สำคัญไม่เพียงพอ จะส่งผลในระยะยาวต่อสุขภาพอนามัยของลูกช้าง จึงมีความจำเป็นต้องหาช้างแม่รับ ซึ่งเป็นแม่ช้างที่มีลูกเล็กวัยใกล้เคียงกันหรือแม่ช้างที่ยังมีน้ำนมให้ลูกช้างได้กิน การเตรียมความพร้อมในการจะนำลูกช้างไปหาช้างแม่รับ ขณะนี้ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าประสานกับมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ช่วยเป็นธุระในการจัดเตรียมหาช้างแม่รับ ทางมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ เตรียมช้างแม่รับไว้ให้ลูกช้างได้เลือกจำนวน ๕ ตัว ขณะนี้มีแม่ช้างที่อยู่ในพื้นที่เตรียมคอก ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ. ลำปางแล้วจำนวน ๒ ตัว และแม่ช้างอีก ๓ ตัว กำลังเดินทางมาสมทบ ในขณะเดียวกันที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ. อุทัยธานี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลลูกช้างอยู่ ขุนลูกช้างโดยให้ลูกช้างกินอาหารเพิ่มมากขึ้น และฝึกทักษะให้กินหญ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ตอนนี้มีน้ำหนักตัวถึง ๒๖๐ กก. และฝึกซ้อมให้ลูกช้างขึ้นรถบรรทุกเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า เพื่อให้ลูกช้างคุ้นเคยและไม่ตื่นรถ

เมื่อวันที่ ๒๗ ต.ค. ที่ผ่านมา ดร. ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ ผอ. ส่วนสารเทศด้านสัตว์ป่า นายตรศักดิ์ นิภานันท์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นางสาวพิมพ์ชนก สรงมงคล นายสัตวแพทย์ชำนาญการ และนางสาวอังสนา มองทรัพย์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการร่วมกันประเมินสุขภาพ และความพร้อมของลูกช้างป่าพลัดหลงห้วยขาแข้ง ก่อนเคลื่อนย้ายไปหาแม่รับปรากฏว่า ลูกช้างมีสุขภาพแข็งแรงดี ร่าเริง พร้อมแล้วที่จะเดินทางไปหาแม่รับ โดยให้หาไม้มากั้นพื้นที่บนรถบรรทุก เพื่อไม่ให้ลูกช้างเดิน – วิ่งไปมาบนรถได้มากนัก และให้ทำที่พักคอยให้ลูกช้างด้วย และวันที่ ๒๘ ต.ค. ๖๓ นางสาวอังสนา มองทรัพย์ นักวิชาการป่าไม้ปฎิบัติการ นางสาวพิมพ์ชนก สรงมงคล นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๒ (นครสวรรค์) ร่วมเดินทางไปหน่วยพิทักษ์ป่าหัวทุ่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ. ลำปาง เพื่อดูพื้นที่การรองรับช้างแม่รับและลูกช้าง และประเมินการเดินทางไปส่งลูกช้างพบว่า ระยะทางการขนย้ายลูกช้างป่าจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งไปยังจุดเตรียมแม่รับ ระยะทาง ๔๐๔ กม. คาดว่าใช้เวลาในการขนส่งลูกช้างโดยรถบรรทุกประมาณ ๗ ชม. เพื่อไม่ให้ลูกช้างหงุดหงิดกับสภาพอากาศในระหว่างการเดินทาง ควรออกเดินทางในเวลากลางคืน สำหรับการเตรียมความพร้อมของพื้นที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าหัวทุ่ง ซึ่งเป็นจุดปล่อยคืนช้างสู่ธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ. ลำปาง มีการกำหนดเตรียมพื้นที่เพื่อล้อมคอกขนาด ๓๐ x ๕๐ ม. พร้อมทำเพิงหญ้าคาให้ช้างแม่รับ และลูกช้างหลบแดดและหลบฝน ในการจัดเตรียมความพร้อมที่จะให้ลูกช้างและแม่ช้างมาเทียบกัน นายธนิตย์ หนูยิ้มให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คาดว่าประมาณกลางเดือน พ.ย. ๖๓ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๒ (นครสวรรค์เคลื่อนย้ายลูกช้างห้วยขาแข้งพลัดหลง เดินทางไปเลือกแม่รับที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ. ลำปาง และให้ลูกช้างห้วยขาแข้งพลัดหลงตัวนี้อยู่กับช้างแม่รับจำนวน ๑ ตัวที่สามารถเข้ากับลูกช้างได้ดีที่สุด โดยให้อยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ. ลำปางระยะหนึ่ง อาจนาน ๒ – ๓ เดือน จากนั้นผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเมินผลถึงความเหมาะสมสูงสุดว่า จะนำลูกช้างกลับมาที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ. อุทัยธานี หรือจะหาทางปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ. ลำปางต่อไป