วานนี้ (16 ก.พ.) นายอานนท์ ฟักสังข์ อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอปราณบุรี ทหาร มว.รส.ที่2 ค่ายธนะรัชต์ นายก อบต.ปราณบุรี ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน กว่า 30 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตสับปะรดกระป๋อง บริษัท มาย เอ็นดีเวอร์ (2005) จำกัด ตั้งอยู่เลข 9/8 ที่บ้านนาห้วย ม.ที่ 3 ต.ปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่รับการร้องเรียนจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำเสียของโรงงานมานานหลายปี จนส่งผลกระทบให้ชาวบ้านป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เมื่อสูดดมกลิ่นที่ปล่อยจากโรงงานเข้าไปมีอาการแสบจมูก และนับวันกลิ่นเหม็นจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยในวันนี้ นายธนวัฒน์ ก่อเกียรติตระกูล ประธานกรรมการบริษัทฯ ได้มารับฟังปัญหาจากชาวบ้าน

พร้อมกันนี้ คณะทั้งหมดได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป็นบ่อน้ำเสียของโรงงาน ซึ่งมีด้วยกัน 4 บ่อ ขณะนี้โรงงานได้มีการนำพลาติกสีดำมาคลุมไว้แล้ว ซึ่งทางตัวแทนโรงงานสับปะรดชี้แจงว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีฝนตกหนักในพื้นที่ส่งผลทำให้น้ำกัดเซาะทำลายขอบบ่อน้ำเสียจนพัง ทำให้น้ำเสียไหลเข้าไปปะปนกับบ่อที่บำบัดแล้ว ซึ่งบ่อดังกล่าวไม่มีพลาสติกคลุมทำให้มีน้ำเสียออกมาอยู่ข้างนอกส่งกลิ่นเหม็นออกไป

น.ส.ธนิสรา สะสม ปลัดอำเภอปราณบุรีกล่าวว่า กล่าวว่า ได้มีชาวบ้านบ้านนาห้วย ม.3 เดินทางมาร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอปราณบุรี ว่า ได้รับความเดือนร้อนจากกลิ่นเหม็นจากน้ำเสียโรงงานสับปะรดกระป๋องรบกวน ทำให้ชาวบ้านป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ บางวันอยู่บ้านไม่ได้เพราะทนกลิ่นไม่ไหวจนแสบจมูก ปาก โดยชาวบ้านเคยร้องเรียนหลายหน่วยงานมาแล้วมาครั้งแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข ยังคงส่งกลิ่นออกมาเป็นประจำ

นางจันทิมา คงกะรียน ชาวบ้านกล่าวว่า ชาวบ้านรอบโรงงานได้รับความเดือดร้อนมานานหลายปี หลายรายที่เคยมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย แต่เมื่อต้องทนสูดหลิ่นเหม็นเข้าไปทุกวัน สุขภาพก็แย่ลง ผู้สูงอายุในหมู่บ้านมีการโรคภูมิแพ้ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อยากให้โรงงานแก้ปัญหาความเหม็นที่ชาวบ้านต้องทนเหม็นอยู่ทุกวันโดยเร่งด่วน ชาวบ้านเคยขอร้องมายังโรงงาน และร้องเรียนไปยังหน่วยงานหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขที่ชัดเจน

นายจำเริญ รัตนะ ชาวบ้านนาห้วย กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากตนเปิดกิจการรีสอร์ตเล็กๆ และทำร้านอาหารประเภทสเต๊ก กลิ่นน้ำเสียจากโรงงานสับปะรดลอยมาเป็นประจำ บางวันกลิ่นแรงมากจนลูกค้าที่มารับประทานทนไม่ไหว ต้องลุกหนีออกไป อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่มาพักรีสอร์ต บางครั้งกลิ่นแรงมากจนเข้าไปถึงห้องนอน ลูกค้าบางรายถึงกับอาเจียนออกมา แม้จะเปิดเครื่องปรับอากาศแต่ก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ เคยพยายามติดต่อไปทางผู้บริหารโรงงานฯ ให้ดำเนินการการแก้ไขไปหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นเป็นผล ทั้งที่ผู้บริหารรายนี้เคยมานั่งรับประทานอาหารที่ร้าน และพอได้สัมผัสกับกลิ่นของโรงงานตัวเองยังทนรับประทานอาหารที่สั่งมาไม่ได้ด้วยซ้ำ อยากให้มาชี้แจงกันให้ชัดเจน

ในวันนี้ได้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมทุกฝ่าย โดยทางชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอให้ทางโรงงานฯ หยุดดำเนินกิจการ และเร่งแก้ไขกลิ่นเหม็นให้หมดไปก่อน จากนั้นจึงเชิญตัวแทนจากทุกฝ่ายมาร่วมตรวจสอบว่าโรงงานได้มีการแก้ไขกลิ่นเหม็นได้ เมื่อตรวจสอบแล้วว่ากลิ่นเหม็นหายแล้วโรงงานก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ส่วนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียลงไปก็ให้โรงงานเยียวยาให้แก่ชาวบ้าน

ทั้งนี้ นายจรุงพันธ์ ก่อเกียรติตระกูล ที่ปรึกษาโรงงานกล่าวว่า ทางโรงงานฯ ยอมรับข้อเสนอที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นหม็น ส่วนจะให้หยุดดำเนินกิจการนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะสร้างความเสียหายแก่ลูกค้าของโรงงาน และเกษตรกรที่ต้องนำสับปะรดมาขายส่งให้โรงงาน ทางโรงงานขอเลื่อนกำหนดปิดปรับปรุงแก้ไขบ่อน้ำเสียออกไปเป็นวันที่ 1-7 มีนาคม จากนั้นก็ให้ตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา:   http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9600000016576

เอกสารแนบ