การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • ความสําคัญของความตกลงปารีส มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความรับผิดชอบร่วมกันต่อภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งหวังที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และพยายามไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อเสริมสร้างการดำเนินงานและวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การดำเนินงานด้านเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีการบูรณาการประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่นโยบายและแผนระดับชาติ รวมทั้งมีแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558 – 2593 นำไปสู่การสร้างกลไกและเครื่องมือในการรับมือและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย แนวทางดำเนินการ 3 เรื่องหลัก ได้แก่
    1) การปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) การลดก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการเติบโตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ และ 3) การสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเปราะบาง ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งการอุณหภูมิที่เพิ่มสูง น้ำท่วม น้ำแล้ง การกัดเซาะชายฝั่ง และภัยธรรมชาติต่างๆ สผ. จึงได้จัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) เพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นแนวทางในการบูรณาการประเด็นด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่แผนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนด้านการปรับตัวของประเทศอย่างบูรณาการและเป็นรูปธรรม โดยมีเนื้อหาครอบคลุม 6 สาขาสำคัญ ได้แก่ 1) การจัดการน้ำ 2) การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 3) การท่องเที่ยว 4) สาธารณสุข 5) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ 6) การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์
  • ประเทศไทยมีพันธกรณีในการจัดทําบัญชีก๊าซเรือนกระจกใน 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ภาคเกษตร ภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และภาคของเสีย เพื่อประกอบ ในรายงานแห่งชาติ (National communication: NC) และรายงานความก้าวหน้ารายสองปี (Biennial update report: BUR) เพื่อเสนอต่อสํานักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • สผ.ในฐานะหน่วยประสานงานกลางได้ดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ดังนี้
    1) การเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส ในวาระที่นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ณ สํานักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 – 25 กันยายน พ.ศ. 2559
    2) การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
    2.1) ระยะก่อนปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งดำเนินการตามแผนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (Nationally Appropriate Mitigation Actions : NAMAs) โดยต้องการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 7-20 จากกรณีปกติ ภายในปี พ.ศ. 2563 จากสาขาพลังงานและขนส่ง ซึ่งจากผลการลดก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ. 2560 พบว่าประเทศไทยสามารถลดไปได้แล้วราว 14% ซึ่งก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2559 ที่ลดได้ประมาณ 12%
    2.2) ระยะภายหลังปี พ.ศ. 2563 ซึ่งดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) โดยกำหนดเป้าหมายที่ร้อยละ 20-25 จากกรณีปกติภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ จากสาขาพลังงานและขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ และการจัดการของเสีย และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำ NDC ฉบับปรับปรุง (Updated NDC) ของประเทศไทย เพื่อศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลและยกร่าง NDC ฉบับปรับปรุง ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของความตกลงปารีส

3) การจัดทำ NDC ฉบับปรับปรุง (Updated NDC) ของประเทศไทย สผ. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำ NDC ฉบับปรับปรุงโดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดทำ NDC ฉบับปรับปรุง (Updated NDC) ของประเทศไทย เพื่อศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลและยกร่าง NDC ฉบับปรับปรุง ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของความตกลงปารีส (Paris Agreement Work Programme: PAWP) นโยบายที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงบริบทของประเทศ โดยได้มีการจัดประชุมคณะทำงานฯ แล้ว จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 และวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นต่อประเด็นที่ต้องปรับปรุงใน NDC ฉบับปรับปรุง รวมทั้งพิจารณา (ร่าง) NDC ฉบับปรับปรุง (Updated NDC) ของประเทศไทย ก่อนเสนอต่อคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการประสานท่าทีเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ และคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติเพื่อพิจารณา ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน ก่อนจัดส่งไปยัง UNFCCC โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563

4) การเข้าร่วม NDC Partnership ของประเทศไทย
สผ.และ สศช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก (Focal Point) ของประเทศร่วมกันในการแสดงเจตจำนงเข้าร่วมเป็นสมาชิก NDC Partnership ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่างหนังสือแสดงความจำนงอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วม NDC Partnership ก่อนการแสดงเจตจำนงอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วม NDC Partnership ต่อไป

5) การขับเคลื่อนนโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่การปฏิบัติ
5.1) สผ.ได้บูรณาการประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่นโยบายและแผนระดับชาติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และได้จัดทำแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๙๓ แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP)
5.2) สผ. อยู่ระหว่างดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่นำร่อง 4 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุดรธานี กลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา และกลุ่มจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน และ การบูรณาการประเด็นด้านการปรับตัวฯ ในการวางนโยบายและแผนรายสาขา ใน 3 สาขานำร่อง ได้แก่ สาขาสาธารณสุขร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และสาขาการท่องเที่ยวร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
5.3) ในปี พ.ศ. 2557 – 2560 สผ.และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกันจัดฝึกอบรมการจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ/การบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนในระดับจังหวัด/แผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น ให้กับบุคลากรในพื้นที่นำร่อง (สสภ./ทสจ./เทศบาล) โดยคำนึงถึงการเชื่อมโยงกับบริบทของแต่ละพื้นที่ใน 17 จังหวัด 32 เทศบาล ส่วนโครงการในระยะที่ 2 พ.ศ. 2561 – 2564 จะขยายพื้นที่ดำเนินงานในอีก 60 จังหวัด

6) การสื่อสารการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยไปสู่ระดับนานาชาติ
ประเทศไทยในฐานะประเทศภาคีสมาชิกนอกภาคผนวกที่ 1 (Non-Annex I) ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ได้ดำเนินการจัดส่งรายงานแห่งชาติ (National communication: NC) แล้ว 3 ฉบับ และรายงานความก้าวหน้ารายสองปี ฉบับที่ 2 (Second Biennial Update Report: SBUR) ต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

7) ระบบสารสนเทศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse Gas Emissions Inventory System: TGEIS) สผ. โดยการสนับสนุนของรัฐบาลออสเตรเลียได้พัฒนาระบบสารสนเทศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เพื่อยกระดับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกโดยใช้วิธีการคำนวณตามคู่มือ IPCC 2006 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำเข้าข้อมูลกิจกรรมสำหรับสาขาที่มีการพัฒนาเรียบร้อยแล้ว และพัฒนาวิธีการจัดเก็บข้อมูลของประเทศไทย ได้แก่ สาขากระบวนการผลิตอุตสาหกรรมในด้าน F-gas สาขาการใช้ประโยชน์ที่ดิน และสาขาอื่นๆ ที่สำคัญ รวมทั้งออกแบบการรายงานข้อมูลตามแบบฟอร์มของ UNFCCC

8) การดำเนินงานเพื่อรองรับการดำเนินงานด้านความโปร่งใส (Transparency) ภายใต้กรอบความตกลงปารีส สผ. ร่วมกับ GIZ ดำเนินงานร่วมกันภายใต้แผนงานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไทย-เยอรมัน (Thai – German Climate Programme: TGCP) ด้านระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ สำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และการรายงานในระดับสากล โดยดำเนินโครงการ “การเสริมสร้างศักยภาพกระบวนการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบของประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพกระบวนการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting, and Verification: MRV) ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านความโปร่งใสภายใต้กรอบความตกลงปารีส รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการดำเนินการด้านการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปี (Biennial Transparency Report: BTR) ที่ประเทศภาคีซึ่งรวมถึงประเทศไทยจะเริ่มจัดส่งฉบับแรกในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) โดยดำเนินการวิเคราะห์ช่องว่างของข้อมูลด้านการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศไทยมีการดำเนินการในปัจจุบัน พร้อมทั้งข้อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการเพื่อปิดช่องว่าง นอกจากนี้ ได้เสนอแนะแนวทางการการจัดทำแผนการประกันและการควบคุมคุณภาพ (QA/QC Plan) รวมทั้งพัฒนาแบบฟอร์มการควบคุมคุณภาพ (QC Template) ข้อมูลกิจกรรมสำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก สำหรับหน่วยงานหลักทั้ง 5 ภาคส่วน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาแบบฟอร์มการควบคุมคุณภาพ (QC Template) ให้ครอบคลุมทั้ง 5 ภาคส่วน พัฒนาแบบฟอร์มสำหรับตรวจสอบความต้องการในการจัดทำรายงานตามกรอบการดำเนินงานด้านความโปร่งใส ปรับปรุงแผนการดำเนินงานเพื่อรองรับความต้องการสำหรับการดำเนินงานตามกรอบการดำเนินงานด้านความโปร่งใส

9) การขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานด้านการเงิน
9.1) สผ.เป็นหน่วยประสานงานหลัก (National Designated Authority: NDA) ของกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) ซึ่งได้ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ในประเทศไทยประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคสถาบันการเงินการธนาคาร เป็นเงิน 43 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเตรียมความพร้อมระยะที่ 1 (พ.ศ. 2559 – 2561) จำนวนเงินประมาณ 9 ล้านบาท ส่วนโครงการระยะที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 โครงการ ได้แก่ การดำเนินงานร่วมกับ GIZ ในระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2563 จำนวนเงินประมาณ 22 ล้านบาท และการดำเนินงานร่วมกับสถาบัน Global Green Growth Institute (GGGI) ในระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2562 จำนวนเงินประมาณ 9 ล้านบาท
9.2) ความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างไทย-เยอรมัน (International Climate Initiative: IKI) โดยรัฐบาลเยอรมันได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนให้แก่รัฐบาลไทย สำหรับดำเนินงานในแผนงานความร่วมมือด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไทย-เยอรมัน (Thai – German Climate Change Policy Programme: TGCP) จำนวนเงินประมาณ 692 ล้านบาท
9.3) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ ในอุตสาหกรรมปรับอากาศและทำความเย็น (Thai RAC NAMA) จำนวนเงินประมาณ 568 ล้านบาท
9.4) โครงการศึกษาการลดก๊าซเรือนกระจกในนาข้าวของประเทศไทย (Thai Rice NAMA) จำนวนเงินประมาณ 600 ล้านบาท

สถานภาพปัจจุบันของพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ
แผนการดำเนินงานเพื่อจัดทำพระราชบัญญัติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งมีความสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง สิ่งแวดล้อม ประเด็นปฏิรูปที่ 3 ผลักดันทุกภาคส่วนให้ร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งได้กำหนดให้มีการออกประกาศ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้แล้วเสร็จภายใน ปี พ.ศ. 2563 โดยจะเป็นกลไกสนับสนุนทั้งในด้านการบริหารราชการ การลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบ รวมทั้งการส่งเสริมให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการใช้เป็นเครื่องมือทางด้านเศรษฐศาสตร์ในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับประเทศในระยะยาว โดยกฎหมายดังกล่าว จะเป็นเครื่องมือที่จะบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จึงต้องการสร้างกลไกทางกฎหมายขึ้นเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาโลกร้อนมีอำนาจเชิงการบริหารที่เชื่อมโยงได้ทุกภาคส่วน

ภายใต้กฎหมายจะมีการบรรจุตั้งแต่เรื่องของคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ รวมถึงการรายงานข้อมูลการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่อาจมีผลผูกพันกับทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเรื่องของการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะให้หน่วยงานต่างๆ นำปัจจัยความเสี่ยงของ climate change เข้าไปผนวกในการทำแผนหรือโครงการ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของกลไกกองทุนหรือกลไกทางการเงินอื่นๆ เช่น ภาษี หรือตลาดคาร์บอนที่จะถูกนำขึ้นมาใช้พร้อมกับอนุบัญญัติต่างๆ

ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พ.ศ. … ฉบับแรกประกอบด้วย โครงสร้างเชิงสถาบัน การลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบ และแรงจูงใจ/เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จะดำเนินโครงการรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวทั่วประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษา เนื่องจาก climate change ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเฉียบพลัน แต่เป็นสิ่งที่ต้องการการแก้ไขในระยะยาว ดังนั้น รูปแบบวิธีการภายใต้กฎหมายต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญ และทำให้ไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่จะมีกฎหมายเฉพาะเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าว

กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

betgaranti giriş kolaybet giriş epoksi zemin kaplama betpark giriş free shop sigara sistre cila epoksi zemin kaplama burun dolgusu instagram takipci hilesi likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com türkçe altyazılı porno hd porno porno izle istanbul escort balıkesir escort