ข้อมูลตัวชี้วัด “ระดับน้ำบาดาล คุณภาพน้ำบาดาล และปริมาณการใช้น้ำบาดาล”

ประเทศไทยมีแอ่งน้ำบาดาลทั้งหมด 27 แอ่ง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีสถานีสังเกตการณ์น้ำบาดาล จำนวน 901 สถานี 1,587 บ่อ เมื่อพิจารณาศักยภาพนำ้บาดาลในประเทศไทย พบว่า ใน พ.ศ. 2560 (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2560) มีปริมาณน้ำบาดาลที่กักเก็บรวมทั้งประเทศ 1,137,714 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้ 45,385 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 3.99 ของน้ำบาดาลที่กักเก็บทั้งหมด ในขณะที่ มีปริมาณการใช้น้ำบาดาลในแต่ละปี 14,741 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นการใช้น้ำบาดาลเพื่อเกษตรกรรมมากที่สุด 12,741 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 86.43 รองลงมา คือ การใช้เพื่ออุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรม ตามลำดับ โดยคงเหลือปริมาณน้ำรวม 30,645 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 67.52 (กรมทรัพยากรน้ำบาดาล,2561)

ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำบาดาล ใน พ.ศ. 2560 โดยทั่วไปคุณภาพน้ำบาดาลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้บริโภค แต่บางพื้นที่มีปริมาณแร่ธาตุสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งสภาพปัญหาจะแตกต่างกันไปตามสภาพธรณีวิทยา อุทกธรณีวิทยา และสภาพแวดล้อม โดยสภาพปัญหาของคุณภาพน้ำบาดาลโดยทั่วไป พบว่า มีเหล็กและแมงกานีสในปริมาณที่สูง ทำให้ต้องมีระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีปัญหา โดยสรุปสถานการณ์คุณภาพน้ำบาดาลในแต่ละภาค ได้ดังนี้ (กรมควบคุมมลพิษ, 2561)

ภาคเหนือ พบฟลูออไรด์สูงในน้ำบาดาลจากชั้นตะกอน ชั้นหินแกรนิต ในแนวของรอยเลื่อนในบางแห่งของจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พบน้ำบาดาลเค็มในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นชั้นเกลือหิน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบปัญหาน้ำกร่อยเค็มจากชั้นเกลือหินที่รองรับอยู่ข้างล่าง ทำให้น้ำบาดาลในหินแข็งบริเวณนั้นเค็มและเกิดการแพร่กระจายไปยังชั้นน้ำบาดาลหินตะกอนร่วน ครอบคลุมบริเวณกว้างและยังพบปริมาณไนเตรทสูงในบริเวณที่เป็นชั้นเกลือหินกระจายอยู่ในพื้นที่

ภาคกลาง พบปัญหาน้ำบาดาลกร่อยเค็ม เนื่องจากน้ำทะเลในอดีต (Connate Water) ในพื้นที่บริเวณจังหวัดสระบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี นอกจากนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งบริเวณพื้นที่ชายทะเลที่มีการรุกล้ำของน้ำเค็มจากการสูบใช้น้ำในปริมาณมากจนเกินสมดุล อีกทั้ง พบไนเตรตบางแห่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และกำแพงเพชร พบสารหนูบางแห่งในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ชัยนาท และนครปฐม พบซิลิเนียมบางแห่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และพระนครศรีอยุธยา พบฟลูออไรด์ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ สุโขทัย พบโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอทบางพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ชัยนาท ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา

ภาคตะวันออก พบการปนเปื้อนของตะกั่วและสารหนูที่จังหวัดชลบุรีและระยอง ภาคตะวันตก พบฟลูออไรด์และตะกั่วที่จังหวัดตาก ในขณะที่ พบแมงกานีสที่จังหวัดกาญจนบุรี

ภาคใต้ มีปัญหาน้ำกร่อยเค็มจากการรุกล้ำของน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งด้านอ่าวไทย ทะเลอันดามัน และทะเลสาบสงขลา ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ภูเก็ต พังงา ระนอง ตรัง สตูล และกระบี่

                                                          ปริมาณน้ำบาดาลของประเทศไทย พ.ศ. 2560

30-1

หมายเหตุ : ข้อมูล ณ เมษายน 2560

ที่มา: กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (2561)

 

 

                ระดับน้ำบาดาล และปริมาณการใช้น้ำบาดาลในประเทศไทย พ.ศ. 2560

30-2

ที่มา: กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (2561)

ดาวน์โหลดข้อมูล

1111