ข้อมูลตัวชี้วัด “มูลค่าการผลิต การใช้ การนำเข้า และการส่งออกทรัพยากรแร่”

ใน พ.ศ. 2560 มีมูลค่าการผลิตแร่ประมาณ 72,870 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 18.04 เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2559 ที่มีมูลค่าการผลิต 88,908 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของปริมาณการผลิตเป็นสำคัญ โดยแร่ที่มีปริมาณการผลิตสูงที่สุด คือ หินปูน รองลงมา คือ ลิกไนต์ เมื่อพิจารณา ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2551-2560) พบว่า มูลค่าการผลิตแร่ในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 7.47 ต่อปี

สำหรับการใช้แร่ในประเทศไทยใน พ.ศ. 2560 มีมูลค่า 74,622 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.30 เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2559 ที่มีมูลค่า 77,977 ล้านบาท โดยสินค้าแร่ที่มีปริมาณและมูลค่าการใช้สูงที่สุด คือ หินปูน ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง รองลงมา คือ ลิกไนต์ เมื่อพิจารณาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2551-2560) พบว่า มูลค่าการใช้สินค้าแร่มีแนวโน้มสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.19 ต่อปี

สำหรับการนำเข้าแร่ใน พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าแร่รวมมูลค่า 66,110 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.23 เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2559 ที่มีมูลค่าการนำเข้า 57,874 ล้านบาท โดยแร่ที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงที่สุด คือ ถ่านหินบิทูมินัส รองลงมา คือ ถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงแข็ง เมื่อพิจารณาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  (พ.ศ. 2551-2560) พบว่ามูลค่าการนำเข้าแร่มีแนวโน้มสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.10 ต่อปี

ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าแร่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการส่งออกแร่ใน พ.ศ. 2560 มีมูลค่าประมาณ 12,860 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 36.15 เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2559 ที่มีมูลค่าการส่งออก 20,140 ล้านบาท โดยแร่ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุด คือ ดีบุก รองลงมา คือ แร่ยิปซัม ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2551-2560) พบว่า มูลค่าการส่งออกแร่มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยร้อยละ 3.02 ต่อปี

                            มูลค่าการผลิต การใช้ การนำเข้า และการส่งออกแร่ของประเทศไทย พ.ศ. 2551-2560

11

ที่มา: กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (2561)

ดาวน์โหลดข้อมูล

1111