ทส. พร้อมสานต่องานของมูลนิธิเพื่อนช้าง ขณะที่โซเชียล มีความเห็นต่าง กับการดำเนินงานของมูลนิธิ หลังยอดเงินทะลุเกือบ 21 ล้านบาท ด้านไซไรดา เตรียมทีมกฎหมาย จ่อฟ้องคนโพสต์ข้อความอ้างหากินกับช้าง พร้อมเปิดบัญชีให้สอบ

วานนี้ (19 มี.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและกรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเพื่อนช้าง ได้โฟสต์ข้อความเตรียมยุติบทบาทของมูลนิธิช้างไทย หลังจากยืนหยัดช่วยเหลือช่างไทยมาเป็นเวลา 25 ปี เพราะเจอปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอ และปัญหาของทุนทรัพย์ จนทำให้ชาวโซเชียลออกมาให้กำลังใจกับ โซไรดา เป็นจำนวนมาก รวมทั้งบริจาคเงิน ทำให้มียอดบริจาคเข้ามูลนิธิมากกว่า 21 ล้านบาท ขณะ เดียวกันก็มีทั้งเสียงสนับสนุน และมีความเห็นต่างกับการทำหน้าที่ของมูลนิธิเพื่อนช้าง

น.ส.โซไรดา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยยืนยันว่า ไม่เคยบอกว่าจะปิด แต่บอกว่า หากไม่สามารถที่จะหาบุคลากร และทุนทรัพย์มาก็สมควรให้ยุติ และหากมีหนทางอื่นที่ดำเนินการต่อไปได้ และหากไม่มี การที่มีบุคคลบางคนออกมาตั้งข้อสังเกตกับมูลนิธิ ส่วนตัวและรวมถึงการทำหน้าที่ และงบประมาณ ทำให้ รู้สึกงง หากไม่เห็นใจก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมูลนิธิเพื่อนช้างทำงานเพื่อผลักดันไม่ให้เกิดปัญหาช้างเร่ร่อนในกรุงเทพมานานแล้ว ส่วนในอนาคต เสนอว่า อยากให้มีการตั้งกองทุนช้าง ต้องอยู่ในร่าง พ.ร.บ.ช้างที่ยังไม่ออกมาเป็นกฎหมายได้ เทียบเคียงกับกองทุนสิ่งแวดล้อม จะได้มีเงินสนับสนุนจากรัฐเป็นรายปี และคนที่จะขอใช้เงินกองทุน ก็เปิดกว้างทั้งคนเลี้ยงช้าง มูลนิธิและองค์กรที่ดูแลช้างอื่นๆ ผลักดันมาตลอดแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น

“จริงๆไม่อยากจะตอบโต้ แต่เบื้องต้นได้จะหารือกับฝ่ายกฎหมาย ให้ตรวจสอบข้อความที่โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเอาช้างมาหากิน ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ และกระทบต่อมูลนิธิหรือไม่ เพราะบุคคลที่ออกมา โฟสต์นั้น ก็เป็นคนที่มีหน้าที่การงาน อยากให้ผู้ใหญ่ในองค์กรตรวจสอบ ทั้งนี้พร้อมให้ทุกคนที่บอกว่ามูลนิธิ ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ขอบอกว่า พร้อมที่จะเปิดบัญชีย้อนหลังให้ตรวจทุกบัญชี ทั้งงบดุล รายรับ รายจ่าย เพราะส่วนตัวมั่นใจว่าทีมสัตวแพทย์ทำงานที่นี่ ทำงานเต็มเวลา และทุ่มเทกับงาน ส่วนการทำงานของสถาบันคชบาล ได้ ก็ประสานงานกับมูลนิธิเพื่อนช้างมาโดยตลอดไม่มีปัญหาอะไร”น.ส.โซไรดา ระบุ

น.ส.โซไรดา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยยืนยันว่า ไม่เคยบอกว่าจะปิด แต่บอกว่า หากไม่สามารถที่จะหาบุคลากร และทุนทรัพย์มาก็สมควรให้ยุติ และหากมีหนทางอื่นที่ดำเนินการต่อไปได้ และหากไม่มี การที่มีบุคคลบางคนออกมาตั้งข้อสังเกตกับมูลนิธิ ส่วนตัวและรวมถึงการทำหน้าที่ และงบประมาณ ทำให้ รู้สึกงง หากไม่เห็นใจก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมูลนิธิเพื่อนช้างทำงานเพื่อผลักดันไม่ให้เกิดปัญหาช้างเร่ร่อนในกรุงเทพมานานแล้ว ส่วนในอนาคต เสนอว่า อยากให้มีการตั้งกองทุนช้าง ต้องอยู่ในร่าง พ.ร.บ.ช้างที่ยังไม่ออกมาเป็นกฎหมายได้ เทียบเคียงกับกองทุนสิ่งแวดล้อม จะได้มีเงินสนับสนุนจากรัฐเป็นรายปี และคนที่จะขอใช้เงินกองทุน ก็เปิดกว้างทั้งคนเลี้ยงช้าง มูลนิธิและองค์กรที่ดูแลช้างอื่นๆ ผลักดันมาตลอดแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น

“จริงๆไม่อยากจะตอบโต้ แต่เบื้องต้นได้จะหารือกับฝ่ายกฎหมาย ให้ตรวจสอบข้อความที่โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเอาช้างมาหากิน ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ และกระทบต่อมูลนิธิหรือไม่ เพราะบุคคลที่ออกมา โฟสต์นั้น ก็เป็นคนที่มีหน้าที่การงาน อยากให้ผู้ใหญ่ในองค์กรตรวจสอบ ทั้งนี้พร้อมให้ทุกคนที่บอกว่ามูลนิธิ ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ขอบอกว่า พร้อมที่จะเปิดบัญชีย้อนหลังให้ตรวจทุกบัญชี ทั้งงบดุล รายรับ รายจ่าย เพราะส่วนตัวมั่นใจว่าทีมสัตวแพทย์ทำงานที่นี่ ทำงานเต็มเวลา และทุ่มเทกับงาน ส่วนการทำงานของสถาบันคชบาล ได้ ก็ประสานงานกับมูลนิธิเพื่อนช้างมาโดยตลอดไม่มีปัญหาอะไร”น.ส.โซไรดา ระบุ

สำหรับความเคลื่อนไหวในโซเชียล ซึ่งมีทั้งสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิเพื่อนช้าง และให้กำลังใจ น.ส.โซไรดา และบางส่วนไม่เห็นด้วย ส่วนหนึ่งสนับสนุนให้ภาครัฐดูแลช้าง และมูลนิธิควรยุติบทบาท โดยมองว่าโรงพยาบาลช้างที่รัฐเปิดรักษาให้ฟรี มีอยู่แล้ว

เช่น เฟชบุ๊กของMattana Srikrachang ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง ผู้เชียวชาญด้านช้าง อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า ดีใจที่เห็นคนไทยเห็นความสำคัญของช้าง สนับสนุนมูลนิธิเพื่อนช้าง.เพื่อไม่ให้การดูแล รักษาช้างเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นภาระของภาครัฐมากเกินไปช้างเลี้ยงในไทยมีประมาณ 4,000 เชือก มีจำนวนมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากพม่า ไม่นับรวมช้างป่าอีกประมาณ 3,500-4,000 ตัว) มีโรงพยาบาลช้าง 6 แห่ง เพื่อดูแลสุขภาพของช้าง ตามปางช้างต่างๆ และที่ทำไม้ในสวนป่าสวนยางพาราทั่วประเทศ

ภาคเหนือมี 2 แห่ง อยู่ที่ลำปาง เป็นของรัฐ คือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (สถาบันคชบาล) 1 แห่ง และมูลนิธิเพื่อนช้างอีก 1 แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 แห่ง เป็นของกรมปศุสัตว์ อยู่ที่จ. สุรินทร์ ภาคกลางภาคตะวันตก 2 แห่ง อยู่ที่กำแพงแสน นครปฐม ของม.เกษตรศาสตร์ และอยู่ที่ไทรโยค กาญจนบุรี ของม.มหิดล ที่ภาคใต้อยู่ที่ จ.กระบี่ ของสถาบันคชบาลฯ เรามีคุณหมอช้างเก่งๆในแต่ละด้านหลายท่าน ช่วยกันทำงาน ท่านจะได้ไม่เหนื่อยไม่เครียดกันจนเกินไป

ทุกวันนี้แต่ละท่านก็งานล้นมือกันนะคะ งานบางอย่าง เช่น การดูแลสุขภาพช้าง และ การทำประวัติช้าง เจ้าของการทำงานประวัติเจ็บป่วย ฯลฯ และที่สำคัญ ตอนนี้การตรวจดีเอ็นเอเพื่อใช้ระบุตัวช้างแต่ละตัวเพื่อป้องกันมิให้มีการจับช้างป่าออกมาสวมทะเบียนช้างบ้าน

ที่มา:   http://news.thaipbs.or.th/content/260975