3 ธันวาคม 2562 โลกร้อน : ประชุม COP25 เปิดฉากแล้ว ยูเอ็นชี้โลกใกล้เผชิญภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศที่ “เกินจะเยียวยา”

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3115464

บรรดาผู้นำโลก และผู้แทนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่างไปรวมตัวกันที่การประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 25 หรือ COP25 ซึ่งเปิดฉากขึ้นแล้วในวันที่ 2 ธ.ค. ที่กรุงมาดริด ของประเทศสเปน และจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 13 ธ.ค.

นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวต่อที่ประชุมว่าขณะนี้โลกกำลังจวนเจียนจะเข้าสู่ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศเต็มขั้นซึ่ง “จุดที่ไม่สามารถเยียวยาให้กลับคืนดังเดิมได้อยู่ไม่ห่างไกล” ขณะที่ Save the Children องค์กรการกุศลเพื่อเด็ก ระบุว่ามีผู้คนราว 33 ล้านคนทั่วโลกกำลังตกอยู่ในภาวะไม่มั่นคงทางอาหารในระดับฉุกเฉิน เนื่องจากพายุไซโคลน และภัยแล้งอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในปีนี้เด็กและเยาวชนทั่วโลกต่างพากันหยุดเรียนประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ผู้ใหญ่แก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นการประชุมของภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศชิลี แต่รัฐบาลได้ขอยกเลิกไป เพราะเกิดปัญหาความวุ่นวายจากเหตุประท้วงทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้ประเทศสเปนจึงเข้ามารับหน้าที่เจ้าภาพจัดการประชุมแทน ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมราว 29,000 คน

ตลอดการประชุมที่จะดำเนินไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เลขาธิการยูเอ็น ได้กล่าวก่อนการประชุมว่า วิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาฉุกเฉินที่ผู้นำการเมืองต้องเข้ามาจัดการ คาดว่าเขาจะเรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้น และยุติการให้เงินอุดหนุนการสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิล และต้องไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินแห่งใหม่ขึ้นมาอีกหลังจากปี 2020 องค์กร Save the Children ระบุว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลอย่างหนักต่อผู้คนในแอฟริกา ในภาพนี้เผยให้เห็นเด็กขาดสารอาหารรุนแรงในประเทศเคนยา นายกูแตร์เรส กล่าวว่า “ในช่วง 12 เดือนที่สำคัญต่อจากนี้ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับคำมั่นในการแก้ปัญหาจากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก เพื่อเริ่มลดการปล่อยก๊าซในทันที ให้สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (carbon neutrality) ภายในปี 2050” “เราต้องหยุดการขุดเจาะ แล้วใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากพลังงานหมุนเวียน และการแก้ปัญหาด้วยธรรมชาติ”

ปัจจุบันเกือบทุกประเทศทั่วโลกได้ลงนามและให้สัตยาบันในความตกลงปารีส (Paris agreement) ซึ่งภายใต้เงื่อนไขของความตกลงนี้ ประเทศต่าง ๆ ต้องเพิ่มเป้าหมายใหม่ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสิ้นปี 2020 การประชุมในกรุงมาดริดครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นของการเจรจาที่เข้มข้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งจะนำไปสู่บทสรุปในการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ของสกอตแลนด์ ในเดือน พ.ย.ปีหน้า

นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ชี้ “ต้องไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินแห่งใหม่ขึ้นมาอีกหลังจากปี 2020”  ในช่วง 2 สัปดาห์ของการประชุมจะมีผู้นำราว 50 คน จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไปร่วมประชุม แต่หนึ่งในนั้นจะไม่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา จะไปร่วมประชุมพร้อมด้วยคณะผู้แทนจากสภาคองเกรส แต่กลุ่มนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า แม้ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นนิมิตหมายอันดี แต่ก็ควรมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

น.ส.จีน ซู จากศูนย์เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “สหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินทางสภาพอากาศ แม้แต่นักการเมืองพรรคเดโมแครตยังไม่เคยให้คำมั่นที่จะมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา” นอกจากนี้ น.ส.เกรียตา ทุนแบร์ย นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนจะเดินทางไปร่วมการประชุมที่เมืองหลวงของประเทศสเปนด้วยการล่องเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าเธอจะเดินทางถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

epoksi zemin kaplama free shop sigara sistre cila epoksi zemin kaplama burun dolgusu instagram takipci hilesi likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com türkçe altyazılı porno hd porno porno izle istanbul escort balıkesir escort