17 มิถุนายน 2563 ชาวประมงกระบี่เฮปิดอ่าวอันดามันปี ๒๕๖๓ เห็นผล ฝูงลูกปลาทู สัตว์น้ำเศรษฐกิจเริ่มโตโผล่หากินอ่าวบ่อม่วง

ที่มา:

https://www.naewna.com/local/499671

นายสมบูรณ์ ธัญญาผล ประมงจังหวัดกระบี่ พร้อมนายสิทธิพล เมืองสง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต ๓ (กระบี่) นายสุชาติ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอันดามันตอนบน (ภูเก็ต) พร้อมเจ้าหน้าที่ และเครือข่ายประมงพื้นบ้านนำเรือตรวจการณ์ประมง และเรือประมง ออกสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำบริเวณอ่าวบ้านบ่อม่วง หมู่ ๔ ต. ทรายขาว อ. คลองท่อม จ. กระบี่ หลังได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่ว่า พบฝูงลูกปลาทูจำนวนมากโผล่หากินชุกชุม เจ้าหน้าที่ได้นั่งเรือออกสำรวจ ระยะห่างจากฝั่งประมาณ ๑ กม. พบฝูงลูกปลาทูโผล่หากินบริเวณผิวน้ำเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมาก สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายประมงพื้นบ้านบ้านบ่อม่วงที่ร่วมสำรวจกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการทอดแห เพื่อจับขึ้นมาตรวจพิสูจน์ว่าฝูงลูกปลาที่กำลังโผล่หากินอยู่บนผิวน้ำเป็นปลาชนิดใด เบื้องต้นพบว่า เป็นฝูงลูกปลาทูลัง ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่คาดว่าอีกประมาณ ๑ – ๒ เดือนฝูงลูกปลาทูลังดังกล่าวก็จะตัวโตเต็มวัย ฝูงลูกปลาทูลังที่พบชุกชุมบริเวณอ่าวบ้านบ่อม่วง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของกรมประมง ซึ่งผลจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ในปี ๖๓ เริ่มเห็นผลของการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างชัดเจน เนื่องจากหลังการประกาศปิดอ่าวอันดามันเพียง ๒ เดือน พบฝูงลูกปลาทูจำนวนมากในบริเวณอ่าวบ้านบ่อม่วง ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องทะเลฝั่งอันดามันและทะเลกระบี่ได้เป็นอย่างดี และมีแนวโน้มทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสิทธิพล เมืองสง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต ๓ (กระบี่) กล่าวด้วยว่า ในช่วงฤดูกาลปิดอ่าวทะเลอันดามัน ๔ จังหวัด รวมเนื้อที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่บางส่วนของ จ. ภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อ. เมืองภูเก็ต จ. ภูเก็ต ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อ. ปะเหลียน จ. ตรัง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามัน ระหว่างวันที่ ๑ เม.ย. – ๓๐ มิ.ย. ของทุกปี โดยทางศูนย์ฯ มีการจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราการลักลอบทำประมงผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น และได้มีการจับกุมเรือปลากะตักลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย ๑ ลำ ในห้วงของการปิดอ่าวเหตุเกิดใน จ. พังงา ส่วนใน จ. กระบี่ยังไม่พบการทำประมงผิดกฎหมาย เนื่องจากชาวประมงให้ความสำคัญและร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ทางกรมประมง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีการควบคุมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีการจับทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ก่อนวัยอันควร ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะเป็นความผิดตามมาตรา ๗๐ แห่ง พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐ ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และขอความร่วมมือให้พี่น้องชาวประมงได้ช่วยกันอนุรักษ์เพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับการประกอบอาชีพประมงได้อย่างยั่งยืน

นายสุชาติ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอันดามันตอนบน (ภูเก็ต) ๑ ในทีมร่วมสำรวจ กล่าวว่า สำหรับลูกปลาทูที่เจอในวันนี้ อีกประมาณ ๑ เดือนก็จะโตเต็มวัย ประมาณ ๒๐ – ๒๕ ตัว/กิโลกรัม และจากการสอบถามชาวประมงพบว่า ในปีนี้มีลูกปลาทูชุกชุมเป็นกลุ่มก้อน กว่าปีที่ผ่านมากว่าร้อยละ ๙๐ เมื่อเปรียบเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วมหาศาลมาก ทั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่างทั้งสภาพอากาศ การอนุรักษ์ และการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวของกรมประมงที่ยาวนานต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี    

นางรุ้ง วันเพ็ญ อายุ ๔๐ ปี ชาวประมงพื้นบ้านบ่อม่วงกล่าวว่า ในปีนี้พบปลาทูโผล่ชุกชุมเยอะมากกว่าทุกปี บางช่วงเข้ามาหากินถึงท่าเรือชายฝั่ง นอกจากนี้ยังพบปลาชนิดอื่นรวมถึงปลาหายาก อย่างโลมาโผล่ให้เห็นเยอะมาก ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการใช้มาตรการปิดอ่าว และการประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ และการสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์ ทำให้สัตว์น้ำทะเลมีชุกชุม ไม่ต้องออกไปจับไกลๆ ซึ่งรายได้จากการทำประมงในตอนนี้รายได้ดีบางคนได้ถึง ๒ – ๓ พันบาทต่อวัน